รับแอปรับแอป

Thailand Innovation Hub: เวที Demo Day ที่ปลุกพลังสตาร์ทอัพไทยให้โตจริง ทะลุเกมการแข่งขันโลก

มณีรัตน์ พูลผล01-29

Thailand Innovation Hub: พื้นที่เล็กๆ ที่เร่งเครื่องนวัตกรรมทั้งประเทศ

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ผนึกกำลัง 3 เครือข่ายพันธมิตรใหญ่ ได้แก่

  • มหาวิทยาลัยแม่โจ้: ดูแลกลุ่ม เกษตรและอาหาร

  • สมาคมการค้าเฮลท์เทคไทย: ดูแลกลุ่ม การแพทย์และสุขภาพ

  • อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคตะวันออก มหาวิทยาลัยบูรพา: ดูแลกลุ่ม สมาร์ทอิเล็กทรอนิกส์ ปัญญาประดิษฐ์ หุ่นยนต์ และ IoT

ทั้งหมดรวมตัวกันในงาน Thailand Innovation Hub: Demo Day เวทีระดับชาติครั้งแรก ที่ดึงผู้ประกอบการฐานนวัตกรรมจากทุกภูมิภาคมาจัดแสดงและเชื่อมโยงโอกาสธุรกิจใน 3 อุตสาหกรรมเป้าหมาย

ตลอด 4 เดือนของโครงการ ทีมธุรกิจที่เข้าร่วมได้แสดงให้เห็นถึงพลังการเติบโต ทั้งในมุม การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมแก้ปัญหา, การวางกลยุทธ์ขยายตลาด และการทำให้ผลิตภัณฑ์-บริการถูกใช้งานจริง จนสามารถคาดการณ์การเติบโตของรายได้ เฉลี่ยมากกว่าร้อยละ 20

กลไก Groom – Grant – Growth – Global: เครื่องเร่งสตาร์ทอัพไทย

ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการ NIA อธิบายว่า Thailand Innovation Hub ถูกออกแบบให้เป็นกลไกเชื่อมโยงระบบนิเวศนวัตกรรมทั่วประเทศ ผ่านแนวคิด Groom – Grant – Growth – Global เพื่อเร่งการเติบโตของผู้ประกอบการฐานนวัตกรรมไทยอย่างเป็นระบบ และช่วยยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

ในระยะเวลาดำเนินโครงการ มีการสนับสนุนผู้ประกอบการฐานนวัตกรรมรวม 61 ราย ผ่าน 2 กิจกรรมหลัก ได้แก่

  • Incubation Program (30 ราย): โปรแกรมบ่มเพาะเชิงลึก เน้นพัฒนาโมเดลธุรกิจ กลยุทธ์การตลาด และเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่การลงทุน

  • Sandbox Program (31 ราย): โปรแกรมเร่งขยายตลาด สำหรับธุรกิจที่มีผลิตภัณฑ์หรือบริการพร้อมใช้งานแล้ว มุ่งจับคู่ธุรกิจและทดลองใช้จริงในพื้นที่ เพื่อดึงข้อมูลผู้ใช้จริงมาต่อยอดเชิงพาณิชย์ให้เร็วที่สุด

จากทั้งสองโปรแกรม ได้คัดเลือกผู้ประกอบการที่โดดเด่น 39 ราย ขึ้นนำเสนอผลงานบนเวที Demo Day ต่อคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม รีเทล และกองทุนร่วมลงทุน เช่น สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, Central Food Retail (Tops), ADB Ventures, TVCA, BDMS, กรมควบคุมโรค, InnoSpace, A2D Ventures และ TPG X

การตัดสินใช้เกณฑ์มาตรฐานสากล ครอบคลุมทั้ง

  • การตอบโจทย์ Pain Points ของอุตสาหกรรม

  • ความพร้อมของเทคโนโลยีและผลลัพธ์การใช้งานจริง

  • โอกาสทางการตลาดและการขยายธุรกิจ

  • ศักยภาพและความพร้อมของทีมผู้ก่อตั้ง

เป้าหมายสำคัญคือการเพิ่มโอกาสในการต่อยอดเชิงพาณิชย์และเชื่อมสู่การลงทุนจริง

3 กลุ่มอุตสาหกรรม และผู้ชนะที่ต้องจับตา

1) กลุ่มเกษตรและอาหาร

  • รางวัลจาก Incubation
    บริษัท แกรนด์ เอสพี สยาม จำกัด
    พัฒนา เม็ดฟู่ยืดอายุดอกไม้ตัดก้าน ช่วยลดการเน่าเสียด้านอาหาร และยืดอายุการใช้งานดอกไม้

