เปิดบทสนทนากับ AI คู่ใจสายทำงานและสายเหงา
ถ้าช่วงนี้คุณได้ยินคำว่า ChatGPT บ่อยมาก แต่ยังไม่เคยลอง หรือไม่แน่ใจว่าจะเอามันมาช่วยอะไรในชีวิตได้บ้าง บอกเลยว่าคุณกำลังพลาดผู้ช่วยระดับท็อปที่ทั้งช่วยประหยัดเวลา ทำงานแทนบางอย่าง แถมยังเอาไว้คุยเล่นแก้เหงาก็ยังได้
เทคโนโลยีตัวนี้ไม่ได้เพิ่งมีวันสองวัน แต่ถูกพัฒนามาเรื่อย ๆ จนตอนนี้ใช้งานได้หลากหลายและฉลาดขึ้นมาก ใครที่ยังไม่เคยเริ่ม หรือเคยแค่ลองนิดหน่อย ถึงเวลามาทำความรู้จักแบบจริงจังกันแล้วค่ะ
ChatGPT คืออะไรกันแน่?
ChatGPT คือระบบ AI แบบแชตบอต ที่ถูกออกแบบมาให้คุยกับเราเหมือนคุยกับคนจริง ๆ ชื่อเต็ม ๆ มาจากคำว่า Chat และ Generative Pre-training Transformer
หน้าที่หลักของมันคือการ ตอบคำถาม พูดคุย และช่วยแก้ปัญหาผ่านการพิมพ์แชตโต้ตอบ ทำให้เรารู้สึกเหมือนนั่งคุยอยู่กับคนที่ฉลาดมาก ๆ คนหนึ่ง ที่พร้อมช่วยหาคำตอบให้แทบทุกเรื่อง
ถ้าใครเคยลองใช้แล้ว จะนึกภาพออกเลยว่าฟีลมันไม่เหมือนเสิร์ชบนเว็บ แต่มันเหมือนเรามี “เพื่อนคู่คิด” อยู่ในหน้าจอ
ChatGPT ทำอะไรได้บ้าง? ไม่ได้แค่ตอบคำถามเล่น ๆ
ตอนเปิดตัวใหม่ ๆ ChatGPT กลายเป็นดาวเด่นในวงการ AI ที่ทุกคนจับตามอง เพราะมันไม่ได้เก่งแค่การตอบคำถามธรรมดา ๆ แต่ยังทำอะไรได้อีกเพียบ เช่น
หาคำตอบและช่วยวิเคราะห์ปัญหา ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลทั่วไป หรือไอเดียเฉพาะเรื่อง
ช่วยเขียนโค้ด / ดีบักโค้ด / อธิบายโค้ด เหมาะมากสำหรับสายเขียนโปรแกรมทั้งมือใหม่และมือโปร
เขียนโปรแกรมเบื้องต้น จากไอเดียที่เราคิด แต่ยังไม่รู้จะเริ่มยังไง
เขียนคอนเทนต์ ทั้งโพสต์สั้น ยาว บทความ คิดแคปชัน คิดหัวข้อ
ดัดแปลงให้เป็นแนวตลก กวน หรือดราม่า ปรับโทนได้หลากหลาย
ช่วยจัดทริป วางแพลนการเดินทาง ตั้งแต่ที่เที่ยวจนถึงแพลนต่อวัน
แต่งเพลง แต่งเนื้อเชียร์ แต่งกลอน หรือช่วยสร้างไอเดียสร้างสรรค์สารพัด
ที่สำคัญคือเขาไม่ได้หยุดพัฒนาอยู่ที่รุ่นเดียว แต่ขยับจาก GPT-3 ไปสู่ GPT-4 ทำให้
เข้าใจโจทย์ที่ซับซ้อนได้ดีขึ้น
ตอบได้ใกล้เคียงการคิดของมนุษย์มากขึ้น
รองรับหลายภาษาได้ดีกว่าเดิม
ให้คำตอบที่แม่นยำขึ้นในหลาย ๆ เคส
หลายคนเลยเริ่มใช้ ChatGPT เป็นทั้งผู้ช่วยทำงาน ที่ปรึกษา ช่วยคิดไอเดีย ไปจนถึง เพื่อนคุยยามเหงา ไม่ว่าจะเรื่องชีวิต ความรัก หรือวิธีทักแชตคนที่แอบชอบ เรียกได้ว่าใช้งานได้แทบทุกมิติ
ใช้ ChatGPT ต้องเสียเงินไหม? แพ็กเกจแบบไหนคุ้ม
ตอนนี้ ChatGPT มีการให้บริการหลัก ๆ อยู่ 2 แบบ คือ แบบฟรี และ แบบมีค่าใช้จ่ายรายเดือน ซึ่งแต่ละแบบให้ความสามารถไม่เท่ากัน
