เปิดเวทีเทคโนโลยีบ้านยุคใหม่…จากรถคลาสสิกสู่แก็ดเจ็ตสุดล้ำ
เจมส์ ไดสัน วิศวกรหัวเรือใหญ่และผู้ก่อตั้ง Dyson ปรากฏตัวพร้อมรถ Vintage Mini ที่ร้าน Dyson Store ใจกลางกรุงเบอร์ลิน ภาพรถคลาสสิกคู่กับเทคโนโลยียุคใหม่เหมือนเป็นสัญลักษณ์ของ การเอาวิศวกรรมระดับโลกมาปรับใช้กับชีวิตประจำวัน อย่างแท้จริง
บนเวทีเดียวกัน เขาหยิบ Dyson PencilVac™ รุ่นใหม่ขึ้นมาพร้อมเล่าถึงเส้นทางการพัฒนาที่กินเวลาหลายปี ทั้งการออกแบบ มอเตอร์ ระบบกรองอากาศ และงานวิจัยด้านอากาศพลศาสตร์ จนทำให้ Dyson สามารถสร้างผลิตภัณฑ์ที่หน้าตาเปลี่ยนไปไกล แต่ยังคงประสิทธิภาพการทำงานแบบจัดเต็ม
จากเครื่องดูดฝุ่นเทคโนโลยีไซโคลนที่แรงไม่ตก มอเตอร์ความเร็วสูง หุ่นยนต์ดูดฝุ่น พัดลมไร้ใบพัด เครื่องเป่ามือ Airblade ไปจนถึงไดร์เป่าผม Supersonic ทุกชิ้นคือการต่อยอด เพื่อเป้าหมายเดียวคือ ทำให้การใช้ชีวิตในบ้านง่ายขึ้น สะอาดขึ้น และใส่ใจสุขภาพมากขึ้น
ในการปรากฏตัวครั้งนี้ Dyson ยกทัพเทคโนโลยีใหม่มาโชว์ทั้งหมด 11 ผลิตภัณฑ์ ทั้งรุ่นที่เปิดตัวแล้วในบางประเทศ และรุ่นที่กำลังจะตามมา โดยเน้นทั้งงานทำความสะอาดบ้าน คุณภาพอากาศ และการดูแลเส้นผมแบบล้ำยุค
Dyson V16 Piston Animal: ดูดเส้นผม 60 ซม. ได้แบบไม่พันหัวแปรง

ใครบ้านมีคนผมยาวหรือสัตว์เลี้ยงขนเยอะ น่าจะถูกใจรุ่นนี้เป็นพิเศษ เพราะ Dyson V16 Piston Animal ถูกออกแบบมาเพื่อจัดการเส้นผมยาวๆ ได้แบบไม่พันกัน
ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ Hyperdymium™ 900 วัตต์ เจเนอเรชันใหม่ ให้พลังดูดสูงถึง 315 AW
ทำความสะอาดได้ล้ำลึกทุกพื้นผิว ตั้งแต่พื้นแข็ง พรม ไปจนถึงซอกเล็กๆ ที่ฝุ่นชอบหลบ
หัวทำความสะอาด All Floor Cones™ Sense จะคอยปรับแรงดูดและความเร็วของแปรงอย่างชาญฉลาดให้เหมาะกับพื้นแต่ละประเภท ขณะที่แปรงทรงกรวยที่จดสิทธิบัตรจะช่วยดีดเส้นผมออกจากแปรงทันทีที่กำลังทำความสะอาด ลดปัญหาผมพันหัวแปรงแบบที่หลายบ้านปวดหัวกันมาตลอด
ถังเก็บฝุ่น CleanCompaktor™ สามารถอัดฝุ่นเก็บไว้ได้นานถึง 30 วัน พร้อมคันโยกสำหรับบีบอัดและดีดฝุ่นออกโดยแทบไม่ต้องสัมผัส ช่วยยกระดับความสะอาดและสุขอนามัยของบ้าน และเช่นเดียวกับ Dyson V8 Cyclone รุ่นใหม่ V16 จะมาพร้อมแท่นดูดฝุ่นอัตโนมัติในปี 2026 เพื่อให้การจัดการฝุ่นเป็นเรื่องง่ายขึ้นไปอีกขั้น
Dyson V8 Cyclone โฉมใหม่: เบาเหมือนเดิม แต่แรงขึ้น และอึดกว่า

Dyson V8 Cyclone คือรุ่นอัปเกรดของ Dyson V8™ ที่เคยสร้างชื่อในปี 2016 ในฐานะเครื่องดูดฝุ่นที่ทั้งเบาและทรงพลัง รุ่นใหม่นี้ยกระดับทุกด้านแบบจับต้องได้
