รับแอปรับแอป

ฝ้า–กระจากแดดแรง แค่กันแดดไม่ถูก ผิวก็พังได้: รวมวิธีรักษาและกันไม่ให้กลับมาอีก

วรพล ศรีรุ่ง01-29

ฝ้า กระจากแดด ปล่อยไว้หน้าแก่ไวแบบไม่รู้ตัว

ฝ้า กระ คือปัญหาผิวยอดฮิตของสาย Outdoor และคนที่ต้องเจอแดดทุกวันแบบเลี่ยงไม่ได้ แสงแดดและรังสี UV ไม่ได้ทำให้ผิวคล้ำเสียอย่างเดียว แต่ยัง กระตุ้นเม็ดสีเมลานินให้ทำงานหนักเกินไป จนกลายเป็นฝ้า กระ และจุดด่างดำเต็มหน้า

ถ้าปล่อยให้สะสมไปเรื่อยๆ แบบไม่ดูแลให้ถูกวิธี ผิวหน้าอาจดูหมอง โทรม และแก่กว่าวัยจริงไปหลายปีเลยทีเดียว

หลายคนงงว่าจะเริ่มตรงไหนก่อนดี ต้องทาครีมอะไร ทำเลเซอร์ไหม หรือมีทริคไหนช่วยให้ฝ้ากระที่มาจากแดดจางลงได้บ้าง ด้านล่างนี้คือการสรุปแบบครบสูตร ตั้งแต่ทำความเข้าใจต้นเหตุ ไปจนถึงวิธีรักษาและการป้องกันไม่ให้ฝ้า กระกลับมากวนใจซ้ำ

ฝ้า กระ เกิดจากอะไร ทำไมบางคนขึ้นง่ายกว่าคนอื่น?

เคยสงสัยไหมว่า ทำไมบางคนออกแดดแป๊บเดียว จุดด่างดำก็ขึ้นเต็มหน้า แต่บางคนผิวยังใสปิ๊งเหมือนไม่เป็นอะไรเลย?

คำตอบคือ ผิวแต่ละคนตอบสนองต่อแสงแดดและรังสี UV ไม่เท่ากัน ทั้งพันธุกรรม สีผิว และฮอร์โมนล้วนมีส่วน แต่สิ่งที่เหมือนกันคือ ถ้าเจอแดดจัดๆ แบบไม่ป้องกัน สุดท้ายก็มีโอกาสเจอฝ้า กระเหมือนกันทุกคน

ฝ้า: ปื้นคล้ำจากเมลานินสะสมลึกในผิว

ฝ้าเป็นรอยปื้นสีเข้มที่ดูจัดเต็มกว่าแค่จุดด่างดำทั่วไป เพราะเกิดจาก เมลานินสะสมลึกในชั้นผิว เม็ดสีทำงานหนักเกินไปจนกลายเป็นแผ่นคล้ำๆ เห็นชัดบริเวณแก้ม หน้าผาก จมูก หรือเหนือลำคอ

สาเหตุหลักคือแสงแดด แต่ฮอร์โมนก็เป็นตัวแปรสำคัญ โดยเฉพาะใน

  • ผู้หญิงตั้งครรภ์

  • คนที่ทานยาคุมกำเนิด

  • คนที่มีฮอร์โมนเปลี่ยนแปลงผิดปกติ

ฮอร์โมนบางชนิดจะไปกระตุ้นให้เม็ดสีผลิตออกมามากกว่าปกติ เลยทำให้ ฝ้าขึ้นง่ายและหายยาก แถมอยู่ลึก ต้องใช้เวลาและการดูแลที่ถูกต้องถึงจะดีขึ้น

กระ: จุดเล็กๆ จากเมลานินสะสมตื้นบนผิว

กระจะดูเบากว่าฝ้าเพราะอยู่ใน ชั้นผิวตื้นกว่า ส่วนใหญ่จะมาเป็นจุดเล็กๆ กระจายตามโหนกแก้ม จมูก แขน หรือไหล่ โดยประเภทของกระที่เจอได้บ่อยมี เช่น

  • กระตื้น – จุดเล็กสีน้ำตาลอ่อน มักเริ่มขึ้นตั้งแต่วัยรุ่นและเข้มขึ้นเมื่อโดนแดด

  • กระลึก – สีเข้มกว่า ขึ้นเป็นกลุ่ม และรักษายากกว่า

  • กระแดด – เกิดจากแสงแดดโดยตรง เจอในคนที่ไม่ค่อยทาครีมกันแดดหรือทาไม่เพียงพอ

กระบางชนิดถ้าดูแลผิวดี หลีกเลี่ยงแดดสม่ำเสมอ ก็มีโอกาสจางลงได้เอง แต่ถ้าเป็นกระลึก มักต้องพึ่งหัตถการหรือนวัตกรรมทางการแพทย์เข้ามาช่วย

แยกให้ชัด ฝ้ากับกระต่างกันยังไง?

