รับแอปรับแอป

ผ่อนมือถือยังไงให้คุ้ม? เจาะลึกกลยุทธ์ ‘สินเชื่อสมาร์ทโฟน’ ที่กำลังปั่นยอดทั้งตลาด

ธีรภัทร แก้วประเสริฐ01-30

สมาร์ทโฟนไม่ใช่ของเล่นอีกต่อไป แต่มือถือคือของจำเป็น

ไม่ได้มาแบบเล่น ๆ เลยสำหรับการเคลื่อนไหวของ เจมาร์ท โมบาย (Jmart) ที่ออกมาวางเป้าโตจากยอดขายสมาร์ทโฟนในปี 2569 สูงถึง 50% ทั้งที่ภาพรวมตลาดมือถือไทยถูกมองว่าจะโตแค่ตัวเลขหลักเดียวเท่านั้น

หัวใจสำคัญที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังตัวเลขนี้ ไม่ใช่แค่การขายเครื่อง แต่คือการใช้ “สินเชื่อผ่อนมือถือ” เป็นอาวุธลับขับเคลื่อนยอดขาย

เทรนด์ตลาดมือถือปีม้า: คนยังอยากอัปเกรด แม้เงินในกระเป๋าจะบางลง

ดุสิต สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจมาร์ท โมบาย จำกัด มองว่า สมาร์ทโฟนตอนนี้กลายเป็น สินค้าในชีวิตประจำวัน ไปแล้ว ความต้องการยังมีสูงต่อเนื่อง แม้กำลังซื้อโดยรวมจะอ่อนลงตามสภาพเศรษฐกิจ

เขาประเมินว่าตลาดสมาร์ทโฟนในไทยปี 2569 ยังมีโอกาสเติบโต แม้จะไม่ถึงระดับ “สองหลัก” แต่มีแรงหนุนสำคัญจาก

  • รอบการเปลี่ยนเครื่องใหม่ของผู้ใช้

  • ความต้องการรองรับเทคโนโลยี AI ในรุ่นที่ราคาเอื้อมถึงได้

ดุสิตเผยว่า ปีนี้บริษัทตั้งเป้ารายได้จากสมาร์ทโฟนไว้ที่ 15,000 ล้านบาท เติบโต 50% จากปีก่อน โดยในจำนวนนี้มาจากยอดขายผ่านระบบสินเชื่อราว 5,000 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็นการเติบโตถึง 60% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

กลุ่มไหนโต กลุ่มไหนเริ่มแผ่ว

โครงสร้างตลาดสมาร์ทโฟนเปลี่ยนไปจากยุคโควิดอย่างชัดเจน

  • กลุ่ม Mid-to-High กลายเป็นพระเอก โตต่อเนื่อง โดยเฉพาะรุ่นราคาตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป ไปจนถึงกลุ่ม High-end ราคาเกิน 40,000 บาท แรงหนุนหลักคือ ชิปประมวลผล (CPU) แรงขึ้น และลูกเล่นด้าน AI ที่จับต้องได้จริง

  • กลุ่ม Entry Phone ราคาต่ำกว่า 5,000 บาท กลับโตติดลบในปีที่ผ่านมา ราว -5.4%

ผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยเริ่มหันมาสนใจการ อัปเกรดขึ้นไปเล่นรุ่นเรือธง (Flagship) หรือรุ่นคุ้มจากกลุ่ม C-Brand ไม่ว่าจะเป็น OPPO, Vivo, Xiaomi ฯลฯ ซึ่งขายดีมากในช่วงท้ายปี

แม้แนวโน้มราคามือถือทั่วโลกจะขยับสูงขึ้นตามต้นทุนวัตถุดิบ แต่เจมาร์ทยังไม่เห็นผลกระทบชัดทั้งในแง่ราคาขายและสเปกเครื่อง และคาดว่าภาพการปรับตัวที่แท้จริงจะเริ่มเห็นชัดในช่วงไตรมาส 2/2569