พลังดูดเพิ่มขึ้น 30% เป็น 150 AW
เวลาใช้งานเพิ่มขึ้น 50% ใช้ได้สูงสุดราว 60 นาที
แบตเตอรี่ถอดเปลี่ยนได้ ช่วยให้ทำความสะอาดทั้งบ้านได้ต่อเนื่องไม่สะดุด
ปุ่มเปิดปิดแบบใหม่ไม่ต้องกดค้าง พร้อมโหมดทำความสะอาด 3 ระดับ ได้แก่ Eco, Medium และ Boost ให้ปรับตามงานจริง ไม่ว่าจะต้องการความแรง ระยะเวลานาน หรือบาลานซ์ทั้งสองด้านก็เลือกได้
รุ่นนี้ยังเตรียมแท่นเทฝุ่นอัตโนมัติในปี 2026 เช่นกัน ผู้ใช้ Dyson V8™ เดิมยังสามารถใช้ต่อกับอุปกรณ์เสริมที่มีอยู่ ส่วนผู้ใช้ใหม่ก็เลือกหัวเสริมหลากหลายแบบได้เต็มที่ ทำให้ V8 Cyclone กลายเป็น โซลูชันทำความสะอาดบ้านที่ยืดหยุ่นและทรงพลังมากขึ้น
Dyson Airwrap Co-anda 2x™: หนึ่งไดร์จัดเต็มได้ทั้งเป่า ม้วน รีด และเพิ่มวอลลุ่ม

สายจัดทรงผมจะต้องถูกใจ เพราะ Dyson ดัน Airwrap ไปอีกระดับกับ Dyson Airwrap Co-anda 2x™ รุ่นใหม่ ที่เพิ่มทั้งพลังและความอเนกประสงค์
ใช้มอเตอร์ดูแลเส้นผม Hyperdymium™ 2 รุ่นใหม่ที่ทรงพลังและเร็วที่สุดของ Dyson
สร้างแรงดันลมได้มากขึ้นถึงสองเท่า ทำให้ม้วนผมง่ายขึ้น เป่าแห้งเร็วระดับไดร์เป่าผมเต็มสมรรถนะ
ช่วยจัดทรงผมตรงให้เรียบลื่น ไม่ชี้ฟู
จุดเด่นคือความอเนกประสงค์แบบ 6 in 1
เป่าแห้ง
ม้วนลอน
เพิ่มวอลลุ่มโคนผม
รีดตรง
ช่วยให้ผมนุ่มเงา
ทั้งหมดนี้มาพร้อมแนวคิด จัดทรงได้หลากหลาย แต่ไม่ทำลายผมจากความร้อนสูงเกินจำเป็น เหมาะกับคนที่อยากให้ผมดูสุขภาพดีในระยะยาว แต่ยังอยากเล่นทรงเปลี่ยนลุคได้บ่อยๆ
Dyson HushJet™ Purifier Compact: เครื่องฟอกอากาศไซซ์เล็ก เสียงเบา แต่แรงลมไม่น้อยหน้า

ใครอยู่คอนโดหรือห้องทำงานขนาดไม่ใหญ่ แต่อยากได้เครื่องฟอกอากาศที่ไม่กินพื้นที่ และไม่ส่งเสียงรบกวน Dyson HushJet™ Purifier Compact คือคำตอบสายมินิมอล
ใช้หัวเป่า Dyson HushJet™ Nozzle ที่ต่อยอดจากเทคโนโลยี Air Multiplier™
ฟอกอากาศได้ทั้งห้อง แม้ตัวเครื่องจะขนาดกะทัดรัด
ด้านเสียงก็จัดการมาอย่างจริงจัง เครื่องฟอกอากาศทั่วไปไซซ์เล็กบางรุ่นเสียงดังถึง 60 เดซิเบล แต่รุ่นนี้
อยู่ที่ประมาณ 44 เดซิเบลในโหมดแรงสุด
ลดลงเหลือแค่ราว 24 เดซิเบลในโหมด Sleep
ขนาดเล็กลงประมาณหนึ่งในสาม แต่ให้ประสิทธิภาพการฟอกอากาศได้ถึง 80% ของรุ่น Big+Quiet เหมาะอย่างยิ่งสำหรับห้องทำงานที่ต้องการสมาธิ หรือห้องนอนที่อยากให้อากาศดีแต่ไม่อยากฟังเสียงเครื่องทั้งคืน
Dyson PencilVac™: เครื่องดูดฝุ่นจิ๋วแต่เจ๋งสำหรับสายเก็บละเอียด

