รับแอปรับแอป

Paramount เปิดศึก Hostile Bid ซื้อ Warner Bros. Discovery ด้วยราคา “สูงกว่า Netflix” — เกมเทคโอเวอร์วงการบันเทิงที่ลุกเป็นไฟ!

อภิสิทธิ์ ศรีทอง12-09

ถ้าโลกบันเทิงเป็นซีรีส์ดราม่าตลกร้ายสักเรื่อง นี่คือตอนที่ผู้ชมทิ้งมือถือไม่ได้จริง ๆ เพราะสงครามชิงตัว Warner Bros. Discovery กำลังทวีความเดือดแบบไฟลุกท่วมสตูดิโอ

หลังจากที่ Netflix เดินหมากเพื่อซื้อสตูดิโอ Warner Bros. และ HBO พร้อมดีลสุดอลังที่ 27.75 ดอลลาร์ต่อหุ้น อยู่ดี ๆ Paramount Skydance ก็โผล่มาแบบตัวละครลับ พร้อมยื่นข้อเสนอแบบ “Hostile Bid” ที่ 30 ดอลลาร์ต่อหุ้น แถมควักเงินสดจ่ายเต็ม ไม่ผ่อน ไม่ติดดอก และไม่ถามบอร์ดบริษัทด้วยซ้ำ

เหมือนประกาศกลางจอว่า

“อยากขาย? มาคุยกับเรา ไม่ต้องผ่านใครทั้งนั้น”

เกมนี้เลยเดือดจนคนในวงการต้องเตรียมป๊อปคอร์นระดับครอบครัวมากินกันยาว ๆ


Hostile Bid คืออะไร? ทำไมมันถึงดุเหมือนตอนพิเศษของซีรีส์วายปริศนา

Hostile Bid หรือ การประมูลซื้อกิจการแบบไม่ผ่านบอร์ด คือการไปยื่นข้อเสนอ “ตรง” ให้ผู้ถือหุ้น โดยไม่ขอความเห็นจากคณะกรรมการบริษัท

พูดง่าย ๆ คือ
Paramount บุกถึงประตูผู้ถือหุ้น Warner Bros. Discovery แล้วพูดว่า “นายขายให้เรามั้ย”

เป็นหมากที่ใช้ก็ต่อเมื่อบอร์ดไม่ปลื้มข้อเสนอ แต่ผู้ซื้อดันอยากได้มากจนไม่สนใจพิธีการใด ๆ
ซึ่งตรงกับสถานการณ์นี้แบบเป๊ะ!

เพราะ Paramount เคยยื่นข้อเสนอเดิมในขั้นประมูลแล้วแพ้ จึงเดินเกมใหม่แบบไม่ต้องขออนุญาต


ราคา 30 ดอลลาร์ต่อหุ้น: Paramount แพงกว่า Netflix จริง…หรือแค่แสดงตัวเลขที่ใหญ่กว่า?

ไม่เถียงเลยว่า 30 ดอลลาร์ดูแพงกว่า 27.75 ดอลลาร์ของ Netflix
แต่อย่าเพิ่งรีบคิดว่ามูลค่าทั้งดีลแพงกว่าจริง ๆ

เพราะดีลของทั้งสองค่าย ซื้อ “คนละส่วน” ของ Warner Bros. Discovery

Netflix ต้องการซื้อ:

  • Warner Bros. Studio

  • HBO (ตัวแม่ของวงการซีรีส์คุณภาพ)

  • เน้นธุรกิจคอนเทนต์ streaming + production

Paramount ต้องการซื้อ:

  • ทั้ง Warner Bros. Discovery แบบยกแพ็ก

  • รวมถึงเครือ Discovery Channel และช่องทีวีทั้งหมด

งานนี้เลยขึ้นกับว่า Discovery Global จะถูกประเมินมูลค่าเท่าไหร่ และมีใครสนใจซื้อส่วนนี้ต่อหรือเปล่า

ดังนั้นตัวเลข 30 ดอลลาร์ต่อหุ้น อาจ “ดูแพงกว่า” แต่ไม่ได้หมายความว่าดีลรวมคุ้มกว่าจริง ๆ เสมอไป


Paramount อ้างข้อดี 3 ข้อที่ผู้ถือหุ้น Warner อาจต้องหันมาฟัง

ในแถลงการณ์แบบจัดเต็ม Paramount ส่งสารไปถึงผู้ถือหุ้นว่า:

