รับแอปรับแอป

SEE THE FUTURE: งานหนัง–นิทรรศการที่พาเด็กจีน–ไทยมาดูอนาคตไปพร้อมกัน

นพดล แก้วคำ01-30

SEE THE FUTURE: พื้นที่ที่ภาพยนตร์พาเราไปไกลกว่าจอ

เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับงาน SEE THE FUTURE นิทรรศการภาพยนตร์เชื่อมคนรุ่นใหม่จีน–ไทย เวทีที่ใช้ “หนัง” เป็นภาษากลาง เชื่อมไอเดีย ความฝัน และโอกาสของเยาวชนสองประเทศเข้าไว้ด้วยกัน

งานนี้จัดขึ้นในวันพุธที่ 6 สิงหาคม 2568 เวลา 13.00 – 17.00 น.โรงภาพยนตร์ชั้น 2 คณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี

ผนึกกำลังโดย สมาคมภราดรภาพ ไทย–จีน ร่วมกับ คณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน มทร.ธัญบุรี เพื่อสร้างเวทีให้คนรุ่นใหม่ได้สัมผัสพลังของภาพยนตร์อย่างใกล้ชิด

ไฮไลต์งานนี้มีอะไรบ้าง

นี่ไม่ใช่แค่งานฉายหนังธรรมดา แต่เป็นพื้นที่ที่รวมทั้ง

  • การเรียนรู้ผ่านงานภาพยนตร์

  • การแลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างเยาวชนจีน–ไทย

  • การพูดคุยกับผู้กำกับและคณาจารย์ด้านภาพยนตร์ตัวจริง

  • เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับสื่อสร้างสรรค์

ทั้งหมดนี้เพื่อหนุน การศึกษาเชิงคุณภาพ, การยกระดับเทคโนโลยีและนวัตกรรม, และ การสร้างงานที่มีคุณค่า ผ่านโลกของภาพยนตร์และสื่อร่วมสมัย

กำหนดการแบบละเอียด: ช่วงเวลาไหนห้ามพลาด

เวลา 13.00 – 13.15 น.
นักศึกษาพร้อมเพรียงรวมตัวกันที่โรงภาพยนตร์ชั้น 2 เป็นจุดเริ่มต้นบรรยากาศของวัน ที่ทุกคนจะได้ก้าวเข้าสู่โลกภาพยนตร์ร่วมกัน

เวลา 13.30 – 13.45 น. พิธีเปิดงาน
ช่วงนี้คือการเปิดเวทีอย่างเป็นทางการ พร้อมผู้แทนสำคัญจากทั้งฝั่งไทยและจีนมาร่วมสะท้อนวิสัยทัศน์

ในช่วงพิธีเปิดจะมี

  • คำกล่าวต้อนรับ จาก รศ.ดร.ณฐา คุปตัษเฐียร ผู้ช่วยอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี

  • การกล่าวถึงวัตถุประสงค์ของงาน โดย คุณสวี เสี่ยวหมิง คณบดีวิทยาลัยภาพยนตร์แห่งสถาบันศิลปะจีน

  • พิธีกล่าวเปิดงานอย่างเป็นทางการ โดย ดร.โภคิน พลกุล นายกสมาคมการภาพไทย–จีน

ช่วงมอบประกาศนียบัตร: เชื่อมเครือข่ายผ่านการยกย่อง

ต่อเนื่องจากพิธีเปิด เป็นช่วงของการ มอบใบประกาศนียบัตร ซึ่งสะท้อนความร่วมมือระหว่างสถาบันและองค์กรต่าง ๆ

ในช่วงนี้ ดร.โภคิน พลกุล นายกสมาคมการภาพไทย–จีน จะมอบเกียรติบัตรให้แก่ตัวแทนสำคัญหลายท่าน ได้แก่

  1. รศ.ดร.ณัฐา คุปตัษเฐียร ผู้ช่วยอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี

  2. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์ไชยวิทย์ ธนไพศาล รองอธิการสถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา

