Thailand Innovation Hub: เวทีที่รวมพลังนวัตกรรมทั่วประเทศ

กรุงเทพฯ 28 มกราคม 2569 – สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ผนึกกำลัง 3 เครือข่ายพันธมิตรระดับประเทศ ได้แก่
มหาวิทยาลัยแม่โจ้ (ด้านเกษตรและอาหาร)
สมาคมการค้าเฮลท์เทคไทย (ด้านการแพทย์และสุขภาพ)
อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคตะวันออก มหาวิทยาลัยบูรพา (ด้านสมาร์ทอิเล็กทรอนิกส์ ปัญญาประดิษฐ์ หุ่นยนต์ และ IoT)
ร่วมกันจัดงาน Thailand Innovation Hub: Demo Day เวทีระดับชาติที่เปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการฐานนวัตกรรมจากทุกภูมิภาคได้นำเสนอผลงานใน 3 อุตสาหกรรมเป้าหมาย พร้อมเชื่อมต่อกับภาคธุรกิจ การลงทุน และพันธมิตรเชิงกลยุทธ์อย่างเป็นระบบ
ตลอดระยะเวลา 4 เดือนของโครงการ ผู้ประกอบการได้พัฒนานวัตกรรมทั้งด้านเทคโนโลยี โมเดลธุรกิจ และกลยุทธ์การขยายตลาดอย่างเข้มข้น ส่งผลให้มีแนวโน้มสร้างฐานผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และสามารถ ผลักดันรายได้เติบโตเฉลี่ยมากกว่าร้อยละ 20

Groom – Grant – Growth – Global: แพลตฟอร์มเร่งโตผู้ประกอบการไทย
ดร. กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการ NIA อธิบายว่า Thailand Innovation Hub ถูกออกแบบให้เป็นกลไกหลักในการเชื่อมโยงระบบนิเวศนวัตกรรมทั่วประเทศ ผ่านแนวคิด Groom – Grant – Growth – Global ที่ตั้งเป้าผลักดันผู้ประกอบการฐานนวัตกรรมไทยให้เติบโตอย่างเป็นระบบ และยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศในระยะยาว
ในโครงการครั้งนี้ มีการสนับสนุนผู้ประกอบการฐานนวัตกรรมรวม 61 ราย ผ่าน 2 กิจกรรมสำคัญ ได้แก่
Incubation Program (30 ราย)
โปรแกรมบ่มเพาะเชิงลึกสำหรับทีมที่ต้องการวางรากฐานธุรกิจ ทั้งด้านโมเดลธุรกิจ กลยุทธ์การตลาด และการเตรียมความพร้อมสู่การลงทุนSandbox Program (31 ราย)
โปรแกรมเร่งขยายตลาดสำหรับธุรกิจที่มีผลิตภัณฑ์หรือบริการพร้อมใช้งานแล้ว เน้นการจับคู่ธุรกิจและทดสอบใช้งานจริงในพื้นที่ เพื่อดึงฟีดแบ็กจากผู้ใช้จริง และต่อยอดสู่การสร้างรายได้เชิงพาณิชย์ได้อย่างรวดเร็ว
จากทั้งสองโปรแกรม มีการคัดเลือกผู้ประกอบการที่โดดเด่นขึ้นเวที Demo Day จำนวน 39 ราย เพื่อนำเสนอผลงานต่อคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม รีเทล และภาคการลงทุน โดยใช้เกณฑ์ระดับสากลที่พิจารณาทั้ง
การตอบโจทย์ Pain Points ของอุตสาหกรรม
ความพร้อมและผลลัพธ์การใช้งานจริงของเทคโนโลยี
โอกาสทางการตลาดและศักยภาพการขยายธุรกิจ
ความแข็งแรงของทีมผู้ก่อตั้งและการบริหารจัดการ
ทั้งหมดนี้เพื่อ เพิ่มโอกาสต่อยอดเชิงพาณิชย์ และดึงดูดการลงทุนจากทั้งในและต่างประเทศ

