รับแอปรับแอป

เจาะลึกการอำลาของ Jonathan Anderson: เมื่อ LOEWE ต้องเดินหน้าต่อแบบไร้กัปตันคนเดิม

ชนินทร์ อินทร์ดี01-30

Jonathan Anderson ปิดตำนาน 11 ปีที่ LOEWE

Jonathan Anderson เตรียมโบกมือลาตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของ LOEWE หลังร่วมสร้างยุคทองให้แบรนด์นานกว่า 11 ปี เขาคือนักออกแบบที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในโลกแฟชั่น ทั้งในด้านวิสัยทัศน์ การตีความงานคราฟต์ และการเล่าเรื่องผ่านเสื้อผ้าอย่างมีเอกลักษณ์

ตลอดช่วงเวลาที่อยู่กับ LOEWE เขาได้ปั้นแบรนด์สัญชาติสเปนให้กลับมาถูกพูดถึงอย่างจริงจังในอุตสาหกรรมแฟชั่นระดับโลกอีกครั้ง ทั้งในแง่ความคิดสร้างสรรค์ งานฝีมือ และภาพลักษณ์ที่ร่วมสมัยแต่ไม่ทิ้งรากเหง้า

LOEWE: แบรนด์เก่าแก่ที่ใช้คราฟต์นำทาง

LOEWE คือแบรนด์แฟชั่นหรูสัญชาติสเปนที่เชี่ยวชาญงานเครื่องหนัง เสื้อผ้า น้ำหอม และเครื่องประดับหลากหลายรูปแบบ ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 1846 ที่กรุงมาดริด ก่อนจะเข้าเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักร LVMH ในปี พ.ศ. 1996

ในกลุ่มแบรนด์หรูของ LVMH นั้น LOEWE ถือเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่เก่าแก่ที่สุด แต่กลับยังสามารถคงความร่วมสมัยเอาไว้ได้อย่างน่าสนใจ โดยเฉพาะในยุคของ Jonathan ที่เน้น “งานคราฟต์” เป็นหัวใจหลัก ของการเล่าเรื่องแบรนด์

เสียงจากดีไซเนอร์ผู้กุมหัวใจ LOEWE กว่าทศวรรษ

Jonathan เคยกล่าวถึงการทำงานกับ LOEWE ในมุมที่เต็มไปด้วยความผูกพันและความเคารพต่อทีมงานที่อยู่เบื้องหลังทุกคอลเล็กชัน

เขาเล่าว่าตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาทำงานในสตูดิโอของ LOEWE เขาได้พบกับผู้คนที่มีจิตวิญญาณเดียวกัน เต็มไปด้วยพรสวรรค์และความทุ่มเท ซึ่งเป็นพลังสำคัญที่ขับเคลื่อนทุกไอเดียให้กลายเป็นความจริง

ตลอด 11 ปีที่ผ่านมา เขามองว่าความสำเร็จของแบรนด์ไม่ได้เกิดจากโชว์แรก หรือฤดูกาลแรก แต่เกิดจากการค่อยๆ สร้างอย่างช้าๆ ฤดูกาลต่อฤดูกาล ปีแล้วปีเล่า บนพื้นฐานที่มั่นคง ทั้งในเชิงอัตลักษณ์และทิศทางของแบรนด์

Craft Prize: โปรเจกต์ที่ Jonathan ภูมิใจที่สุด

หนึ่งในความสำเร็จที่ Jonathan ยกให้เป็นผลงานที่เขาภูมิใจที่สุดคือ การเปิดตัว Craft Prize ซึ่งเปรียบเสมือนเวทีให้แสงสปอตไลต์ส่องลงไปยังโลกของงานฝีมือในมิติใหม่

เขามองว่ารางวัลนี้คือแพลตฟอร์มที่ช่วยให้

  • งานหัตถศิลป์ที่กำลังเลือนหายกลับมาเป็นที่มองเห็น

  • ช่างฝีมือรุ่นใหม่ได้มีพื้นที่แสดงศักยภาพ

  • ปรมาจารย์รุ่นเก่าได้รับการยกย่องและถูกพูดถึงอีกครั้ง

  • แนวคิดร่วมสมัยในงานคราฟต์มีที่ทางให้ทดลองและเติบโต

Jonathan ขอบคุณทีมงานมูลนิธิ คณะกรรมการตัดสิน และเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญที่ร่วมกันผลักดันให้ Craft Prize เติบโต ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มต้นจนกลายเป็นรางวัลทรงอิทธิพลในวันนี้

เขาเคยเล่าว่าการสร้าง “แบรนด์ทางวัฒนธรรม” แบบที่เขาจินตนาการนั้น ไม่ได้เกิดจากการออกแบบเสื้อผ้าเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากศิลปิน ช่างฝีมือ มรดกทางวัฒนธรรม พิพิธภัณฑ์ หอศิลป์ และมูลนิธิต่างๆ ที่ยอมเปิดพื้นที่ แบ่งปันผลงาน และร่วมสร้างบทสนทนาทางวัฒนธรรมไปพร้อมกัน

LOEWE Foundation Craft Prize คืออะไร?