  3. คณาจารย์วิทยาลัยภาพยนตร์แห่งสถาบันศิลปะจีน ขึ้นรับพร้อมกัน จำนวน 3 ท่าน

  4. ผู้แทนจากบริษัท วีโว่ ประเทศไทย จำกัด จำนวน 1 ท่าน

หลังเสร็จสิ้นการมอบเกียรติบัตร จะมีการ ถ่ายภาพหมู่ร่วมกัน เพื่อเก็บบรรยากาศของความร่วมมือครั้งนี้ไว้ในประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งของทั้งสองประเทศ

เสวนาเข้มข้นกับทีมภาพยนตร์จากจีน

เวลา 14.10 – 15.00 น.
เข้าสู่ช่วงที่คอหนังและคนเรียนสายสื่อไม่ควรพลาด กับ กิจกรรมเสวนา จากทีมผู้กำกับและคณาจารย์จากวิทยาลัยภาพยนตร์แห่งสถาบันศิลปะจีน

ในช่วงนี้คุณจะได้พบกับ

  • ผู้กำกับภาพยนตร์และคณาจารย์ จำนวน 3 ท่าน จากสถาบันศิลปะจีน แบ่งปันประสบการณ์ตรงจากวงการภาพยนตร์

  • การดำเนินรายการโดย พันตำรวจโทบดินทร เพ็ญสูตร ที่จะพาบทสนทนาไปอย่างลื่นไหล เข้าถึงง่าย

ภายในช่วงเสวนา จะมี

  • การเปิดเวทีให้ ผู้ชม ได้ถามคำถามแบบตรงไปตรงมา

  • โอกาสให้ ผู้สื่อข่าว ซักถามในประเด็นเชิงลึก

  • การแนะนำการใช้โทรศัพท์มือถือ VIVO จากบริษัท วีโว่ ประเทศไทย จำกัด ในการสร้างสรรค์คอนเทนต์และงานภาพยนตร์จากอุปกรณ์ที่อยู่ในมือทุกคน

นี่คือช่วงเวลาทองของคนที่อยากเข้าใกล้โลกภาพยนตร์ทั้งในแง่ศิลปะและเทคโนโลยี

ฉายภาพยนตร์จีน: ปลุกพลังฝันของคนรุ่นใหม่

เวลา 15.00 – 16.30 น.
เข้าสู่ไฮไลต์บนจอ กับการฉายภาพยนตร์จีน เรื่อง “ตีให้สุดใจ เด็กหนุ่มสู้ฝัน”

ภาพยนตร์เรื่องนี้สะท้อนการต่อสู้ของเด็กหนุ่มที่เลือกไล่ตามความฝันของตัวเองอย่างไม่ยอมแพ้ เหมือนเป็นกระจกสะท้อนชีวิตของคนรุ่นใหม่ที่กำลังมองหาเส้นทางของตัวเองในโลกที่เปลี่ยนเร็วทุกวัน

ระหว่างชมหนัง คุณอาจได้ถามตัวเองไปพร้อมกับตัวละครว่า

  • เรากำลังวิ่งตามความฝันด้วยความตั้งใจแค่ไหน

  • เราพร้อมสู้กับอุปสรรคแบบในเรื่องหรือยัง

หนังจบ แต่อินเนอร์ไม่จบ เพราะนี่คือช่วงที่จะทำให้หลายคนออกจากโรงไปพร้อมแรงบันดาลใจใหม่ ๆ

ปิดงาน แต่ไม่ปิดโอกาส

เวลา 16.30 – 17.00 น.
เป็นช่วงของ พิธีปิดงาน ที่สรุปภาพรวมของกิจกรรมตลอดวัน ทั้งการเสวนา การพบปะ และการรับชมภาพยนตร์

แม้งานจะปิดฉากลงในวันนี้ แต่

  • ความร่วมมือระหว่างไทย–จีนในด้านศิลปะและภาพยนตร์ยังคงเดินหน้าต่อ

  • เครือข่ายของนักศึกษา อาจารย์ และคนทำงานสายสื่อจะยิ่งแข็งแรงขึ้น

  • หลายคนอาจได้แรงบันดาลใจใหม่ในการสร้างสรรค์ผลงานของตัวเอง

SEE THE FUTURE จึงไม่ใช่แค่งานหนึ่งวัน แต่คือจุดเริ่มต้นของอนาคตที่คนรุ่นใหม่ช่วยกันออกแบบ ผ่านภาษาเดียวกันที่ชื่อว่า “ภาพยนตร์”