ทำไม “เงินผ่อนมือถือ” ถึงกลายเป็นปัจจัยตัดสินใจ

ในจังหวะที่ราคาสมาร์ทโฟนทยอยแพงขึ้น แต่กำลังซื้อของคนส่วนใหญ่ไม่ได้เพิ่มตาม ดุสิตมองว่า ระบบผ่อนชำระ กลายเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้ดีลปิดง่ายขึ้น

เขาอธิบายว่า ตอนนี้ สินเชื่อผ่อนมือถือ กลายเป็นเครื่องมือหลักที่ดันยอดขายอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในช่วงเศรษฐกิจฝืด ๆ แบบนี้ แม้แต่ลูกค้าที่มีบัตรเครดิตอยู่แล้ว ก็ยังเลือกใช้สินเชื่อผ่อนมือถือแทน เพื่อ เก็บวงเงินในบัตรไว้ใช้ยามฉุกเฉิน

ปีที่ผ่านมา เจมาร์ทมียอดปล่อยสินเชื่อแบบ Lock Phone หรือสินเชื่อที่มีระบบ “ล็อกเครื่องเมื่อไม่จ่ายค่างวด” รวมแล้วราว 9,300 ล้านบาท และตั้งเป้าปีถัดไปไว้ที่ 10,000-12,000 ล้านบาท

จากยุคถ่ายเอกสารหน้าร้าน สู่ยุคขอผ่อนมือถือแค่ 3 นาที

การเข้าถึงสินเชื่อผ่อนมือถือทำได้ง่ายขึ้นมาก หากเทียบกับสมัยก่อนที่ต้อง

  • เดินไปที่หน้าร้าน

  • เตรียมบัตรประชาชนและถ่ายเอกสาร

  • รอการอนุมัติที่ใช้เวลานาน

ทุกวันนี้ระบบถูกพัฒนาใหม่แทบทั้งหมด ลูกค้าสามารถดำเนินทุกขั้นตอนแบบ ออนไลน์ ใช้เพียง ThaiD ทำกระบวนการยืนยันตัวตนแบบ e-KYC ทำให้เวลาขอสินเชื่อเหลือแค่ประมาณ 3 นาที และสมาร์ทโฟนที่เลือกผ่อนสามารถจัดส่งถึงหน้าบ้านได้ภายใน 1 ชั่วโมง

ดุสิตยังเตรียมเดินเกมรุกด้าน “หน้าร้าน” อย่างจริงจัง โดยวางแผน

  • เปิดสาขาใหม่เพิ่มอีกประมาณ 100 แห่ง เน้นรูปแบบ Market Store ในห้างท้องถิ่น เพื่อเจาะชุมชนโดยตรง

  • ขยายจำนวนดีลเลอร์จาก 1,700 ราย เป็น 2,500 ราย เพื่อให้ครอบคลุมการขายผ่านโซเชียล และเข้าถึงพื้นที่ที่ไม่มีสาขาหลัก

ทั้งหมดนี้ต้องอาศัยการบริหารความสัมพันธ์กับพาร์ตเนอร์แบบใกล้ชิด เพื่อให้เครือข่ายขายและระบบสินเชื่อเดินไปด้วยกันได้อย่างลื่นไหล

Lock Phone คืออะไร? ทำไมถูกเรียกว่า “อาวุธลับ”

อีกหนึ่งพระเอกของเกมสินเชื่อสมาร์ทโฟนคือเทคโนโลยี Lock Phone ที่ช่วยพลิกพฤติกรรมผู้ซื้อ และลดความเสี่ยงให้ผู้ปล่อยสินเชื่ออย่างเห็นผล

อโณทัย ศรีเตียเพ็ชร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสจี แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการระบบสินเชื่อ SG Finance เล่าว่า การปล่อยสินเชื่อซื้อสมาร์ทโฟนโดยใช้เทคโนโลยี Lock Phone หรือการล็อกเครื่องหากไม่ชำระค่างวด ช่วยเปลี่ยนเกมไปอย่างมาก