3 อุตสาหกรรมเป้าหมาย และผู้ชนะบนเวที Demo Day
บนเวที Demo Day มีการมอบรางวัลให้แก่ผู้ประกอบการที่สามารถแสดงศักยภาพได้โดดเด่นใน 3 อุตสาหกรรมหลัก ดังนี้
1) กลุ่มเกษตรและอาหาร
สาย Incubation
บริษัท แกรนด์ เอสพี สยาม จำกัด
นำเสนอ เม็ดฟู่ยืดอายุดอกไม้ตัดก้าน ช่วยลดการเน่าเสีย และลดการสูญเสียด้านอาหารอย่างมีนัยสำคัญสาย Sandbox
บริษัท ไนน์ไบโอ กรุ๊ป จำกัด
ผลงาน POWBIO หัวเชื้อจุลินทรีย์สร้างไบโอฟล็อก ช่วยลดแอมโมเนียและไนไตรท์ในระบบ โดยเน้นเพิ่มคุณภาพการเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างยั่งยืน
2) กลุ่มการแพทย์และสุขภาพ
สาย Incubation
บริษัท วิสยีน (ไทยแลนด์) จำกัด
พัฒนาชุดตรวจไข้เลือดออกด้วยตนเอง พร้อมระบบบันทึกผลแบบเรียลไทม์ ช่วยคัดกรองผู้ติดเชื้อได้รวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้นสาย Sandbox
บริษัท เฟมเม เวิร์ค จำกัด
ผลงาน NPI ที่นอนอัตโนมัติป้องกันแผลกดทับ ตอบโจทย์การดูแลคนไข้ระยะยาว และช่วยลดภาระบุคลากรทางการแพทย์
3) กลุ่มสมาร์ทอิเล็กทรอนิกส์ ปัญญาประดิษฐ์ หุ่นยนต์ และ IoT
สาย Incubation
บริษัท เอซีไอ ซอฟต์แวร์ จำกัด
นำเสนอแพลตฟอร์ม Kyube Hypercode เครื่องมือช่วยพัฒนาแอปพลิเคชันด้วย AI รองรับระบบลาก-วาง และ Flowchart Logic เชื่อมต่อฐานข้อมูลองค์กรแบบเรียลไทม์ผ่าน Peer Handshake ช่วยให้การพัฒนาแอปเร็วขึ้น ลดภาระนักพัฒนา และเปิดโอกาสให้คนทั่วไปเข้าใกล้การเขียนโค้ดได้ง่ายขึ้นสาย Sandbox
บริษัท คลีนเทค แอนด์ บียอนด์ จำกัด
นวัตกรรม Digital Temperature Indicator (DTI) ป้ายตรวจอุณหภูมิอัจฉริยะไม่ใช้แบตเตอรี่ ใช้วัสดุที่เปลี่ยนสถานะถาวร ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในโรงงานและสายการผลิต

Popular Vote: นวัตกรรมที่คนดูเทใจให้
ในงานยังมีการมอบรางวัล Popular Vote จากคะแนนโหวตของผู้เข้าร่วมงานและผู้ชมทางบ้านให้กับนวัตกรรมที่ทั้งโดดเด่นด้านเทคโนโลยีและแก้ปัญหาได้จริง ซึ่งตกเป็นของ
บริษัท ไนน์ไบโอ กรุ๊ป จำกัด
ผลงาน POWBIO หัวเชื้อจุลินทรีย์สำหรับสร้างไบโอฟล็อกที่ช่วยลดระดับแอมโมเนียและไนไตรท์ในระบบเลี้ยงสัตว์น้ำ ตอกย้ำความสำคัญของเทคโนโลยีที่ช่วยสร้างสมดุลให้สิ่งแวดล้อมและการผลิตอาหาร
ผลลัพธ์ที่จับต้องได้จาก 3 กลุ่มอุตสาหกรรม
โครงการ Thailand Innovation Hub ไม่ได้หยุดแค่เวทีประกวด แต่สะท้อนผลสัมฤทธิ์เชิงประจักษ์ในเชิงพาณิชย์ ทั้งการสร้างยอดขายจริง การขยายฐานลูกค้า และการนำเทคโนโลยีไปใช้งานในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ
กลุ่มเกษตรและอาหาร: เทคโนโลยีลงแปลงจริง
มหาวิทยาลัยแม่โจ้ทำหน้าที่เชื่อมโยงผู้ประกอบการกับย่านนวัตกรรมเกษตรและอาหาร ตลอดจนเชฟ ร้านอาหาร และบริษัทใหญ่ด้านการเกษตร เพื่อให้เกิดการทดลองใช้งานจริงร่วมกัน ตัวอย่างสำคัญ ได้แก่
ร้านอาหาร โอ๋กะจู๋ จับมือกับบริษัท ไวท์ ไทเกอร์ คิง จำกัด ผู้ผลิตนมแพลนต์เบสจากถั่วลายเสือแม่ฮ่องสอน เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมอาหารใหม่ร่วมกัน
การทดสอบ อินเซ็คโต้ – กับดักแมลงโซล่าเซลล์อัตโนมัติ ของบริษัท นาบุญ เทคโนโลยี จำกัด เพื่อลดการใช้สารเคมีในแปลงเกษตร จำนวน 20 ตัว ในพื้นที่ 150 ไร่ และใน 500 โรงเรือน ช่วยเปิดมิติใหม่ในการกำจัดแมลงแบบไม่พึ่งสารเคมี
ผลจากการเชื่อมโยงนี้ทำให้ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมเกษตรและอาหารหลายตัวมียอดขายและจำนวนผู้ใช้งานเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
กลุ่มการแพทย์และสุขภาพ: นวัตกรรมสู่โรงพยาบาลจริง
สมาคมการค้าเฮลท์เทคไทยทำหน้าที่เชื่อมโยงผู้ประกอบการกับย่านนวัตกรรมการแพทย์ และโรงพยาบาลทั้งรัฐและเอกชนทั่วประเทศ เพื่อทดสอบระบบและโซลูชันด้านเฮลท์เทคในสถานการณ์จริง พบว่า
สามารถสร้างยอดขายรวมได้ 21,099,900 บาท
มีจำนวนผู้ใช้งานหรือกลุ่มลูกค้าเพิ่มขึ้นถึง 16,301 ราย
หนึ่งในเคสสำคัญคือ โรงพยาบาลพญาไท-เปาโล ที่นำ NPI: ที่นอนอัตโนมัติป้องกันแผลกดทับ ของบริษัท เฟมเม เวิร์ค จำกัด ไปใช้งานอย่างต่อเนื่อง ช่วยยกระดับคุณภาพการดูแลผู้ป่วยได้อย่างเป็นรูปธรรม
กลุ่มสมาร์ทอิเล็กทรอนิกส์ ปัญญาประดิษฐ์ หุ่นยนต์ และ IoT: จากห้องแลบสู่โรงงานจริง
อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคตะวันออก มหาวิทยาลัยบูรพา ทำหน้าที่เชื่อมโยงภาคอุตสาหกรรมและภาคการผลิตกับเทคโนโลยีใหม่ เพื่อให้เกิดการใช้งานจริงและขยายผล ตัวอย่างสำคัญ เช่น
บริษัท คลีนเทค แอนด์ บียอนด์ จำกัด นำ Digital Temperature Indicator (DTI) สติกเกอร์ตรวจอุณหภูมิเครื่องจักรแบบไม่ใช้แบตเตอรี่ ซึ่งใช้วัสดุเปลี่ยนสถานะถาวร ไปประยุกต์ใช้งานร่วมกับบริษัท พรีไซซ์ จำกัด เพื่อเพิ่มมาตรการความปลอดภัยในโรงงาน
การบ่มเพาะบริษัท อินโนวิตี้ เทค จำกัด ซึ่งเป็น Spin-off จากมหาวิทยาลัยบูรพา ต่อยอดจากสิทธิบัตรในการพัฒนาหุ่นยนต์ขนส่งขับเคลื่อนด้วยระบบนำทางอัตโนมัติที่มีความแม่นยำสูง ปัจจุบันเริ่มมียอดสั่งซื้อจากหน่วยงานในพื้นที่ภาคตะวันออกแล้ว

Thailand Innovation Hub: โครงสร้างพื้นฐานนวัตกรรมยุคใหม่ของประเทศ
ดร. กริชผกา เน้นย้ำว่า Thailand Innovation Hub ไม่ได้เป็นเพียงโครงการระยะสั้น แต่ทำหน้าที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านนวัตกรรมรูปแบบใหม่ของประเทศ ที่เชื่อมโยง
คนเก่งและทีมผู้ประกอบการ
องค์ความรู้และเทคโนโลยี
โครงสร้างพื้นฐานด้านการทดสอบและทดลองใช้จริง
พื้นที่นำร่องและตลาดเชิงพาณิชย์
ทั้งหมดนี้เพื่อเร่งพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการไทยให้ เติบโตได้จริง และพร้อมก้าวสู่เวทีการลงทุนระดับสากลอย่างมั่นคง
ในโลกที่เทคโนโลยีและนวัตกรรมเปลี่ยนเร็ว การมีแพลตฟอร์มอย่าง Thailand Innovation Hub คือการวางรากฐานให้ประเทศพร้อมรับอนาคต ไม่ว่าจะเป็นด้านเกษตรอัจฉริยะ สุขภาพดิจิทัล หรือสมาร์ทเทคโนโลยีที่ใช้ AI หุ่นยนต์ และ IoT เข้ามาช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้ไปไกลกว่าที่เคยเป็นมา