หลายคนมักเรียกรวมๆ ว่า “ฝ้า กระ” จนแยกไม่ออกว่าตัวเองกำลังเจอปัญหาอะไรแน่ ทั้งที่จริงๆ สองอย่างนี้ ลักษณะแตกต่างกันชัดเจน ถ้าแยกออก จะยิ่งเลือกวิธีดูแลและรักษาได้ตรงจุดมากขึ้น

ลักษณะของฝ้า (Melasma)

ฝ้าเป็น รอยปื้นสีน้ำตาลหรือออกเทา มักขึ้นตามบริเวณที่โดนแดดบ่อย เช่น แก้ม หน้าผาก จมูก เหนือริมฝีปาก จุดเด่นคือ

  • ไม่ได้มาเป็นจุดเล็กๆ แต่มาเป็น ปื้นใหญ่ ขอบค่อนข้างชัด

  • สีสม่ำเสมอพอสมควร

ฝ้าแบ่งได้หลักๆ เป็น 2 แบบ

  • ฝ้าตื้น – อยู่ในชั้นหนังกำพร้า สีเข้มจัด ขอบชัด มองเผินๆ คล้ายปาน แต่จริงๆ คือเม็ดสีทำงานหนักเกินไป

  • ฝ้าลึก – อยู่ในชั้นหนังแท้ สีออกน้ำตาลอมเทา ขอบเบลอ ดูจางกว่าฝ้าตื้น แต่รักษายากเพราะอยู่ลึกใต้ผิว

จุดสังเกตของฝ้า

  • เป็นปื้นใหญ่ ไม่ใช่จุดเล็กๆ กระจาย

  • สีออกน้ำตาลเข้ม หรือน้ำตาลอมเทา

  • เกี่ยวข้องกับทั้งแสงแดดและฮอร์โมน เช่น ตั้งครรภ์ หรือทานยาคุม

  • ขึ้นตามจุดที่โดนแดดบ่อย: แก้ม หน้าผาก จมูก เหนือริมฝีปาก

ลักษณะของกระ

กระจะมาเป็น จุดเล็กๆ สีเข้มหรืออ่อน กระจายทั่วใบหน้าหรือเฉพาะจุดที่โดนแดดบ่อย เช่น โหนกแก้ม จมูก หน้าผาก และยังแบ่งได้หลายประเภท เช่น

  • กระตื้น (Freckles) – จุดเล็กสีน้ำตาลอ่อนหรือออกแดง เจอได้มากในคนผิวขาว และจะเข้มขึ้นเมื่อโดนแดด

  • กระลึก (Hori’s Nevus) – จุดสีน้ำตาลเข้มหรืออมเทา มักขึ้นเป็นกลุ่มๆ ลึกกว่ากระตื้น

  • กระแดด (Sunspots) – จุดสีน้ำตาลเข้มจากแดดโดยตรง ลักษณะคล้ายจุดด่างดำเฉพาะบริเวณ

จุดสังเกตของกระ

  • เป็นจุดเล็กๆ ไม่ได้เป็นปื้นใหญ่แบบฝ้า

  • สีตั้งแต่น้ำตาลอ่อนไปจนถึงน้ำตาลเข้มหรืออมเทา

  • มักเกิดจากแดดเป็นหลัก เจอบ่อยในคนผิวขาวมากกว่าผิวเข้ม

  • ขึ้นได้ทั้งบนหน้า โหนกแก้ม จมูก หน้าผาก ไปจนถึงไหล่และแขน

วิธีรักษาฝ้าและกระ ตัวไหนเหมาะกับเรา?

ทุกครั้งที่ส่องกระจกแล้วเจอฝ้า กระเด่นอยู่บนหน้า ความมั่นใจเหมือนหายไปครึ่งหนึ่ง แต่ข่าวดีคือทุกวันนี้มี หลายวิธีช่วยลดเลือนฝ้า กระได้จริง ตั้งแต่สกินแคร์ที่ใช้เองที่บ้าน ไปจนถึงเลเซอร์และทรีตเมนต์ที่คลินิก การเลือกวิธีจึงควรดูจากระดับความเข้มของรอยและสภาพผิวของแต่ละคน