Dyson PencilVac™ เปิดตัวในประเทศไทยแล้วเรียบร้อย จุดขายคือ ขนาดเล็กเป็นพิเศษเพียง 38 มิลลิเมตร แต่แรงดูดไม่ได้เล็กตาม
ใช้มอเตอร์ Hyperdymium™ 140k รุ่นใหม่ ขนาดประมาณเหรียญ 10 บาท แต่ให้พลังดูดจัดเต็ม
ควบคุมให้ไถไปตามพื้นผิวต่างๆ ได้ง่าย ใช้งานคล่องตัวในพื้นที่แคบหรือมุมที่เครื่องใหญ่เข้าไปลำบาก
ฟีเจอร์ไฮเทคที่ยัดมาแบบเต็มเครื่อง ได้แก่
แรงดูดคงที่ไม่ตกง่าย
เลเซอร์สีเขียวด้านหน้าและหลัง ช่วยส่องให้เห็นฝุ่นผงเล็กๆ ที่ตาเปล่าอาจมองข้าม
เชื่อมต่อกับแอป MyDyson ได้
ระบบบีบอัดฝุ่น ทำให้เก็บฝุ่นได้มากขึ้นในพื้นที่เท่าเดิม
ระบบทิ้งฝุ่นแบบไร้การสัมผัส ลดโอกาสโดนสิ่งสกปรกโดยตรง
หัวทำความสะอาดแบบ 4 แกนช่วยให้แน่ใจว่า เส้นผมจะไม่พันติด และยังควบคุมทิศทางหัวแปรงได้ง่ายด้วยมอเตอร์ที่ติดกับแถบแปรง เหมาะกับคนที่เน้นเก็บรายละเอียดและมีเส้นผมร่วงตามพื้นหรือมุมโต๊ะอยู่เสมอ
Dyson Supersonic r™: ไดร์เป่าผมพลังสูงในตัวเครื่องไซซ์บางเพียง 38 มม.
สำหรับสายดูแลเส้นผมในชีวิตประจำวัน Dyson Supersonic r™ คือไดร์เป่าผมที่ถูกออกแบบมาให้ทั้ง ทรงพลัง เบา และเป่าผมอย่างอ่อนโยน ไปพร้อมกัน
ขนาดเล็กลงและเบากว่ารุ่นก่อน แต่พลังแรงขึ้น
ใช้หัวเป่าอัจฉริยะพร้อมเซ็นเซอร์ RFID ช่วยปรับแรงลมและอุณหภูมิอัตโนมัติ
มอเตอร์ Hyperdymium™ รุ่นใหม่ และเทคโนโลยีทำความร้อนขนาดเล็ก ช่วยให้ลมไหลได้เรียบลื่น ลดแรงปะทะกับเส้นผม
ผลลัพธ์คือเป่าผมได้เร็วขึ้น แต่ ผมไม่กระด้าง ไม่เสียจากความร้อนจัด ลมเย็นลงได้ทันที ช่วยล็อคทรงให้ผมอยู่ทรงนานขึ้น จุดนี้เองที่ทำให้สไตลิสต์มืออาชีพหลงรัก Supersonic r™
ดีไซน์กระทัดรัดตามหลักสรีรศาสตร์ เส้นผ่านศูนย์กลางตัวเครื่องเพียง 38 มม. ทำให้ถือได้นานโดยไม่เมื่อยมือ ใช้จัดทรงผมประณีตได้ง่าย เหมาะทั้งสำหรับมืออาชีพและการใช้งานที่บ้าน
Dyson Clean+Wash Hygiene: ดูดฝุ่นพร้อมถูพื้นแบบเปียกได้ในเครื่องเดียว
Dyson Clean+Wash Hygiene เป็นเครื่องดูดฝุ่นแบบเปียกและแห้งรุ่นใหม่ที่เน้นเรื่อง สุขอนามัยและความสะดวกในการดูแลพื้นแข็ง โดยเฉพาะ
เครื่องดูดฝุ่นแบบเปียกทั่วไปมักใช้แผ่นกรองที่อุดตันง่าย สะสมแบคทีเรีย และมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ แต่ระบบของ Dyson เลือกเก็บทั้งฝุ่นและน้ำสกปรกไว้ในหัวดูดแทน ช่วยลดปัญหา
การสะสมคราบและเชื้อโรคในท่อ
การอุดตันของแผ่นกรอง
การสูญเสียแรงดูดเมื่อใช้งานไปนานๆ
ข้อดีอีกอย่างคือ มีเพียงน้ำสะอาดเท่านั้นที่สัมผัสพื้นของคุณ ลูกกลิ้งไมโครไฟเบอร์หนาแน่นเป็นพิเศษ ด้วยเส้นใยไมโครไฟเบอร์ราว 84,000 เส้นต่อตารางเซนติเมตร ผสานขนแปรงไนลอนเพื่อเก็บฝุ่นได้มากขึ้นในทุกการปัด