  • รางวัลจาก Sandbox
    บริษัท ไนน์ไบโอ กรุ๊ป จำกัด
    ผลงาน POWBIO: หัวเชื้อจุลินทรีย์สร้างไบโอฟล็อก ช่วยลดระดับแอมโมเนียและไนไตรท์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะกับภาคการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ต้องการควบคุมคุณภาพน้ำอย่างจริงจัง

2) กลุ่มการแพทย์และสุขภาพ

  • รางวัลจาก Incubation
    บริษัท วิสยีน (ไทยแลนด์) จำกัด
    พัฒนา ชุดตรวจไข้เลือดออกด้วยตนเอง พร้อมระบบบันทึกผลแบบเรียลไทม์ ช่วยคัดกรองผู้ติดเชื้อได้รวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น

  • รางวัลจาก Sandbox
    บริษัท เฟมเม เวิร์ค จำกัด
    สร้าง NPI: ที่นอนอัตโนมัติป้องกันแผลกดทับ สำหรับผู้ป่วยที่ต้องนอนติดเตียง ช่วยลดภาระบุคลากรทางการแพทย์และเพิ่มคุณภาพชีวิตผู้ป่วย

3) กลุ่มสมาร์ทอิเล็กทรอนิกส์ ปัญญาประดิษฐ์ หุ่นยนต์ และ IoT

  • รางวัลจาก Incubation
    บริษัท เอซีไอ ซอฟต์แวร์ จำกัด
    ผลงาน Kyube Hypercode: แพลตฟอร์มพัฒนาแอปพลิเคชันด้วย AI ที่ช่วยเขียนโค้ดผ่านระบบลาก-วาง ร่วมกับ Flowchart Logic และเชื่อมต่อฐานข้อมูลองค์กรแบบเรียลไทม์ผ่าน Peer Handshake
    เหมาะกับยุคที่คนไม่ต้องเป็นโปรแกรมเมอร์มืออาชีพก็สร้างระบบได้

  • รางวัลจาก Sandbox
    บริษัท คลีนเทค แอนด์ บียอนด์ จำกัด
    สร้าง Digital Temperature Indicator (DTI) ป้ายตรวจอุณหภูมิอัจฉริยะไม่ใช้แบตเตอรี่ ใช้วัสดุเปลี่ยนสถานะถาวร เพื่อตรวจสอบอุณหภูมิและเพิ่มความปลอดภัยในโรงงานอุตสาหกรรม

Popular Vote: เสียงจริงจากผู้ใช้งานและคนดูก็เลือกแบบเดียวกัน

รางวัล Popular Vote ตัดสินจากคะแนนของผู้เข้าร่วมงานและผู้ชมทางบ้าน เลือกผลงานที่ทั้งเด่นด้านเทคโนโลยีและแก้ปัญหาได้จริง

  • บริษัท ไนน์ไบโอ กรุ๊ป จำกัด
    ผลงาน POWBIO: หัวเชื้อจุลินทรีย์สร้างไบโอฟล็อก ที่ช่วยลดแอมโมเนียและไนไตรท์ในระบบเพาะเลี้ยง จนได้ใจทั้งกรรมการและผู้ชม

ผลลัพธ์เชิงประจักษ์: จากโครงการทดลอง สู่ยอดขายและลูกค้าที่จับต้องได้

โครงการ Thailand Innovation Hub ไม่ได้หยุดแค่เวทีประกวด แต่แสดงให้เห็นผลลัพธ์ชัดเจนว่าความร่วมมือของพันธมิตรสามารถต่อยอดเป็นยอดขายจริงและการขยายฐานลูกค้าใน 3 อุตสาหกรรมหลัก

กลุ่มเกษตรและอาหาร: จากแล็บ สู่แปลงจริงและร้านอาหารจริง

มหาวิทยาลัยแม่โจ้เชื่อมโจทย์จาก ย่านนวัตกรรมเกษตรและอาหารแม่โจ้ เข้ากับเชฟ ร้านอาหาร และบริษัทเกษตรรายใหญ่ เพื่อให้เทคโนโลยีถูกทดสอบในบริบทจริง

ตัวอย่างสำคัญ

  • ร้านอาหาร โอ๋กะจู๋ ร่วมต่อยอดกับบริษัท ไวท์ ไทเกอร์ คิง จำกัด ผู้ผลิต นมแพลนต์เบสจากถั่วลายเสือแม่ฮ่องสอน เพื่อร่วมกันพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารนวัตกรรมใหม่