ในช่วง 18 เดือน ที่ผ่านมา การใช้ระบบนี้ช่วยให้ หนี้เสีย (NPL) อยู่ในระดับไม่เกิน 3% เท่านั้น ทำให้ Lock Phone กลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยซัพพอร์ตทีมขาย ให้ขายเครื่องได้ง่ายขึ้น ภายใต้แนวคิด Responsible Lending หรือการปล่อยสินเชื่ออย่างรับผิดชอบ

ตัวเลขที่สะท้อนว่าโมเดลนี้ “เวิร์กจริง”

เมื่อเทคโนโลยีพร้อม โมเดลปล่อยสินเชื่อแบบ Lock Phone ก็ยิ่งชัดเจนว่าทำงานได้ผล ตัวเลขการเติบโตจึงพุ่งแรงกว่าที่คาด

  • ปี 2567 เดิมคาดว่าจะปล่อยสินเชื่อราว 1,200 ล้านบาท แต่ปิดปีด้วยตัวเลขจริงสูงถึง 3,000 ล้านบาท

  • ปี 2568 ตั้งเป้าไว้ที่ 8,000 ล้านบาท สุดท้ายทำได้ถึง 9,000 ล้านบาท

เมื่อผสานเทคโนโลยียืนยันตัวตนแบบ e-KYC ที่เชื่อมกับ ThaiD ทำให้การอนุมัติทำได้รวดเร็ว ลดภาระเรื่องเอกสาร จนต่อยอดมาเป็นแพลตฟอร์ม SG Finance+ ในปัจจุบัน

ด้วยฐานข้อมูลลูกค้าเดิมมากกว่าล้านราย บริษัทจึงมองว่าปี 2569 พอร์ตสินเชื่อ Lock Phone มีโอกาสขยายวงเงินรวมแตะ 12,000 ล้านบาท

อโณทัยมองว่า หลังจากเดินเกมมา 18 เดือน โมเดลนี้พิสูจน์แล้วว่าพวกเขาเป็น “เจ้าตลาด” ได้ไม่ยาก ด้วย

  • ระบบเทคโนโลยีที่เสถียร

  • ฐานข้อมูลลูกค้าขนาดใหญ่

  • ความสามารถในการแก้ Pain Point ของทั้งผู้ขายและผู้ซื้อ

แม้จะเริ่มมีคู่แข่งเข้ามาในตลาดสินเชื่อสมาร์ทโฟนมากขึ้น แต่การมีระบบครบวงจรและจัดการความเสี่ยงได้ดีกว่า ทำให้ SG Finance ยังรักษา ความได้เปรียบทางการแข่งขัน เอาไว้ได้

เมื่อ Singer หันมาจับมือถือ เสริมแกร่งพอร์ตสินเชื่อ

มุมมองจากฝั่ง ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) – SINGER ก็สะท้อนภาพเดียวกัน

นราธิป วิรุฬห์ชาตะพันธ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ SINGER มองว่า แพลตฟอร์ม SG Finance+ เดินไปในทิศทางเดียวกับการทรานส์ฟอร์มขององค์กร ที่ต้องการเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นผู้ให้บริการแพลตฟอร์มสินเชื่อดิจิทัลครบวงจร

เมื่อเอาเทคโนโลยีสินเชื่อมาผสานกับเครือข่ายขายและพันธมิตรทั่วประเทศ ทำให้การเข้าถึงสินเชื่อดิจิทัลมีประสิทธิภาพขึ้นมาก และสะท้อนออกมาเป็นรายได้จากฝั่งสมาร์ทโฟนที่เติบโตแบบก้าวกระโดด

ในปี 2568 รายได้จากสมาร์ทโฟนของ SINGER ขยับขึ้นเป็น 254 ล้านบาท เติบโตมากกว่า 300% สะท้อนชัดว่า ดีมานด์สินเชื่อผ่อนสมาร์ทโฟน โดยเฉพาะแบบ Lock Phone กำลังขยายตัวต่อเนื่อง