แบบใช้งานฟรี
รูปแบบฟรีเหมาะกับคนที่อยากลองเริ่มต้นแบบไม่ต้องเสียเงิน จุดเด่นคือ
เข้าถึง GPT-4o mini ได้
ใช้ตอบคำถามทั่วไป วางแผน คิดไอเดีย หรือโค้ดง่าย ๆ ได้
แต่ก็จะมีข้อจำกัดหลายอย่าง เช่น
การเข้าถึงโมเดลอาจถูกจำกัดตามช่วงเวลาหรือปริมาณการใช้
ยังไม่สามารถอัปโหลดไฟล์เพื่อให้ช่วยวิเคราะห์เชิงลึก
ไม่รองรับฟีเจอร์วิเคราะห์ขั้นสูงบางประเภท
ยังไม่เปิดฟังก์ชันการท่องเว็บบางรูปแบบ หรือการสร้าง GPT แบบกำหนดเอง
แบบเสียค่าใช้จ่ายรายเดือน
ใครที่อยากปลดล็อกความสามารถของ ChatGPT ให้สุด โดยเฉพาะสายทำงานจริงจัง แบบเสียเงินจะตอบโจทย์กว่า โดยปัจจุบันอยู่ที่ เดือนละประมาณ 20 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว ๆ 700 บาท)
สิ่งที่ได้เพิ่มขึ้น เช่น
ใช้งานได้ทั้ง GPT-4o, GPT-4o mini และ GPT-4
ฟีเจอร์ขั้นสูงหลากหลาย รองรับงานที่ซับซ้อนมากขึ้น
สามารถ สร้างภาพด้วย DALL·E
ฟังก์ชันเพิ่มเติมสำหรับคนที่อยากนำไปใช้ในงานจริงจัง หรือต่อยอดเชิงอาชีพ
สำหรับคนที่ใช้ทำงานเป็นประจำ ทั้งคิดงาน เขียนโค้ด ทำคอนเทนต์ หรือวางแผนงานต่าง ๆ บอกได้เลยว่า ค่าใช้จ่ายระดับนี้ค่อนข้างคุ้ม เมื่อเทียบกับเวลาที่ประหยัดไปและคุณภาพงานที่ดีขึ้น
ใช้ ChatGPT ให้ปลอดภัยต้องรู้อะไรบ้าง
แม้ ChatGPT จะเก่งและสะดวกแค่ไหน แต่ก็มีเรื่องที่ควรรู้และควรระวังก่อนใช้งานจริง โดยเฉพาะเวลาเอาไปใช้กับงานที่สำคัญ
ห้ามแชร์ข้อมูลส่วนตัวสำคัญ เช่น เบอร์มือถือ รหัสผ่าน ข้อมูลการเงิน หรือข้อมูลลับของงาน
ตรวจสอบข้อมูลทุกครั้งก่อนนำไปใช้ เพราะคำตอบที่ได้ไม่ได้ถูกต้อง 100% เสมอไป
ระวังการดาวน์โหลดแอปที่อ้างว่าเป็น ChatGPT แต่แอบแฝงเป็นแอปปลอม
ข้อมูลจำนวนมากของ ChatGPT มาจากการรวบรวมตามอินเทอร์เน็ต ทำให้ อาจอ้างอิงแหล่งที่มาชัดเจนไม่ได้ จึงไม่เหมาะใช้อ้างอิงด้านวิชาการแบบจริงจัง
บางคำตอบ อาจมีอคติหรือไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ในบางบริบท ทำให้เสี่ยงต่อความขัดแย้งได้
ถ้าอยากได้คำตอบที่ดี ต้องเริ่มจากการตั้งคำถามให้ชัดและตรงประเด็น ยิ่งโจทย์ดี คำตอบยิ่งมีคุณภาพ
การแปลภาษา หรือเรียบเรียงภาษาไทยอาจยังไม่เนียนเท่าคนเขียนเองทุกกรณี จึงควรอ่านทวนและปรับให้เหมาะสม
ChatGPT ยังไม่เหมาะกับการตอบข้อมูลส่วนบุคคลเชิงลึกเฉพาะรายคน บางเรื่องอาจไม่สามารถตอบให้เจาะจงได้
ควรติดตามการอัปเดตและฟีเจอร์ใหม่ ๆ อยู่เสมอ เพราะระบบยังพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
ChatGPT ใช้งานภาษาไทยได้แค่ไหน?