น้ำหนักตัวเครื่องเพียงประมาณ 3.7 กิโลกรัม เคลื่อนตัวได้ลื่นใต้เฟอร์นิเจอร์และเก็บขอบต่างๆ ได้ง่าย มาพร้อมระบบทำความสะอาดอัตโนมัติของตัวเอง จึงให้ทั้ง
พื้นสะอาดไร้คราบ
สุขอนามัยล้ำลึก
การบำรุงรักษาที่ไม่ยุ่งยาก
Dyson Spot+Scrub™ Ai: หุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่รู้ว่าตรงไหนเลอะและต้องขัดซ้ำ

หุ่นยนต์ Dyson Spot+Scrub™ Ai ถูกออกแบบมาเพื่อจัดการทั้งการดูดฝุ่นแบบแห้งและการถูพื้นแบบเปียกในเครื่องเดียว เน้นความฉลาดและความแม่นยำในการเก็บคราบฝังแน่น
จุดเด่นคือระบบ AI ที่ช่วยให้หุ่นยนต์สามารถ
ตรวจจับคราบสกปรกฝังแน่น
ปรับพฤติกรรมการทำความสะอาดให้เหมาะกับสภาพพื้นจริง
ระบุพื้นที่สกปรก ตอบสนอง และตรวจสอบผลลัพธ์การทำความสะอาดแบบละเอียด
พร้อมทั้งหลบสิ่งกีดขวางด้วยกล้อง AI ไฟ LED สีเขียว และระบบนำทางอัจฉริยะ หุ่นยนต์สามารถจดจำวัตถุได้เกือบ 200 ชนิด เช่น สายเคเบิลหรือถุงเท้า เพื่อไม่ให้ดูดผิดที่ผิดทาง
ระบบตรวจจับคราบขั้นสูงยังใช้การประมวลผลภาพก่อนและหลัง เพื่อดูว่าคราบถูกขจัดออกหมดหรือยัง หากยังไม่สะอาด ก็จะกลับมาทำซ้ำจนกว่าพื้นจะสะอาดจริง
ด้วยระบบไฮเดรชั่น 12 จุดในลูกกลิ้งทำความสะอาดแบบเปียก และแท่นชาร์จแบบไซโคลนไร้ถุง หุ่นยนต์จะรักษาแรงดูดและสุขอนามัยไปพร้อมกัน ผู้ใช้ยังสามารถใช้แอป MyDyson™ เพื่อตรวจสอบแผนที่การทำความสะอาดหรือสั่งให้ไปทำความสะอาดเฉพาะจุดที่ต้องการได้
Dyson Cool™ CF1 fan: การกลับมาของพัดลมไร้ใบพัดในเวอร์ชันฉลาดและประหยัดกว่าเดิม

Dyson นำพัดลมไร้ใบพัดรุ่นแรกที่สร้างชื่อของแบรนด์กลับมาอีกครั้งในชื่อ Dyson Cool™ CF1 fan โดยต่อยอดด้วยเทคโนโลยีใหม่ให้ตอบโจทย์การใช้งานยุคปัจจุบันมากขึ้น
ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ควบคุมผ่านแอป MyDyson™ ได้
มีโหมด Sleep ใหม่สำหรับการใช้งานตอนกลางคืน
มาพร้อมหน้าจอ LCD และปุ่มควบคุมที่ใช้งานง่าย
มอเตอร์แบบ Brushless DC ช่วยให้ลมเย็นมีประสิทธิภาพ พร้อมระบบส่ายลมที่ปรับความละเอียดได้มากขึ้น เพื่อส่งลมเย็นในทิศทางที่แม่นยำตามที่ต้องการ เหมาะทั้งวางบนโต๊ะทำงานหรือมุมส่วนตัวที่ต้องการความเย็นแบบพุ่งตรงและควบคุมได้
Dyson Hot+Cool™ HF1 Remote Link Pre-Heat: พัดลมฮีตเตอร์ 2 in 1 ที่เร็ว เงียบ และฉลาดขึ้น
Dyson Hot+Cool™ HF1 Remote Link Pre-Heat fan heater คือเวอร์ชันใหม่ของพัดลมทำความร้อนแบบ 2 in 1 ที่รวมทั้งการให้ลมเย็นและลมร้อนไว้ในเครื่องเดียว
