รับแอปรับแอป

One Battle After Another คว้า Best Film และ Best Director รวม 6 รางวัลบนเวที BAFTA 2026

cloudy02-23

ค่ำคืนของเวที BAFTA Film Awards ครั้งที่ 79 กลายเป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ของวงการภาพยนตร์ เมื่อผลงานกำกับล่าสุดของ Paul Thomas Anderson อย่าง One Battle After Another สามารถกวาดรางวัลไปได้ถึง 6 สาขา รวมถึงสองรางวัลใหญ่ที่สุดของงานอย่าง Best Film และ Best Director

ภาพยนตร์เรื่องนี้นำแสดงโดยนักแสดงระดับแถวหน้าของวงการ ไม่ว่าจะเป็น Leonardo DiCaprio, Benicio del Toro, Teyana Taylor, Chase Infinity และนักแสดงรุ่นใหญ่ Sean Penn ซึ่งต่างก็ถ่ายทอดบทบาทได้อย่างทรงพลัง จนทำให้หนังเรื่องนี้กลายเป็นหนึ่งในผลงานที่ถูกพูดถึงมากที่สุดตลอดฤดูกาลรางวัลปีนี้ 🌟

ความสำเร็จในครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลจากกระแสตอบรับที่แข็งแรงทั้งในเชิงคำวิจารณ์และรายได้ พร้อมทั้งการเข้าชิงมากที่สุดในปีนี้ถึง 14 สาขา และสามารถคว้ารางวัลกลับบ้านได้ถึง 6 รางวัลอย่างสมศักดิ์ศรี


ภาพยนตร์ที่ถูกจับตามองมากที่สุดแห่งปี

ตั้งแต่วันแรกที่เปิดตัว One Battle After Another ก็ได้รับเสียงชื่นชมอย่างล้นหลามจากนักวิจารณ์และผู้ชม โดยเฉพาะในด้านบทภาพยนตร์ที่ลึกซึ้ง การกำกับที่มีเอกลักษณ์ และการแสดงที่ทรงพลังของนักแสดงนำ

Paul Thomas Anderson ยังคงรักษามาตรฐานการกำกับที่โดดเด่นของตัวเองไว้ได้อย่างครบถ้วน ทั้งการเล่าเรื่องที่ละเอียดอ่อน จังหวะภาพที่แม่นยำ และการขุดลึกเข้าไปในจิตใจตัวละครอย่างจริงจัง

การเข้าชิงมากถึง 14 สาขาบนเวที BAFTA ปีนี้ จึงสะท้อนถึงคุณภาพของภาพยนตร์เรื่องนี้อย่างชัดเจน และการคว้า 6 รางวัลก็เป็นเครื่องยืนยันว่าหนังไม่ได้แค่เข้าชิงเพื่อสร้างสีสัน แต่สามารถเอาชนะคู่แข่งได้อย่างแท้จริง 💫


คว้าสองรางวัลใหญ่ Best Film และ Best Director

สองรางวัลที่สร้างเสียงฮือฮามากที่สุดคือ Best Film และ Best Director ซึ่งถือเป็นรางวัลสูงสุดของค่ำคืน

Best Film คือรางวัลที่สะท้อนถึงความสมบูรณ์แบบของภาพยนตร์ในภาพรวม ทั้งบท การกำกับ การแสดง และองค์ประกอบทางศิลป์ ขณะที่ Best Director คือการยกย่องวิสัยทัศน์ของผู้กำกับที่สามารถหลอมรวมทุกองค์ประกอบเข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว

สำหรับ Paul Thomas Anderson นี่คืออีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญในเส้นทางอาชีพของเขา และเป็นการตอกย้ำว่าเขายังคงเป็นหนึ่งในผู้กำกับที่ทรงอิทธิพลที่สุดของยุคนี้ 🎬✨


Sean Penn คว้า Supporting Actor จากบทนายทหารผู้ทะเยอทะยาน

อีกหนึ่งไฮไลต์ของค่ำคืนคือการที่ Sean Penn คว้ารางวัล Supporting Actor จากบทบาทนายทหารยศใหญ่ผู้ทะเยอทะยานในเรื่อง

บทบาทของเขาเต็มไปด้วยความซับซ้อนและแรงขับทางอารมณ์ เป็นตัวละครที่ทั้งน่าเกรงขามและน่าตั้งคำถามในเวลาเดียวกัน

การได้รับรางวัลนี้ล่วงหน้า ยิ่งตอกย้ำว่า One Battle After Another ไม่ได้โดดเด่นแค่ในภาพรวม แต่ยังมีการแสดงรายบุคคลที่ทรงพลังและน่าจดจำ 🌟


โมเมนต์พลิกล็อกของ Robert Aramayo

แม้ One Battle After Another จะเป็นดาวเด่นของค่ำคืน แต่หนึ่งในโมเมนต์ที่สร้างความประหลาดใจมากที่สุดคือการที่ Robert Aramayo คว้ารางวัล Best Actor จากภาพยนตร์นอกกระแสเรื่อง I Swear

