รับแอปรับแอป

ตั๋วบินยุโรป-อเมริการาคารั่ว? แอร์เอเชียเตรียมทำให้ฝันเที่ยวไกลของคนอาเซียนเป็นเรื่องปกติ

ปริญญา ทองคำ01-31

แอร์เอเชียเร่งเครื่องสู่เวทีโลก

กลุ่มสายการบิน “แอร์เอเชีย” เดินหมากครั้งใหญ่บนเวทีการบินโลก ด้วยการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับแอร์บัสที่ปารีส จัดซื้อเครื่องบินรุ่นใหม่ A321XLR จำนวน 50 ลำ พร้อมออปชันซื้อเพิ่มอีก 20 ลำ รวมเป็น 70 ลำ มูลค่ากว่า 12.25 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยจะทยอยรับมอบระหว่างปี 2571-2575

ทั้งหมดนี้คือก้าวสำคัญในการปั้นเครือข่ายสายการบินโลว์คอสต์ระดับโลก ภายใต้กลยุทธ์ Multihub หลายศูนย์ปฏิบัติการบิน โดยมี “กัวลาลัมเปอร์” และ “กรุงเทพฯ” เป็นหัวใจหลักของเครือข่าย

จากฝันพาคนมาอาเซียน สู่การพาคนอาเซียนไปเห็นโลก

“โทนี่ เฟอร์นันเดส” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Capital A และที่ปรึกษา-ผู้บริหารกลุ่มแอร์เอเชีย เปิดมุมมองผ่าน Zoom กับสื่อจากหลายประเทศในเอเชีย ถึงแผนจัดการฝูงบินหลังการเซ็น MOU ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส

เขาย้อนเล่าว่า เมื่อกว่า 23 ปีก่อน ตอนเริ่มก่อตั้งแอร์เอเชีย ความฝันแรกคือ “ทำให้ทุกคนสามารถเดินทางมาอาเซียนได้”

แต่วันนี้ แผนใหม่ชัดเจนกว่านั้น — แอร์เอเชียตั้งใจจะเป็น สายการบินโลว์คอสต์รายแรกของโลก ที่เปิดโอกาสให้คนในอาเซียนบินสู่ยุโรปและสหรัฐอเมริกาในราคาจับต้องได้ ภายในอนาคตอันใกล้

เขามั่นใจว่า “ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า การบินระหว่างเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยุโรป และสหรัฐอเมริกา จะมีราคาถูกลงอย่างเห็นได้ชัด”

ตั๋วถูกลง 30-40% จุดเริ่มต้นของการเที่ยวไกลแบบไม่เจ็บตัว

เมื่อถูกถามตรง ๆ ว่า ถ้าใช้ฮับหลักในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้บินไปยุโรปและสหรัฐฯ จริง ๆ ราคาจะถูกลงแค่ไหน

เฟอร์นันเดสประเมินว่า หากเทียบกับสายการบินทั่วไป ราคาตั๋วของแอร์เอเชียในวันนั้นอาจถูกลงราว 30-40% และอาจแตะลดได้ถึง 50% ในบางเส้นทาง

เขาย้ำว่า เป้าหมายไม่ใช่การไปแย่งส่วนแบ่งตลาดจากสายการบินไหน แต่คือการ “เปิดโอกาสให้ผู้คนได้บินไปยังสถานที่ที่ไม่เคยคิดฝันว่าจะได้ไป” พร้อมเสริมสั้น ๆ แต่ชัดเจนว่า “นี่คือโอกาสครั้งใหญ่จริง ๆ”

หัวใจของเกมนี้คือการใช้เครื่องบินแอร์บัส A321XLR รุ่นใหม่ ลำตัวแคบบินไกลได้ถึง 9 ชั่วโมง ประหยัดเชื้อเพลิงต่อที่นั่งมากขึ้นถึง 20% ช่วยทั้งเรื่องต้นทุน ประสิทธิภาพการบิน และเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมของกลุ่มแอร์เอเชีย

แผนเครือข่ายคร่าว ๆ คือ

  • เชื่อมกรุงเทพฯ และกัวลาลัมเปอร์กับตะวันออกกลาง แล้วต่อเข้า “ยุโรป” ทางทิศตะวันตก

  • เชื่อมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไป “ไต้หวัน” หรือ “ญี่ปุ่น” แล้วต่อเข้าสหรัฐอเมริกา

เฟอร์นันเดสถึงกับพูดแบบมั่นใจว่า “ตอนนี้โลกทั้งใบอยู่ในกำมือเราแล้ว”

โลว์คอสต์คือ DNA ไม่ขายพรีเมี่ยม แต่ขายโอกาสการเดินทาง

สำหรับคำถามว่า เมื่อเครื่องบินรุ่นใหม่เริ่มบินจริงตั้งแต่ปี 2571 เป็นต้นไป จะเปลี่ยนภาพการบินราคาประหยัดจากไทยอย่างไรบ้าง