1. ใช้ครีมบำรุงและเซรั่มลดฝ้า กระ

สำหรับคนที่อยากเริ่มแบบเบาๆ ไม่เจ็บตัว การใช้สกินแคร์ที่มีส่วนผสมช่วยลดเม็ดสีและจุดด่างดำถือเป็นด่านแรกที่ควรทำและทำได้ทุกวันที่บ้าน โดยส่วนผสมที่มักใช้ลดฝ้า กระ ได้แก่

  • Vitamin C – ช่วยลดเลือนจุดด่างดำ ทำให้ผิวดูกระจ่างใส

  • Niacinamide (Vitamin B3) – ลดการเกิดเม็ดสีเมลานิน ทำให้ฝ้าดูจางลง

  • Alpha Arbutin – ยับยั้งการผลิตเมลานิน ช่วยให้โทนผิวสว่างขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

  • Tranexamic Acid – ลดการอักเสบของผิวและยับยั้งกระบวนการเกิดฝ้า

  • Retinol – ช่วยผลัดเซลล์ผิว ทำให้จุดด่างดำจากแดดค่อยๆ จางเร็วขึ้น

ทริคใช้สกินแคร์ให้เห็นผลจริง

  • ต้องทาครีมกันแดดทุกวันควบคู่ไปด้วย ไม่งั้นต่อให้ใช้ครีมรักษาฝ้าดีแค่ไหนก็ไม่เห็นผล

  • เลือกสกินแคร์ผลัดเซลล์ผิวที่เหมาะกับผิวตัวเอง ระวังการระคายเคือง โดยเฉพาะผิวแพ้ง่าย

  • ใช้อย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 4–8 สัปดาห์ ถึงจะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลง

2. เลเซอร์รักษาฝ้าและกระ

ถ้าเป็นฝ้าลึก กระเข้ม หรืออยากให้รอยจางลงไวขึ้น การทำเลเซอร์ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ช่วยจัดการเม็ดสีได้ตรงจุดและเห็นผลชัดมากกว่าสกินแคร์อย่างเดียว เลเซอร์ที่นิยมใช้รักษาฝ้า กระ มีเช่น

  • Q-Switched Laser – ยิงพลังงานไปทำลายเม็ดสีเมลานินโดยตรง ช่วยให้ฝ้า กระจางลง

  • Pico Laser – เทคโนโลยีใหม่ที่แตกเม็ดสีได้ละเอียดมากขึ้น ลดโอกาสเกิดรอยดำหลังทำ

  • IPL (Intense Pulsed Light) – แสงความเข้มสูงที่ช่วยลดเม็ดสีส่วนเกิน พร้อมกระตุ้นคอลลาเจน ทำให้ผิวดูเรียบเนียน

ข้อดีของเลเซอร์

  • เห็นผลเร็วกว่าใช้สกินแคร์อย่างเดียว

  • ช่วยลดได้ทั้งฝ้า กระ และจุดด่างดำจากแสงแดด

  • กระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ ทำให้ผิวโดยรวมดูสดใสขึ้น

3. ทรีตเมนต์บำรุงผิว ลดฝ้า กระแบบไม่โหดเท่าเลเซอร์

สำหรับสายกลางที่อยากได้อะไรแรงกว่าสกินแคร์ แต่ไม่ถึงขั้นเลเซอร์ ทรีตเมนต์ผิวคือคำตอบ เพราะช่วยทั้งเรื่องฝ้า กระและสุขภาพผิวโดยรวม ตัวที่นิยม เช่น

  • Chemical Peeling – ผลัดเซลล์ผิวด้วยกรดอ่อนๆ ช่วยลดจุดด่างดำจากแดดและทำให้ผิวดูกระจ่างใสขึ้น

  • Meso Therapy – ฉีดสารบำรุงลงไปใต้ผิวโดยตรง เช่น วิตามิน หรือสารที่ช่วยลดเมลานิน

  • Microneedling – ใช้เข็มเล็กๆ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ช่วยให้รอยฝ้ากระค่อยๆ จางลง

ข้อดีของทรีตเมนต์ผิว

  • ทำให้ผิวแข็งแรงขึ้น ไม่ใช่แค่ลดฝ้า กระ แต่ช่วยสุขภาพผิวโดยรวม

  • เห็นผลชัดกว่าการใช้สกินแคร์เพียงอย่างเดียว

  • มีหลายวิธีให้เลือกปรับตามสภาพผิวและงบประมาณ

กันฝ้า กระไม่ให้ขึ้นตั้งแต่ต้น ดีกว่ารอมารักษาทีหลัง

การรักษาฝ้า กระ มักต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์หรือเป็นเดือนกว่ารอยจะค่อยๆ จางลง แต่ถ้าเรา ป้องกันดีตั้งแต่แรก จะช่วยประหยัดทั้งเวลา เงิน และสภาพจิตใจได้มาก เพราะเมลานินไม่ถูกกระตุ้น ก็ไม่ต้องมานั่งเครียดกับจุดดำๆ บนหน้าในภายหลัง

