รับแอปรับแอป

เตรียมมือถือให้พร้อม! รัฐเดินเกมใหญ่ สกัดสแกมเมอร์ด้วยโลเคชัน-ซิม-แพลตฟอร์ม

นพดล รัตนชัย01-30

รัฐประกาศเดินเกมใหญ่ล่าแก๊งสแกมเมอร์

กรุงเทพฯ – นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (รมว.ดีอี) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ตาม พ.ร.ก.ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งการประชุมคณะอนุกรรมการป้องกันการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยมีผู้แทนหน่วยงานด้านความมั่นคงและที่ปรึกษาระดับสูงเข้าร่วม แลกเปลี่ยนข้อมูลแนวทางไล่ปิดช่องโหว่ของแก๊งสแกมเมอร์

การประชุมครั้งนี้โฟกัสชัดเจนที่ การตัดเส้นทางการเงินและช่องทางสื่อสาร ของมิจฉาชีพ โดยอาศัยความร่วมมือจากหน่วยงานรัฐ ธนาคาร ผู้ให้บริการมือถือ และแพลตฟอร์มออนไลน์

จัดการ “บัญชีม้า–ซิมม้า” แบบเข้มข้น

นายไชยชนก ระบุว่า ประเด็นสำคัญที่ที่ประชุมหยิบขึ้นมาพิจารณา ได้แก่ การยกระดับการตรวจสอบและสกัดกั้นบัญชีม้านิติบุคคล โดยร่วมมือกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื่อไม่ให้มิจฉาชีพใช้บริษัทบังหน้าเปิดบัญชีรับโอนเงินผิดปกติ

ด้านมาตรการเกี่ยวกับซิมการ์ด กสทช.ได้หยิบเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุม เพื่อดำเนินการตามแนวทางใหม่ที่เข้มงวดมากขึ้น ได้แก่

  • จำกัดการถือครองซิมการ์ด ไม่เกิน 5 หมายเลขต่อบุคคล ครอบคลุมทุกเครือข่าย

  • บังคับให้ตัวแทนจำหน่ายซิมทุกเจ้า ต้องลงทะเบียนในระบบ Dip chip หรือแพลตฟอร์มที่มีความปลอดภัยเทียบเท่า

  • ประชาชนที่ซื้อซิมและลงทะเบียนแล้ว แต่ยังไม่ได้ใช้งาน ต้อง เปิดใช้งานภายใน 60 วัน

  • หากเกินกำหนดจะต้องกลับมา ยืนยันตัวตนซ้ำอีกครั้ง ก่อนใช้งานได้ต่อ

มาตรการเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อปิดเส้นทางการใช้ซิมปลอม ซิมผี และซิมที่ไม่สามารถตรวจสอบตัวตน เพื่อใช้ทำธุรกรรมหรือก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยี

ปิดสัญญาณชายแดน ไม่ปล่อยสแกมเมอร์เล่นนอกสนาม

อีกหนึ่งประเด็นใหญ่คือ การปิดกั้นสัญญาณโทรศัพท์มือถือและอินเทอร์เน็ตบริเวณแนวชายแดน หลังตรวจสอบพบว่ายังมีสัญญาณของเครือข่ายไทยล้ำออกไปในประเทศเพื่อนบ้านราว 100 จุด

จึงมีคำสั่งให้ผู้ให้บริการเครือข่าย (โอเปอเรเตอร์)

  • รีบ แก้ไขภายใน 3 วัน สำหรับพื้นที่ที่มีสัญญาณล้ำออกนอกประเทศ

  • หากตรวจพบว่ายังปล่อยให้มีสัญญาณรั่วซ้ำอีก ให้ พักใช้ใบอนุญาตสถานีฐานนั้นชั่วคราว จนกว่าจะปรับปรุงแล้วเสร็จ

ควบคู่กันนี้ ยังเน้นย้ำให้ผู้ประกอบการวางมาตรการเพื่อดูแลประชาชนในพื้นที่ ไม่ให้การปรับปรุงโครงข่ายกระทบการใช้งานบริการสื่อสารที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน

ในระยะยาว จะต้องวาง แผนปรับปรุงโครงข่ายโทรคมนาคมตามแนวชายแดน อย่างเป็นระบบ ภายใต้กรอบที่ กสทช.กำหนด เพื่อไม่ให้สัญญาณถูกใช้เป็นช่องทางปฏิบัติการของแก๊งสแกมเมอร์ข้ามประเทศ

ตัดช่องทางลิงก์หลอก SMS–อีเมล

ในส่วนของการจำกัดการส่ง SMS และ e-mail ที่แนบลิงก์ จากหน่วยงานรัฐ องค์กรอื่น ๆ และธนาคาร กระทรวงดีอีเตรียมนำมาตรการเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อให้พิจารณาในสัปดาห์ถัดไป

เป้าหมายคือ ลดโอกาสที่มิจฉาชีพจะแอบอ้างเป็นหน่วยงานทางการ ส่งลิงก์ปลอมให้เหยื่อกรอกข้อมูลหรือโหลดแอปอันตราย โดยจะกำหนดกรอบการใช้งานลิงก์ให้ชัดเจนและปลอดภัยมากขึ้น

ธนาคารจับมือเช็ก “บัญชีเสี่ยง” แบบเรียลไทม์

นอกจากฝั่งเครือข่ายและแพลตฟอร์มแล้ว ระบบการเงิน ก็ถูกยกระดับการป้องกันเช่นกัน

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ร่วมกับสมาคมธนาคารไทย กำลังเร่งบูรณาการข้อมูลบัญชี หรือ Account Bureau ระหว่างธนาคาร เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลร่วมในการ

