ทำไมวิศวะสาย AI ถึงฮอตแบบสุด ๆ ตอนนี้
โลกกำลังเปลี่ยนจากการใช้เทคโนโลยีแค่เป็น “เครื่องมือเสริม” ไปสู่การมี ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นโครงสร้างหลักของการทำงานแทบทุกสายอาชีพ ทั้งงานรูทีน งานคิดเชิงกลยุทธ์ ไปจนถึงงานสร้างสรรค์อย่างแต่งเพลง ออกแบบ หรือประเมินมูลค่าทรัพย์สิน
หลายคนอาจกลัวว่า AI จะมาแย่งงานมนุษย์ แต่ภาพที่ชัดขึ้นเรื่อย ๆ คือ งานเดิมบางประเภทอาจหายไป แต่ “งานใหม่สาย AI” กลับขาดคนหนักมาก โดยเฉพาะกลุ่มอาชีพอย่าง Data Engineer, Data Scientist และสายวิเคราะห์ข้อมูลที่ตลาดแรงงานแย่งตัวกันสุด ๆ
ลองมองไปยังประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนาม ข้อมูลจาก Vietnam IT & Tech Talent Landscape Report ระบุว่า แรงงานสาย Computer Science และไอทีมีอยู่ราว 560,000 คน แต่ในแต่ละปีมีบัณฑิตใหม่แค่ประมาณ 55,000 – 60,000 คน ขณะที่อุตสาหกรรมยังต้องการเพิ่มอีกถึง 150,000 – 200,000 คนในช่วงปี 2023 – 2026
หันกลับมาที่ไทย มหาวิทยาลัยจำนวนไม่น้อยยังปรับตัวไม่ทัน แต่ก็เริ่มมีบางแห่งลุกขึ้นมาออกหลักสูตรวิศวะสาย AI และเทคโนโลยีดิจิทัลแบบจริงจัง เพื่อลอนช์บัณฑิตที่พร้อมตอบโจทย์ตลาดงานยุคใหม่
รวม 5 หลักสูตรวิศวะสาย AI ในไทย ที่สายเทคไม่ควรมองข้าม
ด้านล่างนี้คือภาพรวมของ 5 หลักสูตรจาก 5 มหาวิทยาลัยในไทย ที่จับทางตรงไปที่ทักษะ AI และเทคโนโลยีอนาคต เหมาะกับคนที่อยากเข้าตลาดงานสายนี้แบบมีแต้มต่อ
1. ISE จุฬาฯ – วิศวะนานาชาติสายเทคโนโลยีล้ำยุค
International School of Engineering (ISE) คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นหลักสูตรนานาชาติที่ตั้งใจออกแบบมาให้ตอบความต้องการของอุตสาหกรรมทั้งไทยและต่างประเทศ
จุดโฟกัสคือ
ปั้นพื้นฐานความคิดเชิงวิศวกรรมให้แน่น
เสริมทักษะเทคนิคเชิงลึกให้ทันโลก
ใช้ภาษาอังกฤษแบบเข้มข้นในทุกมิติ
หลักสูตรนี้เปิด 5 สาขา ที่เนื้อหาอัปเดตทันเทรนด์และเชื่อมตรงกับอุตสาหกรรมระดับโลก ได้แก่
AERO – Aerospace Engineering (วิศวกรรมอากาศยาน)
โฟกัสการออกแบบและสร้างเครื่องบิน รวมถึงการพัฒนาและซ่อมบำรุงระบบกลของอากาศยาน เน้นวิศวกรรมเชิงลึก ไม่ใช่การเป็นนักบินNANO – Nano Engineering (วิศวกรรมนาโน)
ทำงานกับเทคโนโลยีระดับนาโนต่อยอดไปยัง Biomedical, Chemical, Materials Engineering เหมาะทั้งสายวิจัยและโรงงานอุตสาหกรรมICE – Information & Communication Engineering (วิศวกรรมสารสนเทศและการสื่อสาร)
ผสมคอมพิวเตอร์ ไฟฟ้า และอุตสาหกรรม เส้นทางอาชีพไปได้ทั้ง Software Engineer, Network Engineer, Programmer และสาย IT อื่น ๆADME – Automotive Design and Manufacturing Engineering (วิศวกรรมการออกแบบและการผลิตยานยนต์)
เน้นการออกแบบ พัฒนา และผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ รองรับงานในโรงงานอุตสาหกรรมรถยนต์ชั้นนำRobotics & AI – Robotics and Artificial Intelligence Engineering (วิศวกรรมหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์)
ผสานเครื่องกล ไฟฟ้า คอมพิวเตอร์ และ AI จบไปต่อได้ทั้งสาย Machine Design, Data Science และระบบอัตโนมัติ/หุ่นยนต์
ค่าใช้จ่ายคร่าว ๆ
ภาคเรียนปกติ: 25,500 บาทต่อเทอม
ภาคฤดูร้อน: 6,375 บาทต่อเทอม