  • บริษัท นาบุญ เทคโนโลยี จำกัด ทดสอบ อินเซ็คโต้ – กับดักแมลงโซล่าเซลล์อัตโนมัติ ลดการใช้สารเคมีในแปลงเกษตร
    มีการทดสอบจำนวน 20 ตัว ครอบคลุมพื้นที่ 150 ไร่ และ 500 โรงเรือน สร้างเป็นตัวเลือกใหม่ในการกำจัดแมลงโดยไม่พึ่งสารเคมี

ผลลัพธ์คือผลิตภัณฑ์นวัตกรรมในกลุ่มเกษตรและอาหารมียอดขายและจำนวนผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นอย่างเห็นภาพ

กลุ่มการแพทย์และสุขภาพ: เทคโนโลยีที่เข้าไปอยู่ในโรงพยาบาลจริง

สมาคมการค้าเฮลท์เทคไทยเชื่อมโยงผู้ประกอบการเข้ากับ ย่านนวัตกรรมการแพทย์ และโรงพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชนทั่วประเทศ เพื่อทดสอบระบบและโซลูชันด้านสุขภาพในบริบทจริง

ผลการดำเนินงานสะท้อนออกมาเป็นตัวเลขชัดเจน

  • ยอดขายรวมกว่า 21,099,900 บาท

  • จำนวนผู้ใช้งานหรือกลุ่มลูกค้าเพิ่มขึ้น 16,301 ราย

ตัวอย่างสำคัญคือ โรงพยาบาล พญาไท-เปาโล ที่นำ NPI – ที่นอนอัตโนมัติป้องกันแผลกดทับ ของบริษัท เฟมเม เวิร์ค จำกัด ไปใช้งานอย่างต่อเนื่องในระบบการดูแลผู้ป่วย

กลุ่มสมาร์ทอิเล็กทรอนิกส์ AI หุ่นยนต์ และ IoT: จากงานวิจัยสู่โรงงานจริง

อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคตะวันออก มหาวิทยาลัยบูรพา เชื่อมต่อเทคโนโลยีกับภาคอุตสาหกรรมและภาคการผลิต เพื่อให้โซลูชันดิจิทัลและหุ่นยนต์ถูกนำไปใช้จริง ไม่ใช่แค่ต้นแบบบนสไลด์

ตัวอย่างความสำเร็จ เช่น

  • บริษัท คลีนเทค แอนด์ บียอนด์ จำกัด นำ Digital Temperature Indicator (DTI) สติกเกอร์ตรวจอุณหภูมิของเครื่องจักรแบบไม่ใช้แบตเตอรี่ ไปใช้งานร่วมกับ บริษัท พรีไซซ์ จำกัด ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในโรงงานผ่านระบบตรวจสอบอุณหภูมิที่มองเห็นได้ง่ายและเชื่อถือได้

  • การบ่มเพาะ บริษัท อินโนวิตี้ เทค จำกัด ซึ่งเป็นบริษัท Spin-off จากมหาวิทยาลัยบูรพา พัฒนาหุ่นยนต์ขนส่งขับเคลื่อนด้วยระบบนำทางอัตโนมัติที่มีความแม่นยำสูง สร้างจากฐานสิทธิบัตรของมหาวิทยาลัย และเริ่มมีคำสั่งซื้อจากหน่วยงานในพื้นที่ภาคตะวันออกแล้ว

ทั้งหมดนี้สะท้อนว่า งานวิจัยและเทคโนโลยีไม่ได้จบที่หิ้ง แต่เดินเข้าโรงงานและธุรกิจจริง

Thailand Innovation Hub: จากโครงการสู่โครงสร้างพื้นฐานนวัตกรรมของประเทศ

ดร.กริชผกา เน้นย้ำว่า Thailand Innovation Hub ไม่ใช่แค่โครงการพัฒนานวัตกรรมระยะสั้น แต่คือโครงสร้างพื้นฐานด้านนวัตกรรมรูปแบบใหม่ของประเทศไทย

โครงสร้างนี้เชื่อมโยง

  • คนทำงานจริงในพื้นที่

  • องค์ความรู้และเทคโนโลยี

  • โครงสร้างพื้นฐานและแหล่งทดสอบใช้งานจริง

  • โอกาสการลงทุนและการขยายตลาด

ทั้งหมดเพื่อเร่งพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการไทยให้ เติบโตได้จริง และพร้อมก้าวขึ้นสู่เวทีการลงทุนระดับสากล

หัวใจสำคัญคือการพิสูจน์ว่า นวัตกรรมไทยไม่ได้มีดีแค่ไอเดีย แต่เดินได้เองในตลาดโลก