เฟอร์นันเดสอธิบายว่า เมืองท่องเที่ยวหลักของไทยอย่างภูเก็ตและเชียงใหม่ จะเห็นเที่ยวบินตรงไปยังเมืองต่าง ๆ ในอินเดียและจีนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

เขาพูดชัดว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา แอร์เอเชียยืนหยัดกับจุดแข็งเดียวคือ “เที่ยวบินราคาประหยัด”

  • ไม่ตั้งตัวเป็นสายการบินพรีเมี่ยม

  • เชื่อว่าอนาคตเครือข่ายของสายการบินจะมุ่งสู่ “เที่ยวบินแบบประหยัดทั้งหมดทั่วโลก”

เป้าหมายใหญ่: 150 ล้านคนต่อปีภายใน 2030

หลังการให้สัมภาษณ์ แอร์เอเชียออกแถลงการณ์เพิ่มเติมว่า ฝูงบิน A321XLR ลอตใหม่จะเป็นตัวช่วยสำคัญให้สายการบินให้บริการเส้นทางระยะไกลได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ทั้งเส้นทางไปเอเชียกลาง ตะวันออกกลาง และยุโรป

วิสัยทัศน์ชัดเจนคือ การก้าวสู่การเป็น สายการบินเครือข่าย “ลำตัวแคบ” ราคาประหยัดรายแรกของโลก

พร้อมเปิดเป้าว่า กลุ่มแอร์เอเชียต้องการขนส่งผู้โดยสารให้ได้ 150 ล้านคนต่อปี ภายในปี 2030 และหากรวมตั้งแต่เริ่มก่อตั้งจนถึงวันนี้ ตัวเลขสะสมจะสูงถึง 1.5 พันล้านคน

A321XLR และ A321LR: เครื่องบินที่เปลี่ยนเกม

ในฐานะหนึ่งในผู้บุกเบิกการเดินทางแบบโลว์คอสต์ แอร์เอเชียกำลังขยับตัวจาก “ถูกและใกล้” ไปสู่การเป็น เครือข่ายโลว์คอสต์ระดับโลก อย่างเต็มรูปแบบ

เฟอร์นันเดสชี้ว่า เครื่องบิน A321XLR และ A321LR รุ่นใหม่คือ “ตัวเปลี่ยนเกม” ที่ทำให้วิสัยทัศน์นี้เป็นจริง

เขาอธิบายแนวคิดไว้ชัดเจนว่า

  • แอร์เอเชียเคยเปิดโอกาสให้ผู้คนในอาเซียนได้สำรวจเอเชีย

  • ก้าวต่อไปคือ ทำให้โลกได้เห็นอาเซียน และให้อาเซียนได้เห็นโลก

  • เทคโนโลยีเครื่องบินรุ่นใหม่จะช่วยทำให้ “โลกเล็กลง” ในแง่ของระยะทางและต้นทุนการเดินทาง

ฝูงบินใหม่จะเป็นหัวใจของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ กลยุทธ์ การใช้เครื่องบินหลายขนาดและหลายรุ่นผสมกัน จะช่วยให้

  • ปรับความจุให้สอดคล้องกับดีมานด์ในแต่ละเส้นทาง

  • ลดการใช้เชื้อเพลิงต่อที่นั่ง

  • รองรับการเติบโตแบบยั่งยืน ท่ามกลางการแข่งขันในตลาดโลกที่ดุเดือดขึ้นเรื่อย ๆ

ไทยแอร์เอเชียปั้นสองสนามบินใหญ่ ดัน “สุวรรณภูมิ” เป็นฐานสำคัญ

สำหรับตลาดเมืองไทยเอง “ไทยแอร์เอเชีย” ยังคงเดินหน้าเล่นใหญ่ ด้วยการให้บริการจาก สองสนามบินหลักของกรุงเทพฯ ทั้งท่าอากาศยานดอนเมือง (DMK) และท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (BKK)

แนวคิดคือให้ผู้โดยสารเลือกได้ตามสะดวก

  • ใกล้สนามบินไหน บินจากที่นั่น

  • ต่อเครื่องง่ายขึ้น

  • มีตัวเลือกเส้นทางและราคาให้เทียบได้มากกว่าเดิม

“สันติสุข คล่องใช้ยา” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทยแอร์เอเชีย ระบุว่า ปัจจุบันไทยแอร์เอเชียเป็นผู้นำตลาดบินในประเทศ ทั้งในแง่ส่วนแบ่งการตลาดและจำนวนเส้นทางที่ครอบคลุมที่สุด

ไทยแอร์เอเชียยังเป็น สายการบินโลว์คอสต์รายเดียว ที่ทำการบินจากทั้งดอนเมืองและสุวรรณภูมิ ทำให้ผู้โดยสารมีตัวเลือกมากขึ้น ทั้งด้านทำเล เวลาเดินทาง และการเชื่อมต่อเที่ยวบิน