  • เฝ้าระวังและตรวจสอบการเปิดบัญชีของบุคคลที่มีความเสี่ยง

  • ยกระดับการตรวจสอบอย่างเข้มข้นเป็นพิเศษในกรณีเปิดบัญชีใหม่

เมื่อข้อมูลถูกแชร์กันระหว่างธนาคารได้อย่างมีระบบ หน่วยงานกำกับดูแลก็จะตรวจจับพฤติกรรมผิดปกติได้เร็วขึ้น และลดโอกาสที่บัญชีม้าจะถูกนำไปใช้รับเงินจากเหยื่อจำนวนมากในเวลาอันสั้น

Mobile Banking ยุคใหม่: โอนเงินต้องเปิด Location

รมว.ดีอี เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้ พิจารณาเบื้องต้นมาตรการใหม่สำหรับการใช้งาน Mobile Banking ซึ่งมีสาระสำคัญคือ

ผู้ใช้งานจะต้อง “เปิดการระบุตำแหน่ง (Location)” ขณะทำธุรกรรมการเงินผ่านแอปธนาคาร

แนวคิดนี้ออกแบบมาเพื่อให้เมื่อตรวจพบเหตุฉ้อโกงหรือการทำธุรกรรมที่เข้าข่ายสแกม ระบบจะมีข้อมูลพิกัดที่สามารถใช้เป็นหลักฐานในการติดตามเส้นทางการก่อเหตุ

อย่างไรก็ตาม มีการเน้นย้ำอย่างชัดเจนว่า มาตรการนี้ต้องไม่ละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล โดยจะมีหลักการสำคัญคือ

  • จำกัดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลตำแหน่ง เฉพาะช่วงเวลาที่จำเป็นต้องใช้เป็นหลักฐาน

  • นำข้อมูลมาใช้ เฉพาะกรณีที่เกี่ยวข้องกับการกระทำของสแกมเมอร์ ไม่ใช่การใช้งานทั่วไปของประชาชน

กล่าวคือ รัฐต้องการป้องกันอาชญากรรม แต่ในขณะเดียวกันก็วางกรอบให้ สิทธิส่วนบุคคลยังคงได้รับการคุ้มครอง อย่างชัดเจน

เข้มแพลตฟอร์มออนไลน์–KYC–โฆษณา

อีกด้านหนึ่งของการประชุมคือ มาตรการควบคุมดูแลแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งเป็นพื้นที่หลักที่สแกมเมอร์ใช้โพสต์โฆษณา ปล่อยลิงก์หลอก และล่อเหยื่อเข้าสู่กับดักต่าง ๆ

รมว.ดีอีได้มอบหมายให้

  • ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม

  • สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA)

ร่วมกันหารือเรื่อง การยกระดับมาตรฐานการยืนยันตัวตน (KYC) เพื่อลดการสร้างบัญชีปลอม บัญชีผี และบัญชีที่ไม่สามารถตรวจสอบเจ้าของตัวจริงได้

พร้อมกันนี้ยังมีแนวคิดในการพิจารณา ออกกฎหมายกำกับดูแลแพลตฟอร์ม ให้ชัดเจนขึ้น โดยมีหัวใจสำคัญคือ

  • ผลักดันให้แพลตฟอร์ม มีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อความเสียหาย ที่เกิดจากสแกมเมอร์บนระบบของตน

  • กำหนดมาตรการเพิ่มเติมในการดูแล โฆษณาออนไลน์ ที่เข้าข่ายหลอกลวงหรือผิดกฎหมาย

นอกจากนี้ ยังสั่งการให้ตรวจสอบ คำนิยามของคำว่า “การโฆษณา” บนแพลตฟอร์มและเว็บไซต์ Search Engine เพื่อใช้เป็นฐานการออกมาตรการ ป้องกันการค้าหา URLs ที่ผิดกฎหมาย ไม่ให้ถูกโปรโมตหรือดันขึ้นมาให้ประชาชนเห็นง่ายเกินไป

เป้าหมายใหญ่: ตัดทุก “ช่องเชื่อม” ของสแกมเมอร์

นายไชยชนก ย้ำว่า มาตรการที่ที่ประชุมร่วมกันพิจารณาในรอบนี้ เป็น กระบวนการสำคัญในการตัดช่องทางการก่อเหตุของสแกมเมอร์ แบบรอบด้าน

ตั้งแต่

  • การใช้ซิมและสัญญาณมือถือ

  • การเปิดบัญชีและโอนเงินผ่านธนาคาร

  • การส่ง SMS–อีเมลแนบลิงก์

  • ไปจนถึงการใช้งานแพลตฟอร์มและโฆษณาออนไลน์

เป้าหมายสูงสุด คือการไม่เปิดโอกาสให้มิจฉาชีพสร้างความเสียหายกับประชาชน ทั้งในแง่ทรัพย์สิน ความปลอดภัย และความเชื่อมั่นต่อระบบดิจิทัลของประเทศ

ยุคที่ทุกอย่างอยู่ในมือถือ มาตรการเหล่านี้อาจเปลี่ยน “วิธีใช้แอป” ของเราไปบ้าง แต่ก็แลกมากับ เกราะป้องกันที่หนาขึ้น ในสงครามกับแก๊งสแกมเมอร์ที่ไม่เคยหยุดพัฒนาเช่นกัน