เวทีร้อนกลางตลาดนัดคลองถม
บรรยากาศเวทีปราศรัยของพรรคเพื่อไทย ที่ลานตลาดนัดคลองถม ต.ร้องเข็ม อ.ร้องกวาง จ.แพร่ คึกคักไม่แพ้ตลาดนัดวันหยุด คนแน่นล้นพื้นที่ แห่มาฟังนโยบายกันจนลานแทบไม่พอเดิน
บนเวทีมีทั้ง นพ.นิยม วิวรรธนดิฐกุล (หมออุ๋ย) และ นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ผู้สมัคร ส.ส.เบอร์ 2 พรรคเพื่อไทย ขึ้นมาพูดคุย เล่านโยบาย และเปิดไมค์รับฟังเสียงจริงจากคนในพื้นที่แบบใกล้ชิด
นโยบายต่อยอดจากความสำเร็จเดิม
บนเวที หมออุ๋ยย้ำชัดว่า นโยบายของพรรคไม่ได้เริ่มจากศูนย์ แต่เป็นการต่อยอดจากสิ่งที่เคยทำสำเร็จมาแล้ว แล้วอัปเกรดให้ทันยุค เพื่อดันคุณภาพชีวิตคนไทยให้ดีขึ้นแบบจับต้องได้
นโยบายหลัก ๆ ที่ถูกพูดถึง มีทั้ง
ประกันกำไรสินค้าเกษตร 30% ช่วยให้เกษตรกรขายของได้กำไร ไม่ต้องลุ้นอย่างเดียวพึ่งดินฟ้าอากาศ
ล้างหนี้ทั้งระบบ ลดภาระหนี้ก้อนโตที่ตามหลอนคนทั้งเมือง ทั้งในและนอกระบบ
หวยเกษียณ แนวคิดสร้างความมั่นคงยามแก่ ให้มีเงินหมุนเวียนไม่ขาดมือ
โครงการ คนไทยไร้จน ที่ตั้งเป้าพาคนหลุดพ้นจากวงจรความยากจน
นโยบาย ยิ่งกว่าพลัส 70:30 ที่รัฐช่วยจ่าย 70% ประชาชนออกเองแค่ 30% เพื่อกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยในชุมชน
หมออุ๋ยเชื่อว่า ถ้าคนกล้าซื้อ พ่อค้าแม่ค้าก็กล้าสต็อกของ สุดท้ายเงินก็หมุนในตลาดนัดและชุมชนมากขึ้นแบบเป็นลูกโซ่
นโยบาย “สร้างเศรษฐีเงินล้าน วันละ 9 คน”
ไฮไลต์ของเวทีครั้งนี้ หนีไม่พ้นนโยบายที่หลายคนหูผึ่งอย่าง “สร้างเศรษฐีเงินล้าน วันละ 9 คน”
นายวรวัจน์อธิบายว่า เป้าหมายไม่ได้มีแค่เรื่องลุ้นเงินล้าน แต่คือการ ดึงทุกคนเข้าสู่ระบบฐานข้อมูลของรัฐ เพื่อให้รัฐรู้จริง ดูแลได้ตรงจุด ไม่ใช่เดาเอาจากตัวเลขบนกระดาษ
หัวใจของนโยบายนี้คือ
ทุกวันจะมีผู้โชคดีได้รับเงิน 1 ล้านบาท จำนวน 9 คน
เท่ากับว่า มีเงินอัดฉีดเข้าสู่ระบบ วันละ 9 ล้านบาท ผ่านการสุ่มรายชื่อจากฐานข้อมูลประชาชนที่ลงทะเบียนอย่างถูกต้อง
ยิ่งคนเข้าสู่ระบบมาก รัฐยิ่งมองเห็นปัญหาชัด และออกแบบการช่วยเหลือได้แม่นขึ้น
เกษตรกร: แค่ขึ้นทะเบียน ก็มีสิทธิ์ลุ้นล้านทุกวัน
หมออุ๋ยเสริมบนเวทีว่า กลุ่มที่รัฐอยากดึงเข้าระบบอย่างจริงจัง คือ เกษตรกร เพราะที่ผ่านมาเป็นกลุ่มที่เหนื่อยหนัก แต่ข้อมูลกลับไม่ครบ ไม่ชัด