รูตใหม่จากสุวรรณภูมิ ดันเที่ยว-ดันเศรษฐกิจภูมิภาค

ล่าสุด ไทยแอร์เอเชียเพิ่ม 3 เส้นทางบินใหม่จากสุวรรณภูมิ ได้แก่

  • สุวรรณภูมิ – สุราษฎร์ธานี วันละ 1 เที่ยวบิน

  • สุวรรณภูมิ – นราธิวาส วันละ 1 เที่ยวบิน

  • สุวรรณภูมิ – บุรีรัมย์ สัปดาห์ละ 3 เที่ยวบิน (อังคาร พฤหัสบดี และเสาร์)

สันติสุขคาดหวังว่า 3 เส้นทางใหม่จากสุวรรณภูมิจะช่วย

  • กระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศ

  • ดันเศรษฐกิจท่องเที่ยวช่วงครึ่งปีหลัง

  • เพิ่มโอกาสดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติที่บินลงสนามบินสุวรรณภูมิให้เชื่อมต่อเส้นทางในประเทศกับแอร์เอเชียได้สะดวกกว่าเดิม

ยังไม่จบเท่านี้ มีแผนจะเปิดเพิ่มอีก 2 เส้นทางจากสุวรรณภูมิไปยัง

  • เชียงราย

  • นครศรีธรรมราช

เริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป

เมื่อรวมทั้งหมดแล้ว ไทยแอร์เอเชียจะมีเส้นทางบินภายในประเทศที่เข้า-ออกสุวรรณภูมิสูงสุดถึง 11 เส้นทาง ครอบคลุมเมืองสำคัญอย่าง

  • เชียงใหม่

  • กระบี่

  • หาดใหญ่

  • ภูเก็ต

  • ขอนแก่น

  • อุดรธานี

  • สุราษฎร์ธานี

  • นราธิวาส

  • บุรีรัมย์

  • เชียงราย

  • นครศรีธรรมราช

และเมื่อรวมกับอีก 22 เส้นทางบินตรงจากดอนเมือง บวก เส้นทางบินข้ามภูมิภาคอีก 8 เส้นทาง ทำให้ไทยแอร์เอเชียมีเส้นทางภายในประเทศมากถึง 41 เส้นทาง รวม 118 เที่ยวบินต่อวัน

ปัจจุบันมีฝูงบินประจำการที่สุวรรณภูมิอยู่ 5 ลำ และมีแผนเพิ่มเป็น 6 ลำภายในสิ้นปี

โลว์คอสต์อันดับ 1 ของโลก กับคำว่า “คุ้ม” ที่ไม่ทิ้งคุณภาพ

แอร์เอเชียเพิ่งได้รับการจัดอันดับให้เป็น “สายการบินราคาประหยัดที่ดีที่สุดในโลก” จากสถาบัน Skytrax ต่อเนื่องเป็นปีที่ 16

ในประเทศไทยเอง สถาบัน Cirium ยังจัดอันดับให้แอร์เอเชียเป็นหนึ่งในสายการบินที่มีสถิติความตรงต่อเวลาสูงที่สุด

ทั้งหมดนี้สะท้อนจุดยืนชัดเจนของแบรนด์ว่า

  • “ความคุ้มค่า” ต้องเดินคู่กับ “คุณภาพการบริการในระดับสากล”

  • โลว์คอสต์ไม่จำเป็นต้องแลกกับประสบการณ์ที่แย่เสมอไป

สรุป: ยุคใหม่ของการบินไกลในราคาคนทำงานประจำ

สำหรับสายเที่ยว โดยเฉพาะคนไทยและคนอาเซียนที่ฝันอยากไปยุโรปหรืออเมริกาแบบไม่ต้องเก็บเงินกันยาวหลายปี แผนของแอร์เอเชียรอบนี้คือสัญญาณที่น่าจับตาอย่างยิ่ง

  • เครื่องบินรุ่นใหม่ทำให้บินไกลได้ ประหยัดขึ้น

  • ฮับกรุงเทพฯ และกัวลาลัมเปอร์ทำให้คนในภูมิภาคต่อเครื่องได้ง่าย

  • เครือข่ายเส้นทางในประเทศของไทยแอร์เอเชียที่แน่นขึ้น ทำให้ต่างชาติบินต่อเข้าเมืองท่องเที่ยวไทยได้สะดวก

หากทุกอย่างเดินตามแผน อีกไม่กี่ปีข้างหน้า “ตั๋วไปยุโรปหรืออเมริกา” อาจกลายเป็นดีลที่คนอาเซียนกดจองได้ง่ายพอ ๆ กับการบินในประเทศวันนี้ และนั่นหมายความว่า ความฝันเที่ยวไกลของใครหลายคน กำลังจะขยับเข้าใกล้ความจริงแบบจับต้องได้มากขึ้นทุกที