- ค่าธรรมเนียมโปรแกรม (ประมาณ):
ภาคเรียนปกติ: 84,000 บาทต่อเทอม
ภาคฤดูร้อน: 42,000 บาทต่อเทอม
Industrial Training: 21,000 บาทต่อเทอม
สรุปคือเหมาะมากสำหรับคนที่อยากได้ทั้งพื้นฐานวิศวกรรมแน่น ๆ และภาษาอังกฤษระดับทำงานต่างประเทศได้
2. สจล. x ม.กรุงเทพฯ – วิศวกรรม AI ควบธุรกิจสำหรับสายเจ้าของกิจการ
หลักสูตรวิศวกรรมปัญญาประดิษฐ์และการเป็นผู้ประกอบการ
AI Engineering and Entrepreneurship (AIEE)
เป็นโปรแกรมร่วมระหว่าง
คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
คณะการสร้างเจ้าของธุรกิจและการบริหารกิจการ มหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร
หัวใจของหลักสูตรคือการปั้นคนที่
เขียน สร้าง และออกแบบระบบ AI ได้จริง
เข้าใจการทำธุรกิจแบบลงสนามได้ทันที
โครงสร้างการเรียนแบ่งเป็น 2 แกนหลักที่เดินคู่กันตลอดหลักสูตร:
AI Engineering – ปูพื้นฐานวิศวกรรมและระบบ AI เชิงเทคนิค
Entrepreneurship – สอนวิธีคิดแบบผู้ประกอบการ ลงมือวางโมเดลธุรกิจจริง
นอกจากนี้ยังมี Specialized tracks ให้เลือก เพื่อเจาะลึกตลาดงานเฉพาะกลุ่ม ได้แก่
Food and Biotechnology Industry – พัฒนา AI สำหรับอุตสาหกรรมอาหารและไบโอเทค
Digital and IoT Industry – สร้าง AI สำหรับโลกดิจิทัลและอุปกรณ์ IoT
Electric Vehicle and Logistics Industry – ใช้ AI ในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและโลจิสติกส์
โครงจบการศึกษา
ระยะเวลาเรียนมาตรฐาน: 4 ปี
แต่ในปี 4 นักศึกษาสามารถออกแบบเส้นทางตัวเองได้ 2 แนวทาง
จบใน 3.5 ปี + เสริมประสบการณ์ต่างประเทศ
เลือกได้ทั้งฝึกงานต่างประเทศ (Overseas Training)
ฝึกงานควบทำงานจริง (Co-Op)
เรียนต่อที่มหาวิทยาลัยพาร์ตเนอร์ (Study Abroad)
จบใน 4 ปี สาย Incubation
เน้นลงมือสร้างธุรกิจของตัวเองจริงจัง มีโอกาสถูกผลักดันสู่การเป็น Holding Company ของมหาวิทยาลัย
ค่าเทอมโดยประมาณ
175,000 บาทต่อเทอม
รวมทั้งหลักสูตรราว 1.4 ล้านบาท
เหมาะกับคนที่อยากเป็นทั้ง วิศวกร AI และผู้ประกอบการสตาร์ทอัพ ไปพร้อมกัน
3. สจล. – วิศวกรรมหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ (นานาชาติ)
อีกหนึ่งหลักสูตรจากสจล. คือ วศ.บ. วิศวกรรมหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ (สหวิทยาการ) (นานาชาติ)
หรือ B.Eng. Robotics and AI Engineering (International Program) จากคณะวิศวกรรมศาสตร์
หลักสูตรนี้ออกแบบมาให้สอดรับกับเทรนด์เทคโนโลยีอนาคต และอุตสาหกรรมกลุ่ม New S-curve ของประเทศ เช่น หุ่นยนต์ โรงงานอัตโนมัติ และระบบอัจฉริยะ
จุดเด่นคือ
เน้นทั้ง ทฤษฎีที่แน่น และ การปฏิบัติจริง
ใช้โจทย์จากบริษัทอุตสาหกรรมและองค์กรด้านหุ่นยนต์/AI มาทำโปรเจกต์จริง
ผู้เรียนได้ฝึกใช้เครื่องมือที่ใช้ในอุตสาหกรรมจริง ไม่ได้เรียนแค่ในห้องเรียน
ตัวอย่างสายอาชีพที่ตรงกับหลักสูตรนี้ เช่น
Roboticist / Robotic Engineer
Startup Entrepreneur ในสาย High Tech
AI Engineer / AI Programmer
System Engineer / Solution Engineer
System Integration Engineer
ระดับเงินเดือนเริ่มต้น
ประมาณ 25,000 บาทขึ้นไป ทั้งนี้ขึ้นกับทักษะและผลงานของแต่ละคน
เหมาะกับคนที่ชอบจับฮาร์ดแวร์ ควบคุมหุ่นยนต์ และต่อยอด AI เข้าโรงงานหรืออุตสาหกรรมจริง
