Thailand Innovation Hub: พื้นที่เล็กๆ ที่เร่งเครื่องนวัตกรรมทั้งประเทศ
สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ผนึกกำลัง 3 เครือข่ายพันธมิตรใหญ่ ได้แก่
มหาวิทยาลัยแม่โจ้: ดูแลกลุ่ม เกษตรและอาหาร
สมาคมการค้าเฮลท์เทคไทย: ดูแลกลุ่ม การแพทย์และสุขภาพ
อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคตะวันออก มหาวิทยาลัยบูรพา: ดูแลกลุ่ม สมาร์ทอิเล็กทรอนิกส์ ปัญญาประดิษฐ์ หุ่นยนต์ และ IoT
ทั้งหมดรวมตัวกันในงาน Thailand Innovation Hub: Demo Day เวทีระดับชาติครั้งแรก ที่ดึงผู้ประกอบการฐานนวัตกรรมจากทุกภูมิภาคมาจัดแสดงและเชื่อมโยงโอกาสธุรกิจใน 3 อุตสาหกรรมเป้าหมาย
ตลอด 4 เดือนของโครงการ ทีมธุรกิจที่เข้าร่วมได้แสดงให้เห็นถึงพลังการเติบโต ทั้งในมุม การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมแก้ปัญหา, การวางกลยุทธ์ขยายตลาด และการทำให้ผลิตภัณฑ์-บริการถูกใช้งานจริง จนสามารถคาดการณ์การเติบโตของรายได้ เฉลี่ยมากกว่าร้อยละ 20
กลไก Groom – Grant – Growth – Global: เครื่องเร่งสตาร์ทอัพไทย
ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการ NIA อธิบายว่า Thailand Innovation Hub ถูกออกแบบให้เป็นกลไกเชื่อมโยงระบบนิเวศนวัตกรรมทั่วประเทศ ผ่านแนวคิด Groom – Grant – Growth – Global เพื่อเร่งการเติบโตของผู้ประกอบการฐานนวัตกรรมไทยอย่างเป็นระบบ และช่วยยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
ในระยะเวลาดำเนินโครงการ มีการสนับสนุนผู้ประกอบการฐานนวัตกรรมรวม 61 ราย ผ่าน 2 กิจกรรมหลัก ได้แก่
Incubation Program (30 ราย): โปรแกรมบ่มเพาะเชิงลึก เน้นพัฒนาโมเดลธุรกิจ กลยุทธ์การตลาด และเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่การลงทุน
Sandbox Program (31 ราย): โปรแกรมเร่งขยายตลาด สำหรับธุรกิจที่มีผลิตภัณฑ์หรือบริการพร้อมใช้งานแล้ว มุ่งจับคู่ธุรกิจและทดลองใช้จริงในพื้นที่ เพื่อดึงข้อมูลผู้ใช้จริงมาต่อยอดเชิงพาณิชย์ให้เร็วที่สุด
จากทั้งสองโปรแกรม ได้คัดเลือกผู้ประกอบการที่โดดเด่น 39 ราย ขึ้นนำเสนอผลงานบนเวที Demo Day ต่อคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม รีเทล และกองทุนร่วมลงทุน เช่น สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, Central Food Retail (Tops), ADB Ventures, TVCA, BDMS, กรมควบคุมโรค, InnoSpace, A2D Ventures และ TPG X
การตัดสินใช้เกณฑ์มาตรฐานสากล ครอบคลุมทั้ง
การตอบโจทย์ Pain Points ของอุตสาหกรรม
ความพร้อมของเทคโนโลยีและผลลัพธ์การใช้งานจริง
โอกาสทางการตลาดและการขยายธุรกิจ
ศักยภาพและความพร้อมของทีมผู้ก่อตั้ง
เป้าหมายสำคัญคือการเพิ่มโอกาสในการต่อยอดเชิงพาณิชย์และเชื่อมสู่การลงทุนจริง
3 กลุ่มอุตสาหกรรม และผู้ชนะที่ต้องจับตา
1) กลุ่มเกษตรและอาหาร