ให้ความร้อนได้เร็วขึ้นกว่าเดิม
เสียงเงียบลงถึงประมาณ 25%
มาพร้อมเซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิในตัว ช่วยควบคุมการใช้พลังงานให้คุ้มค่า
โหมด Sleep ใหม่ช่วยคงอุณหภูมิที่คุณต้องการทั้งกลางวันและกลางคืน และที่สำคัญ คือเป็นพัดลมทำความร้อนรุ่นแรกของ Dyson ที่เชื่อมต่อกับแอป MyDyson™ ให้ควบคุมการทำงานระยะไกลได้ เหมาะกับคนที่อยากปรับอุณหภูมิล่วงหน้าก่อนเข้าห้อง หรือปรับค่าต่างๆ จากเตียงได้โดยไม่ต้องลุกไปกดเครื่องเอง
Dyson Omega™: เซรั่มบำรุงผมจากฟาร์มของ Dyson สู่ผมแข็งแรงนุ่มลื่น

สายดูแลเส้นผมที่เริ่มใส่ใจส่วนผสมจากธรรมชาติ น่าจะจับตามอง Dyson Omega™ เป็นพิเศษ เพราะนี่คือ ผลิตภัณฑ์ดูแลผมตัวแรกของ Dyson ที่ใช้วัตถุดิบจากฟาร์มของตัวเอง
เจมส์ ไดสันเล่าว่า แนวคิดของ Dyson Omega™ คือการผสานสองโลกเข้าด้วยกัน
โลกของการเกษตรที่ยั่งยืน
โลกของผลิตภัณฑ์ความงามและวิทยาศาสตร์เส้นผม
Dyson ใช้ประสบการณ์ฟาร์มกว่า 13 ปีจาก Dyson Farming มาร่วมกับงานวิจัยเส้นผมและผลิตภัณฑ์ความงามกว่า 12 ปี สร้างเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ Omega™ ที่เน้นการแก้ปัญหาผมแห้ง พันกัน และชี้ฟูสำหรับทุกสภาพผม
หัวใจสำคัญคือการใช้ น้ำมัน 7 ชนิดที่อุดมไปด้วยโอเมก้า หนึ่งในนั้นคือน้ำมันทานตะวันที่เก็บเกี่ยวจากฟาร์ม Dyson ในลินคอล์นเชียร์ ประเทศอังกฤษเอง กลุ่มผลิตภัณฑ์นี้ประกอบด้วย
Hydrating Hair Oil: น้ำมันบำรุงเพื่อฟื้นฟูและเพิ่มความชุ่มชื้นให้เส้นผม
Leave-in Conditioning Spray: สเปรย์บำรุงแบบไม่ต้องล้างออก ช่วยแก้ปัญหาผมพันกันและให้การบำรุงยาวนาน
Dyson Omega™ จึงไม่ได้เป็นแค่เซรั่มบำรุงธรรมดา แต่คือผลลัพธ์จากการวิจัยส่วนผสม ผสมผสานกับเทคโนโลยีด้านเส้นผมอย่างจริงจัง และยังวางตัวเป็นผลิตภัณฑ์สูตรแรกในสาย Dyson Chitosan™ ที่เปิดตัวในปี 2024 ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อ ช่วยให้ผมอยู่ทรงได้นานขึ้น
จากกองทัพเทคโนโลยีที่ Dyson นำมาโชว์ในครั้งนี้จะเห็นชัดว่า แบรนด์ไม่ได้โฟกัสแค่การทำความสะอาดบ้านหรือการเป่าผมให้แห้งเท่านั้น แต่กำลังมองภาพรวมแบบครบวงจรตั้งแต่
คุณภาพอากาศในห้อง
ความสะอาดพื้นและเฟอร์นิเจอร์
ไปจนถึงสุขภาพและความสวยงามของเส้นผมในระยะยาว
สำหรับคนที่รักการดูแลบ้านและให้ความสำคัญกับเส้นผม Dyson กำลังพยายามทำให้ทุกจุดในชีวิตประจำวันของคุณ สะอาดขึ้น ฉลาดขึ้น และอ่อนโยนต่อผิวและเส้นผมมากขึ้น ในเวลาเดียวกัน