4. ม.อุบลราชธานี – วิศวกรรม AI และ Prompt สำหรับโลก Generative AI
มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีเปิดหลักสูตร วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมปัญญาประดิษฐ์และการสั่งการ (Bachelor of Engineering Program in Artificial Intelligence and Prompt)
เน้นการพัฒนาระบบ AI โดยเฉพาะสาย Generative AI ที่ถูกใช้สร้างคอนเทนต์และแก้ปัญหาหลากหลายด้านในยุคใหม่
ภาพรวมสิ่งที่ได้เรียนจะครอบคลุมทั้ง
การเขียนโปรแกรม
การพัฒนาแอปพลิเคชัน
การออกแบบระบบที่สามารถ “สั่งการได้อัตโนมัติ” หรือเชื่อมต่อกับ IoT เพื่อสร้างโซลูชันใหม่ ๆ สำหรับอุตสาหกรรม 4.0
ตัวอย่างกลุ่มวิชาในหลักสูตร
วิชาประยุกต์ใช้งานจริง
การสร้าง AI Chatbot
Computer Vision (การมองเห็นของคอมพิวเตอร์)
การสร้าง Virtual Reality (VR) และ Augmented Reality (AR)
วิชาสร้างสรรค์กับ AI
การสร้าง AI Art และ Digital Content
การออกแบบและพัฒนาเกมด้วย AI
การสร้างแอนิเมชันและ 3D Model ด้วย AI
วิชาเทคโนโลยีสมัยใหม่
Internet of Things (IoT) – การออกแบบอุปกรณ์อัจฉริยะ
Robotics & AI – การทำหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ
การพัฒนาแอปพลิเคชันมือถือ
ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ
28,000 บาทต่อเทอม
รวมตลอดหลักสูตรราว 224,000 บาท
เหมาะมากสำหรับคนที่อยากเอา AI ไปใช้สร้างงานภาพ งานคอนเทนต์ เกม หรือประสบการณ์เสมือนจริงแบบจัดเต็ม
5. ม.หอการค้าไทย – วิศวกรรมคอมพิวเตอร์และปัญญาประดิษฐ์สาย FinTech และ Startup
มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยเปิดสาขา วิศวกรรมคอมพิวเตอร์และปัญญาประดิษฐ์ ภายใต้คณะวิศวกรรมศาสตร์ โดยออกแบบมาเพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจทั้งด้านทฤษฎีและปฏิบัติของ
วิศวกรรมคอมพิวเตอร์
ปัญญาประดิษฐ์
การเป็นผู้ประกอบการ
โลกการเงินยุคใหม่ (FinTech)
จุดเด่นของหลักสูตร
เน้นทั้งสายเทคนิค (เขียนโค้ด สร้างระบบ) และสายธุรกิจ (คิดโมเดลธุรกิจจริง)
ปั้นนักศึกษาให้พร้อมเข้าวงการ FinTech และ Startup หลังเรียนจบ
ส่งเสริมให้มีความใฝ่รู้ รับเทคโนโลยีใหม่ ๆ ได้ไว และกล้าสร้างความแตกต่างในตลาด
ค่าเทอมโดยประมาณ
ประมาณ 28,333 บาทต่อเทอม
รวมค่าใช้จ่ายตลอดหลักสูตรราว 340,000 บาท
เหมาะกับคนที่ชอบทั้ง สายคอม + การเงิน + สตาร์ทอัพ และอยากใช้ AI ไปเปลี่ยนอุตสาหกรรมการเงินหรือธุรกิจยุคใหม่
เลือกเรียนอะไรดีถ้าอยากมีอนาคตสาย AI
ถ้าดูภาพรวมแล้วจะเห็นว่า แนวทางของแต่ละมหาวิทยาลัยแตกต่างกันไป:
เน้น อินเตอร์และวิศวกรรมลึก ๆ → ISE จุฬาฯ
เน้น AI + ผู้ประกอบการ + สายอุตสาหกรรมเฉพาะทาง → สจล. x ม.กรุงเทพฯ (AIEE)
เน้น หุ่นยนต์ ระบบอัตโนมัติ และเทคโนโลยีโรงงานอนาคต → Robotics & AI สจล.
เน้น Generative AI, คอนเทนต์, VR/AR, เกม, IoT → ม.อุบลราชธานี
เน้น คอมพิวเตอร์, AI, FinTech และเส้นทาง Startup → ม.หอการค้าไทย
สิ่งสำคัญคือถามตัวเองให้ชัดว่า
อยากเป็นสายสร้างเทคโนโลยีเบื้องหลังระบบ AI
หรืออยากใช้ AI เป็นเครื่องมือสร้างสรรค์ผลงานและธุรกิจของตัวเอง
เมื่อรู้แนวแล้ว การเลือกหลักสูตรให้ตรงก็จะง่ายขึ้นมาก และในยุคที่ ทักษะ AI กลายเป็น “ภาษาที่สอง” ของโลกงาน คนที่เริ่มเรียนก่อน ย่อมได้เปรียบแบบทิ้งห่างจริง ๆ