ครีมกันแดด: ไอเทมบังคับของคนอยากหน้าใส

ครีมกันแดดคือของจำเป็นที่ต้องทาทุกวัน ไม่ว่าจะออกกลางแจ้งหรืออยู่แต่ในออฟฟิศ เพราะรังสี UVA และ UVB สามารถลอดผ่านกระจก หน้าจอคอม หรือแสงไฟได้เหมือนกัน

เลือกกันแดดให้รอดฝ้า กระ ต้องดูอะไรบ้าง?

  • ค่า SPF 50+ เพื่อป้องกันรังสี UVB ที่ทำให้ผิวไหม้ แสบร้อน

  • ค่า PA++++ เพื่อป้องกันรังสี UVA ตัวการหลักของฝ้า กระ และผิวแก่ก่อนวัย

  • มีคำว่า Broad Spectrum เพื่อยืนยันว่าป้องกันได้ทั้ง UVA และ UVB

  • เสริมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น Vitamin C, Niacinamide เพื่อช่วยเสริมเกราะป้องกันผิว

  • เนื้อบางเบา ไม่อุดตัน ลดโอกาสการเกิดสิวและผด

ทริคใช้กันแดดให้ทำงานเต็มประสิทธิภาพ

  • ปริมาณที่เหมาะสมสำหรับหน้า คือประมาณ 2 ข้อนิ้วมือ ถ้าทาน้อยไป ประสิทธิภาพจะลดลง

  • ทาซ้ำทุก 2–3 ชั่วโมง ถ้าอยู่กลางแดด หรือทำกิจกรรม Outdoor

  • อย่าหยุดใช้กันแดดแม้วันฝนตกหรือครึ้มฟ้าครึ้มฝน เพราะรังสี UV ยังมีอยู่

เสื้อผ้าและไอเทมกันแดดแบบ Physical

กันแดดแบบทาอย่างเดียวไม่พอ ถ้าต้องอยู่กลางแจ้งนานๆ การใช้ตัวช่วยกันแดดแบบ Physical จะช่วยให้ผิวปลอดภัยขึ้นอีกขั้น

ไอเทมที่ควรพกเวลาออกแดด ได้แก่

  • หมวกปีกกว้าง – ช่วยบังแดดได้ทั้งใบหน้าและลำคอ ดีกว่าหมวกแก๊ปที่บังได้แค่หน้าผาก

  • แว่นกันแดด – ป้องกันรังสี UV รอบดวงตา ลดโอกาสเกิดรอยหมองหรือฝ้าบริเวณใต้ตา

  • เสื้อแขนยาวหรือเสื้อผ้า UPF 50+ – ช่วยบล็อกรังสี UV ได้ดีกว่าเสื้อผ้าทั่วไป

  • ร่มกันแดดเคลือบสารกัน UV – ช่วยลดความรุนแรงของแดดที่สัมผัสผิวโดยตรง

สรุป: กันแดดให้เป็น ช่วยเซฟผิวจากฝ้า กระได้จริง

ฝ้า กระ ไม่ได้มาจากแค่แดดแรงๆ แต่ยังมีรังสี UV และปัจจัยอื่นอย่างฮอร์โมนเข้ามาเกี่ยวด้วย ถึงจะเป็นปัญหายอดฮิต แต่ก็ใช่ว่าจะจัดการไม่ได้ ทั้งสกินแคร์ เลเซอร์ และทรีตเมนต์ ล้วนช่วยลดเลือนฝ้า กระได้ ขึ้นอยู่กับระดับความลึกของเม็ดสีและสภาพผิวของแต่ละคน

แต่หัวใจสำคัญคือ การป้องกันต้องมาก่อนเสมอ

  • ทาครีมกันแดดให้ถูก ปริมาณพอ และทาซ้ำ

  • ใช้หมวก แว่นกันแดด เสื้อผ้ากัน UV ช่วยเซฟผิว

  • ดูแลผิวอย่างสม่ำเสมอ ไม่ปล่อยให้แดดทำร้ายผิวซ้ำๆ

กันไว้ตั้งแต่วันนี้ ดีกว่ามานั่งตามลบฝ้า กระทีหลัง บอกลาโหมดพึ่งฟิลเตอร์ แล้วปล่อยให้ผิวจริงของเราดูใสแบบมั่นใจได้ทุกมุมกล้อง