รางวัลจาก Incubation
บริษัท แกรนด์ เอสพี สยาม จำกัด
พัฒนา เม็ดฟู่ยืดอายุดอกไม้ตัดก้าน ช่วยลดการเน่าเสียด้านอาหาร และยืดอายุการใช้งานดอกไม้รางวัลจาก Sandbox
บริษัท ไนน์ไบโอ กรุ๊ป จำกัด
ผลงาน POWBIO: หัวเชื้อจุลินทรีย์สร้างไบโอฟล็อก ช่วยลดระดับแอมโมเนียและไนไตรท์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะกับภาคการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ต้องการควบคุมคุณภาพน้ำอย่างจริงจัง
2) กลุ่มการแพทย์และสุขภาพ
รางวัลจาก Incubation
บริษัท วิสยีน (ไทยแลนด์) จำกัด
พัฒนา ชุดตรวจไข้เลือดออกด้วยตนเอง พร้อมระบบบันทึกผลแบบเรียลไทม์ ช่วยคัดกรองผู้ติดเชื้อได้รวดเร็วและแม่นยำมากขึ้นรางวัลจาก Sandbox
บริษัท เฟมเม เวิร์ค จำกัด
สร้าง NPI: ที่นอนอัตโนมัติป้องกันแผลกดทับ สำหรับผู้ป่วยที่ต้องนอนติดเตียง ช่วยลดภาระบุคลากรทางการแพทย์และเพิ่มคุณภาพชีวิตผู้ป่วย
3) กลุ่มสมาร์ทอิเล็กทรอนิกส์ ปัญญาประดิษฐ์ หุ่นยนต์ และ IoT
รางวัลจาก Incubation
บริษัท เอซีไอ ซอฟต์แวร์ จำกัด
ผลงาน Kyube Hypercode: แพลตฟอร์มพัฒนาแอปพลิเคชันด้วย AI ที่ช่วยเขียนโค้ดผ่านระบบลาก-วาง ร่วมกับ Flowchart Logic และเชื่อมต่อฐานข้อมูลองค์กรแบบเรียลไทม์ผ่าน Peer Handshake
เหมาะกับยุคที่คนไม่ต้องเป็นโปรแกรมเมอร์มืออาชีพก็สร้างระบบได้รางวัลจาก Sandbox
บริษัท คลีนเทค แอนด์ บียอนด์ จำกัด
สร้าง Digital Temperature Indicator (DTI) ป้ายตรวจอุณหภูมิอัจฉริยะไม่ใช้แบตเตอรี่ ใช้วัสดุเปลี่ยนสถานะถาวร เพื่อตรวจสอบอุณหภูมิและเพิ่มความปลอดภัยในโรงงานอุตสาหกรรม
Popular Vote: เสียงจริงจากผู้ใช้งานและคนดูก็เลือกแบบเดียวกัน
รางวัล Popular Vote ตัดสินจากคะแนนของผู้เข้าร่วมงานและผู้ชมทางบ้าน เลือกผลงานที่ทั้งเด่นด้านเทคโนโลยีและแก้ปัญหาได้จริง
บริษัท ไนน์ไบโอ กรุ๊ป จำกัด
ผลงาน POWBIO: หัวเชื้อจุลินทรีย์สร้างไบโอฟล็อก ที่ช่วยลดแอมโมเนียและไนไตรท์ในระบบเพาะเลี้ยง จนได้ใจทั้งกรรมการและผู้ชม
ผลลัพธ์เชิงประจักษ์: จากโครงการทดลอง สู่ยอดขายและลูกค้าที่จับต้องได้
โครงการ Thailand Innovation Hub ไม่ได้หยุดแค่เวทีประกวด แต่แสดงให้เห็นผลลัพธ์ชัดเจนว่าความร่วมมือของพันธมิตรสามารถต่อยอดเป็นยอดขายจริงและการขยายฐานลูกค้าใน 3 อุตสาหกรรมหลัก
กลุ่มเกษตรและอาหาร: จากแล็บ สู่แปลงจริงและร้านอาหารจริง
มหาวิทยาลัยแม่โจ้เชื่อมโจทย์จาก ย่านนวัตกรรมเกษตรและอาหารแม่โจ้ เข้ากับเชฟ ร้านอาหาร และบริษัทเกษตรรายใหญ่ เพื่อให้เทคโนโลยีถูกทดสอบในบริบทจริง
ตัวอย่างสำคัญ
ร้านอาหาร โอ๋กะจู๋ ร่วมต่อยอดกับบริษัท ไวท์ ไทเกอร์ คิง จำกัด ผู้ผลิต นมแพลนต์เบสจากถั่วลายเสือแม่ฮ่องสอน เพื่อร่วมกันพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารนวัตกรรมใหม่