ภาพยนตร์เรื่องนี้เล่าเรื่องชีวิตจริงของ John Davidson ผู้เป็นกระบอกเสียงสำคัญเกี่ยวกับโรคทูเร็ตต์ และการแสดงของ Aramayo ก็ได้รับคำชมอย่างล้นหลาม

เขาสามารถเอาชนะคู่แข่งสำคัญอย่าง Leonardo DiCaprio และ Timothée Chalamet ได้สำเร็จ อีกทั้งยังกลายเป็นนักแสดงคนแรกในรอบ 25 ปีที่ชนะรางวัล Best Actor จาก BAFTA โดยไม่ได้มีชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ในปีเดียวกัน ถือเป็นชัยชนะที่น่าจดจำอย่างยิ่ง 🎭✨


Ryan Coogler สร้างประวัติศาสตร์ใหม่

อีกหนึ่งเหตุการณ์สำคัญของค่ำคืนนี้คือการที่ Ryan Coogler กลายเป็นผู้กำกับผิวดำที่ได้รับรางวัลจาก BAFTA Film Awards มากที่สุดในประวัติศาสตร์

จากผลงานเรื่อง Sinners เขาคว้ารางวัลไปทั้งหมด 3 สาขา รวมถึงรางวัลสำคัญอย่าง Original Screenplay

ความสำเร็จนี้ไม่เพียงเป็นชัยชนะส่วนตัวของ Coogler แต่ยังเป็นก้าวสำคัญของความหลากหลายในวงการภาพยนตร์ และสะท้อนให้เห็นถึงการเปิดกว้างมากขึ้นของเวทีรางวัลระดับโลก 🌍✨


Sentimental Value สร้างประวัติศาสตร์ให้ภาพยนตร์นอร์วีเจียน

ภาพยนตร์เรื่อง Sentimental Value สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นภาพยนตร์นอร์วีเจียนเรื่องแรกที่คว้ารางวัล Film Not in the English Language

ชัยชนะครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงพลังของภาพยนตร์นานาชาติ และยืนยันว่าภาษาที่ใช้ในหนังไม่ใช่อุปสรรคต่อความสำเร็จอีกต่อไป

เวที BAFTA ปีนี้จึงสะท้อนถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรมอย่างแท้จริง 🌏


Hamnet และชัยชนะของ Jessie Buckley

อีกหนึ่งไฮไลต์คือภาพยนตร์ Hamnet ผลงานกำกับของ Chloé Zhao ที่ได้รับรางวัล Outstanding British Film

ขณะที่นักแสดงนำ Jessie Buckley ก็สามารถคว้ารางวัล Best Actress ได้สำเร็จ ด้วยการแสดงที่ละเอียดอ่อนและทรงพลัง

ชัยชนะของเธอเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่ได้รับเสียงปรบมือยาวนานในฮอลล์ และตอกย้ำความสามารถของนักแสดงหญิงในวงการภาพยนตร์ร่วมสมัย 👏✨


BAFTA 2026 ค่ำคืนแห่งความหลากหลายและคุณภาพ

งานประกาศรางวัลปีนี้ไม่ได้มีเพียงแค่การยกย่องภาพยนตร์ฟอร์มใหญ่ แต่ยังเปิดพื้นที่ให้ภาพยนตร์อิสระ ภาพยนตร์นานาชาติ และผู้สร้างจากหลากหลายพื้นเพได้เปล่งประกาย

ตั้งแต่ One Battle After Another ที่กวาด 6 รางวัล ไปจนถึงชัยชนะของ Robert Aramayo, Ryan Coogler และภาพยนตร์จากนอร์เวย์ ทุกช่วงเวลาของค่ำคืนนี้สะท้อนถึงพลังสร้างสรรค์ของวงการภาพยนตร์ยุคใหม่ 🎬✨

One Battle After Another กลายเป็นผู้ชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของ BAFTA Film Awards 2026 ด้วยการคว้า 6 รางวัลจากการเข้าชิง 14 สาขา รวมถึงรางวัลสำคัญอย่าง Best Film และ Best Director

Sean Penn คว้า Supporting Actor ขณะที่ Paul Thomas Anderson ตอกย้ำสถานะผู้กำกับระดับแถวหน้าของวงการ

ในขณะเดียวกัน ค่ำคืนนี้ยังเต็มไปด้วยโมเมนต์สำคัญ ทั้งชัยชนะพลิกล็อกของ Robert Aramayo การสร้างประวัติศาสตร์ของ Ryan Coogler ความสำเร็จของภาพยนตร์นอร์วีเจียน Sentimental Value และรางวัล Best Actress ของ Jessie Buckley จาก Hamnet

BAFTA 2026 จึงไม่ใช่แค่เวทีประกาศรางวัล แต่เป็นภาพสะท้อนของวงการภาพยนตร์ที่กำลังเปิดกว้าง หลากหลาย และขับเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างทรงพลัง และในค่ำคืนแห่งความสำเร็จนี้ One Battle After Another ก็ยืนหนึ่งอย่างสง่างามในฐานะภาพยนตร์แห่งปี 🎬🌟✨