ตอนนี้ ChatGPT รองรับการใช้งานได้หลายภาษา ทั้งอังกฤษ รัสเซีย อิตาลี รวมถึง ภาษาไทย ด้วย
แต่ในการคุยด้วยภาษาไทย
การเรียบเรียงประโยค
การใช้คำ
ความเป็นธรรมชาติของสำนวน
อาจยังไม่เป๊ะเท่าเวลาคุยกับมนุษย์โดยตรง เพราะฉะนั้นเวลาเอาเนื้อหาที่ได้จาก ChatGPT ภาษาไทยไปใช้จริง ควรอ่านทวน แก้ไข และกรองอีกชั้นหนึ่ง เพื่อให้เหมาะกับบริบทและโทนที่ต้องการ
ใครที่พอใช้ภาษาอังกฤษได้บ้าง หากลองตั้งคำถามหรือสั่งงานเป็นภาษาอังกฤษ จะพบว่า
ได้คำตอบที่หลากหลายกว่า
ตัวเลือกเยอะขึ้น
บริบทและความเข้าใจบางอย่างชัดเจนขึ้น
แต่ถ้าถนัดไทยอย่างเดียว ก็ยังใช้งานได้ดี แค่ต้องช่วยปรับแต่งคำตามสไตล์ของตัวเองอีกเล็กน้อยค่ะ
เริ่มใช้ ChatGPT ยังไง? ขั้นตอนง่ายกว่าที่คิด
ใครที่ยังไม่เคยเริ่มเลย ลองทำตามขั้นตอนนี้ได้เลย
กดเข้าเว็บไซต์ ChatGPT ผ่านเบราว์เซอร์
กด Login เพื่อเข้าสู่ระบบ
ถ้ายังไม่มีบัญชี ให้เลือก Sign up สร้างบัญชีใหม่ก่อน
สามารถสมัครผ่าน Google, Microsoft Account หรือ Apple ได้เลย
เมื่อเข้าสู่หน้าแชตแล้ว ให้พิมพ์คำสั่งหรือคำถามลงไป แล้วรอให้ AI ตอบกลับ
เท่านี้ก็เริ่มใช้ได้แล้ว เห็นไหมว่าง่ายกว่าที่คิดเยอะมาก!
ในด้านการทำงาน ถ้าเรารู้จักเขียนคำสั่งให้ชัด ใช้คำที่ตรงประเด็น หรือวางโครงโจทย์ดี ๆ ChatGPT จะช่วยยกระดับคุณภาพงานได้มาก ไม่ว่าจะเป็นการทำเอกสาร การโค้ด หรือการคิดคอนเทนต์ใหม่ ๆ
ให้ ChatGPT เป็นผู้ช่วย ไม่ใช่เจ้านาย
ท้ายที่สุด อยากชวนให้มองว่า ChatGPT คือเครื่องมือช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของเรา ไม่ใช่สิ่งที่จะมาแย่งงานหรือทำให้เราหมดคุณค่า
ถ้าเราใช้มันให้ถูกทาง
เราจะประหยัดเวลาไปได้เยอะมาก
เอาเวลาที่เหลือไปโฟกัสกับงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์จริง ๆ
ใช้มันเป็นตัวช่วยต่อยอดไอเดีย แทนที่จะให้ทำงานแทนทั้งหมด
คนที่ใช้คล่อง ๆ มักจะบอกตรงกันว่า ชีวิตง่ายขึ้น งานรวดเร็วขึ้น และมีแรงเหลือไปทำอย่างอื่นมากกว่าเดิม
สรุปคือ ไม่ต้องกลัว ลองเริ่มใช้ แล้วค่อย ๆ ปรับวิธีสั่งงานให้เข้ากับสไตล์ตัวเอง เดี๋ยวคุณจะรู้เลยว่ามี AI ดี ๆ อยู่ข้างตัว มันช่วยเปลี่ยนทั้งวิธีคิดและวิธีทำงานของคุณได้แค่ไหน