นราธิปยังเสริมว่า สิ้นปี 2568 บริษัทประสบความสำเร็จในการขยายเครือข่าย Direct Sale และดีลเลอร์มือถือไปมากกว่า 1,200 ราย ทั่วประเทศ ทำให้เข้าถึงลูกค้าได้กว้างขึ้น และช่วยผลักดันยอดขายให้โตต่อเนื่อง

ด้านมืดของตลาดโลก: ต้นทุนแพง กดดันการส่งมอบเครื่อง

ในขณะที่ฝั่งไทยกำลังเร่งเกมสินเชื่อเพื่อดันยอดขาย สมรภูมิสมาร์ทโฟนระดับโลกกลับเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนที่สูงขึ้น

จากรายงานของ Counterpoint Research บริษัทวิจัยตลาดไอที คาดการณ์ยอดจัดส่ง (Shipment) สมาร์ทโฟนทั่วโลกในปี 2569 ว่าจะหดตัวมากกว่าที่ประเมินไว้ จากเดิมคาดที่ -2.1% ปรับลดลงไปสู่ระดับ -2.6%

สาเหตุหลักมาจาก ต้นทุนหน่วยความจำ (Memory) ที่ราคาพุ่งขึ้น ส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตสมาร์ทโฟนในทุกระดับราคา

  • รุ่นเริ่มต้น (Entry) ต้นทุนสูงขึ้นราว 25%

  • รุ่นกลาง (Mid-range) สูงขึ้นประมาณ 15%

  • รุ่นระดับสูง (High-end) ก็ยังแบกรับต้นทุนเพิ่มอีกราว 10%

สิ่งเหล่านี้ทำให้ผู้ผลิตจำเป็นต้อง ชะลอการส่งมอบล็อตใหญ่ และคาดว่าผลกระทบจะเริ่มเห็นชัดเจนมากขึ้นในช่วงไตรมาส 2/2569

สรุป: ผู้บริโภคได้มือถือดีขึ้น ร้านค้า-ไฟแนนซ์จัดการความเสี่ยงได้ดีขึ้น

เมื่อมองภาพรวม ทั้งจากเจมาร์ท, SG Finance และ SINGER จะเห็นเทรนด์ร่วมที่ชัดเจนว่า

  • คนไทย ยังอยากอัปเกรดมือถือ โดยเฉพาะรุ่นที่รองรับ AI และสเปกแรงขึ้น

  • ระบบ สินเชื่อผ่อนมือถือ โดยเฉพาะแบบมีเทคโนโลยี Lock Phone ช่วยให้คนเข้าถึงสมาร์ทโฟนระดับสูงได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องจ่ายก้อนใหญ่ในครั้งเดียว

  • ฝั่งผู้ปล่อยสินเชื่อเองก็มี เครื่องมือคุมหนี้เสีย ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น จากเทคโนโลยี e-KYC, ThaiD และระบบล็อกเครื่อง

  • ผู้ค้าปลีกและดีลเลอร์ใช้โมเดลนี้เป็น อาวุธลับเร่งยอดขาย ทั้งหน้าร้านและออนไลน์

ในวันที่ราคามือถือทั่วโลกมีแนวโน้มสูงขึ้น การเลือกใช้ระบบผ่อน หรือสินเชื่อที่เข้าใจเงื่อนไขอย่างละเอียด จึงกลายเป็นทักษะจำเป็นสำหรับคนที่อยากได้มือถือใหม่แบบคุ้มค่า และไม่สร้างภาระที่เกินกำลังของตัวเอง

ใครที่กำลังมองหามือถือเครื่องใหม่ อาจไม่ใช่แค่เรื่องเลือกยี่ห้อกับสเปกอีกต่อไป แต่ต้องมองไปให้ถึง “รูปแบบการผ่อน” และเทคโนโลยีเบื้องหลังสินเชื่อ ที่กำลังเปลี่ยนเกมทั้งตลาดสมาร์ทโฟน