บริษัท นาบุญ เทคโนโลยี จำกัด ทดสอบ อินเซ็คโต้ – กับดักแมลงโซล่าเซลล์อัตโนมัติ ลดการใช้สารเคมีในแปลงเกษตร
มีการทดสอบจำนวน 20 ตัว ครอบคลุมพื้นที่ 150 ไร่ และ 500 โรงเรือน สร้างเป็นตัวเลือกใหม่ในการกำจัดแมลงโดยไม่พึ่งสารเคมี
ผลลัพธ์คือผลิตภัณฑ์นวัตกรรมในกลุ่มเกษตรและอาหารมียอดขายและจำนวนผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นอย่างเห็นภาพ
กลุ่มการแพทย์และสุขภาพ: เทคโนโลยีที่เข้าไปอยู่ในโรงพยาบาลจริง
สมาคมการค้าเฮลท์เทคไทยเชื่อมโยงผู้ประกอบการเข้ากับ ย่านนวัตกรรมการแพทย์ และโรงพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชนทั่วประเทศ เพื่อทดสอบระบบและโซลูชันด้านสุขภาพในบริบทจริง
ผลการดำเนินงานสะท้อนออกมาเป็นตัวเลขชัดเจน
ยอดขายรวมกว่า 21,099,900 บาท
จำนวนผู้ใช้งานหรือกลุ่มลูกค้าเพิ่มขึ้น 16,301 ราย
ตัวอย่างสำคัญคือ โรงพยาบาล พญาไท-เปาโล ที่นำ NPI – ที่นอนอัตโนมัติป้องกันแผลกดทับ ของบริษัท เฟมเม เวิร์ค จำกัด ไปใช้งานอย่างต่อเนื่องในระบบการดูแลผู้ป่วย
กลุ่มสมาร์ทอิเล็กทรอนิกส์ AI หุ่นยนต์ และ IoT: จากงานวิจัยสู่โรงงานจริง
อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคตะวันออก มหาวิทยาลัยบูรพา เชื่อมต่อเทคโนโลยีกับภาคอุตสาหกรรมและภาคการผลิต เพื่อให้โซลูชันดิจิทัลและหุ่นยนต์ถูกนำไปใช้จริง ไม่ใช่แค่ต้นแบบบนสไลด์
ตัวอย่างความสำเร็จ เช่น
บริษัท คลีนเทค แอนด์ บียอนด์ จำกัด นำ Digital Temperature Indicator (DTI) สติกเกอร์ตรวจอุณหภูมิของเครื่องจักรแบบไม่ใช้แบตเตอรี่ ไปใช้งานร่วมกับ บริษัท พรีไซซ์ จำกัด ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในโรงงานผ่านระบบตรวจสอบอุณหภูมิที่มองเห็นได้ง่ายและเชื่อถือได้
การบ่มเพาะ บริษัท อินโนวิตี้ เทค จำกัด ซึ่งเป็นบริษัท Spin-off จากมหาวิทยาลัยบูรพา พัฒนาหุ่นยนต์ขนส่งขับเคลื่อนด้วยระบบนำทางอัตโนมัติที่มีความแม่นยำสูง สร้างจากฐานสิทธิบัตรของมหาวิทยาลัย และเริ่มมีคำสั่งซื้อจากหน่วยงานในพื้นที่ภาคตะวันออกแล้ว
ทั้งหมดนี้สะท้อนว่า งานวิจัยและเทคโนโลยีไม่ได้จบที่หิ้ง แต่เดินเข้าโรงงานและธุรกิจจริง
Thailand Innovation Hub: จากโครงการสู่โครงสร้างพื้นฐานนวัตกรรมของประเทศ
ดร.กริชผกา เน้นย้ำว่า Thailand Innovation Hub ไม่ใช่แค่โครงการพัฒนานวัตกรรมระยะสั้น แต่คือโครงสร้างพื้นฐานด้านนวัตกรรมรูปแบบใหม่ของประเทศไทย
โครงสร้างนี้เชื่อมโยง
คนทำงานจริงในพื้นที่
องค์ความรู้และเทคโนโลยี
โครงสร้างพื้นฐานและแหล่งทดสอบใช้งานจริง
โอกาสการลงทุนและการขยายตลาด
ทั้งหมดเพื่อเร่งพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการไทยให้ เติบโตได้จริง และพร้อมก้าวขึ้นสู่เวทีการลงทุนระดับสากล
หัวใจสำคัญคือการพิสูจน์ว่า นวัตกรรมไทยไม่ได้มีดีแค่ไอเดีย แต่เดินได้เองในตลาดโลก