รางวัล LOEWE FOUNDATION Craft Prize ในระดับนานาชาติถูกก่อตั้งขึ้นในปี 2016 เพื่อเฉลิมฉลองและยกย่องคุณค่าของงานหัตถศิลป์ร่วมสมัยในมิติต่างๆ ทั้งด้านความสดใหม่ ความประณีต และคุณค่าทางศิลปะ

ในปี 2025 รางวัลนี้ยังคงทำหน้าที่เป็นตัวชี้วัดความเป็นเลิศในโลกของคราฟต์ ซึ่งครอบคลุมงานหลากแขนง เช่น

  • เซรามิก

  • เครื่องประดับ

  • สิ่งทอ

  • งานไม้

  • งานกระจก

  • งานโลหะ

  • เฟอร์นิเจอร์

  • งานกระดาษ (จุดโฟกัสของสายงานกระดาษทั้งหลาย)

  • งานเคลือบแล็กเกอร์

ทุกปี รายชื่อศิลปินที่ได้รับการคัดเลือกจะสะท้อนให้เห็นว่า โลกของงานหัตถศิลป์ไม่ได้หยุดนิ่ง แต่กำลังพัฒนา เปลี่ยนแปลง และถูกตีความใหม่อยู่ตลอดเวลา

สำหรับคนที่หลงใหลงานคราฟต์ โดยเฉพาะใครที่ทำงานเกี่ยวกับ งานกระดาษ นี่คือเวทีที่น่าจับตาอย่างยิ่ง เพราะไม่เพียงยกย่องงานทำมือที่ประณีต แต่ยังสนับสนุนการทดลองวัสดุ เทคนิค และการเล่าเรื่องผ่านพื้นผิวและโครงสร้างของชิ้นงานอย่างจริงจัง

หลัง Jonathan แล้ว LOEWE จะเดินไปทางไหน?

ในตอนนี้ยังไม่มีการเปิดเผยอย่างชัดเจนว่า Jonathan Anderson จะย้ายไปประจำการที่แบรนด์ไหนต่อ หรือว่าบ้านหลังใหม่ทางแฟชั่นของเขาจะเป็นที่ใด

เช่นเดียวกัน ฝั่ง LOEWE เองก็ยังไม่มีประกาศว่าใครจะขึ้นมารับตำแหน่งหัวเรือใหญ่คนต่อไป

สิ่งที่รู้แน่ชัดคือ วงการแฟชั่นกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านที่เข้มข้น หลายแบรนด์ในเครือ LVMH มีการสับเปลี่ยนตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดก็เพิ่งมีการประกาศการลงจากตำแหน่งของ Kim Jones ที่ Dior Men และการแต่งตั้งบทบาทใหม่ทั้งในสายศิลป์และสายบริหาร

มองไปข้างหน้าในยุคหลังยุค Jonathan

สำหรับ LOEWE มรดกที่ Jonathan ทิ้งเอาไว้ไม่ใช่แค่ซิลูเอตเสื้อผ้าหรือกระเป๋ารุ่นไอคอนิก แต่คือวิธีคิดแบบ “แฟชั่นที่เคารพงานคราฟต์อย่างลึกซึ้ง”

ในวันที่แบรนด์ต้องเดินหน้าต่อโดยไร้เขาเป็นผู้นำ เราน่าจับตาว่า

  • ทิศทางใหม่ของแบรนด์จะยังคงให้ความสำคัญกับงานหัตถศิลป์เหมือนเดิมหรือไม่

  • Craft Prize จะถูกต่อยอดไปในรูปแบบใด

  • และศิลปิน ช่างฝีมือ รวมถึงสายงานกระดาษ จะได้รับพื้นที่บทบาทใหม่ๆ เพิ่มขึ้นแค่ไหน

สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือ Jonathan Anderson ได้พิสูจน์แล้วว่า แบรนด์แฟชั่นหรูไม่ได้มีแค่เรื่องภาพลักษณ์ แต่สามารถเป็นเวทีให้ งานคราฟต์ทุกแขนงตั้งแต่เซรามิกไปจนถึงงานกระดาษ ได้ถูกมองเห็น ยอมรับ และส่งต่อคุณค่าข้ามรุ่นต่อไปอย่างงดงาม