1) ดีลง่าย คิดรวมทุกอย่าง ไม่ต้องแยกขายเป็นส่วน ๆ

ไม่ต้องปวดหัวกับการหาผู้ซื้อ Discovery Global ต่อ

2) เสนอราคา “สวยทะลุจอ” สูงกว่า Netflix

จูงใจชัดเจนแบบไม่อ้อมค้อม

3) โอกาสรอดจากการตรวจสอบสูงกว่า Netflix

อันนี้เด็ดมาก เพราะ Netflix มีส่วนแบ่งตลาดสตรีมมิ่งกว่า 43% ทั่วโลก
ถ้าซื้อ Warner + HBO จริง ๆ คู่แข่งอาจร้องไห้หนัก และหน่วยงานรัฐในหลายประเทศจะลุกขึ้นมาตรวจสอบแน่นอน

Paramount บอกตรง ๆ ว่า

“เราไม่โดนด่านี้หนักเท่า Netflix นะ ผู้ถือหุ้นคิดดี ๆ”

เหมือนพูดว่าซื้อกับเราง่ายกว่า ไม่ติดด่านตรวจเยอะ


แล้วดีล Netflix ที่ตกลงกับ Warner มีอะไรซ่อนอยู่?

มีอยู่สองประโยคที่ต้องจำให้ขึ้นใจ:

  • ถ้ารัฐบาลไม่อนุมัติดีล Netflix ต้องจ่ายค่าเสียหาย 5.8 พันล้านดอลลาร์

  • ถ้า Warner ทิ้ง Netflix ไปคบคนใหม่ (เช่น Paramount) ต้องเสียค่าฉีกสัญญา 2.8 พันล้านดอลลาร์

  • อ่านแล้วพอจะเห็นภาพไหมว่า…
    Warner Bros. Discovery อยู่ในสถานะ “แต่งงานเกือบเสร็จแล้ว แต่เจ้าบ่าวคนใหม่โผล่มาขอแต่งซะงั้น”

    ความวุ่นวายจึงเริ่มพุ่งขึ้นเป็นทวีคูณแบบไม่มีทางหลบ


    ทำไมดีลนี้ถึงสำคัญระดับปั่นอุตสาหกรรมบันเทิงโลก?

    ลองจินตนาการดูว่า

    • HBO จับมือกับ Netflix
      หรือ

    • Warner Bros. ทั้งจักรวาล (DC, Wizarding World, Looney Tunes) ไปอยู่ใต้ Paramount

    จักรวาลหนัง–ซีรีส์หลายชุดอาจถูกยกเครื่องใหม่
    อำนาจต่อรองของแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งเปลี่ยนทันที
    การแข่งขันอาจพลิกแบบไม่มีใครตั้งตัว

    นี่ไม่ใช่แค่ดีลซื้อขายบริษัท
    แต่คือการจัดเรียงแผนที่อุตสาหกรรมบันเทิงใหม่ทั้งใบ


    บทวิเคราะห์สายบันเทิง: นี่คือ “สงครามจักรวาลคอนเทนต์” ที่น่าดูที่สุดในรอบหลายปี

    วงการบันเทิงกำลังเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่
    หลังยุคทองของสตรีมมิ่งเริ่มชะลอตัว หลายบริษัทหนี้บาน และผู้ชมเริ่มแบ่งเวลาดูคอนเทนต์น้อยลง

    ดีลลักษณะนี้คือกลยุทธ์รวมพลังให้บริษัทอยู่รอดในสนามที่เริ่มคับแคบ

    Netflix ต้องการคอนเทนต์ระดับตำนาน
    Paramount ต้องการขยายจักรวาลและยกระดับธุรกิจทีวี
    Warner Bros. Discovery ต้องการเงินลงทุนเพื่อชำระหนี้

    และทั้งหมดนี้เกิดขึ้นพร้อมกันในปีเดียว ราวกับวิกฤตใหญ่กำลังเขียนบทใหม่ให้ทั้งตลาด


    สรุป: เกมนี้ยังไม่จบ และผู้ชมต้องลุ้นแบบเกาะขอบจอ

    ดีล Paramount vs. Netflix เพื่อชิง Warner Bros. Discovery ไม่ใช่ดีลธรรมดา
    แต่มันคือซีรีส์การเงิน–ธุรกิจที่มีอิทธิพลต่อวงการภาพยนตร์ ซีรีส์ และสตรีมมิ่งทั่วโลก

    สิ่งที่ต้องจับตาต่อไปคือ:

    • Warner จะยอม “ทิ้งดีลเก่า” ไหม?

    • หน่วยงานรัฐจะให้ผ่านดีลไหน?

    • ผู้ถือหุ้นจะเลือกเงินสดทันทีหรือราคาดีในระยะยาว?

    • จักรวาลบันเทิงไหนจะถูกรีบูตหรือโยกย้ายบ้านใหม่?

    เรียกได้ว่า…นี่คือดราม่าที่สนุกกว่าหลายซีรีส์เสียอีก
    และยังไม่มีทีท่าว่าจะจบในเร็ววัน

    เตรียมตัวติดตาม “ซีซัน 2” ได้เลย