แนวคิดสำคัญคือ
เกษตรกรเพียงแค่ ไปขึ้นทะเบียนให้เรียบร้อย
ก็จะได้สิทธิ์ลุ้นเป็นเศรษฐีเงินล้านทุกวัน
เมื่อรัฐมีฐานข้อมูลเกษตรกรแบบละเอียดแล้ว จะสามารถ
เห็นล่วงหน้าว่า ปีนี้ผลผลิตตัวไหนเสี่ยงล้นตลาด
วางแผนว่า พื้นที่ไหนควรใช้ปุ๋ยสูตรไหน ให้เหมาะกับดินและพืช
เช็กได้ว่า ราคาผลผลิตแต่ละพื้นที่ เป็นอย่างไร
ทั้งหมดนี้ทำให้การช่วยเหลือไม่ใช่แค่โปรยงบ แต่ ยิงตรงจุด ไม่ตกหล่น และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
ผู้สูงอายุ: โควตาพิเศษ ลุ้นล้านวันละ 1 คน
อีกหนึ่งกลุ่มที่ถูกพูดถึงบนเวที คือ ผู้สูงอายุ ที่หลายคนกังวลเรื่องค่าครองชีพและค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาลในอนาคต
ตามนโยบายนี้ ผู้สูงอายุจะได้ โควตาพิเศษต่างหาก
เงื่อนไขมีเพียง
อายุ 60 ปีขึ้นไป
มีชื่ออยู่ในทะเบียนราษฎร์อย่างถูกต้อง
ก็จะได้สิทธิ์ลุ้นเงินรางวัล วันละ 1 ล้านบาท จำนวน 1 คน แยกต่างหากจากโควตาทั่วไป
เงินก้อนนี้ถูกมองว่าเป็นเหมือน เงินขวัญถุงสำหรับวัยเกษียณ ให้ใช้ดูแลตัวเอง ดูแลสุขภาพ และช่วยลดโอกาสที่จะต้องกลายเป็นภาระของลูกหลานในอนาคต
เวทีปราศรัยกลางตลาดนัด ที่เต็มไปด้วยหวังและคำถาม
นอกจากเนื้อหานโยบาย บรรยากาศในงานยังเต็มไปด้วยสีสันของพ่อค้าแม่ค้า คนในชุมชน และผู้สูงอายุที่ตั้งใจมาฟังด้วยตัวเอง
หลายคนยืนฟังจนจบ บางคนจด บางคนถ่ายรูปเก็บไว้ เพื่อกลับไปเล่าให้คนที่บ้านฟังต่อว่า ถ้านโยบายเดินจริง ชีวิตเขาอาจเปลี่ยนไปแบบไหน
สรุป: นโยบายลุ้นล้าน กับโจทย์ใหญ่ของการดึงคนเข้าระบบ
เมื่อฟังครบทุกมุม จะเห็นว่านโยบาย “สร้างเศรษฐีเงินล้าน วันละ 9 คน” ไม่ได้มีแค่ความตื่นเต้นจากการลุ้นรางวัล แต่ซ่อนแนวคิดเรื่อง การเก็บข้อมูลประชาชนให้ครบ และใช้ข้อมูลนั้นมาบริหารประเทศอย่างจริงจัง
ไม่ว่าคนจะมองนโยบายนี้ว่ายังไง แต่สำหรับเกษตรกร แม่ค้าในตลาดนัด และผู้สูงอายุในชุมชนเล็ก ๆ แห่งนี้ มันคือ ความหวังใหม่ที่จับต้องได้มากกว่าคำพูดลอย ๆ บนเวที
ส่วนคำถามว่า นโยบายแบบนี้จะเดินได้จริงไหม งบจะมาจากไหน และระบบจะโปร่งใสแค่ไหน นั่นคือการบ้านก้อนใหญ่ที่คนทั้งประเทศกำลังรอคำตอบอยู่เหมือนกัน

