2026 ปีที่ Apple ไม่ได้มาเล่น ๆ อีกต่อไป
Apple กำลังเตรียมฉลองครบรอบ 50 ปีด้วยแผนใหญ่ระดับประวัติศาสตร์ มีข่าวลือแรงมากว่าปี 2026 นี้ เราอาจได้เห็นผลิตภัณฑ์ใหม่ไม่ต่ำกว่า 15 รุ่น ทั้งกลุ่ม iPhone, iPad, Mac, สมาร์ทโฮม ไปจนถึงอุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะและแว่นตา AR
พูดง่าย ๆ คือ นี่อาจเป็น “ปีแห่งการรีเซ็ตจักรวาล Apple” ที่แฟน ๆ ทั่วโลกรอคอยอยู่เงียบ ๆ แต่ใจเต้นไม่เงียบเลย
ไฮไลต์ใหญ่: 15 ผลิตภัณฑ์ใหม่ ล็อกคิวปี 2026
จากข้อมูลที่หลุดออกมา Apple มีแผนบุกตลาดแบบจัดหนัก จัดเต็ม ทั้งสายมือถือ แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ และสมาร์ทโฮม โดยภาพรวมมีจุดเด่นชัด ๆ คือ ชิปใหม่ แรงขึ้น ฉลาดขึ้น และเชื่อมกันทั้งบ้านทั้งคน
สาย iPhone: จากรุ่นย่อมเยา ถึงรุ่นพับได้
ไลน์อัป iPhone ปี 2026 ถูกจับตามองเป็นพิเศษ เพราะไม่ได้มีแค่รุ่นอัปเดตธรรมดา แต่เล่นใหญ่หลายมิติ
iPhone 17e: รุ่นเน้นคุ้มค่าที่คาดว่าจะมากับสเปกเพียงพอต่อการใช้งานจริง แต่ราคาย่อมเยากว่าเดิม เหมาะกับคนที่อยากเข้า Ecosystem ของ Apple แบบไม่ต้องจ่ายหนัก
iPhone 18 Pro: รุ่นเรือธงที่มีข่าวว่าจะใช้โมเด็มที่ Apple พัฒนาขึ้นเอง หรือที่เรียกว่า C2 chip ช่วยให้ควบคุมการเชื่อมต่อเครือข่ายได้ดีขึ้น และลดการพึ่งพาบริษัทภายนอก
iPhone พับได้: ดาวเด่นของข่าวลือรอบนี้ หลายคนรอดูว่า Apple จะทำมือถือพับได้ออกมาหน้าตาแบบไหน จะเน้นความบาง ความหรู หรือประสบการณ์ใหม่ที่ต่างจากคู่แข่งอย่างไร
หากทั้งหมดนี้เปิดตัวจริง ตลาดสมาร์ทโฟนอาจต้องยกเกมขึ้นไปอีกขั้นแบบเลี่ยงไม่ได้
สาย iPad: จอสวยขึ้น ชิปแรงขึ้น เชื่อมกับ Mac หนักกว่าเดิม
ฝั่ง iPad ก็มีแผนอัปเดตครั้งใหญ่เช่นกัน เน้นไปที่ จอภาพใหม่และพลังชิประดับเดสก์ท็อป
iPad รุ่นใหม่ที่คาดว่าจะใช้ชิป A18 เพื่อรองรับงานหนักและฟีเจอร์ AI
iPad Air ชิป M4: แรงขึ้นจากรุ่นก่อนแบบจัมป์ระดับใหญ่ คาดว่าเร็วขึ้นราว ๆ 40% ทำให้ iPad Air กลายเป็นตัวท็อปด้านความคุ้มค่า
iPad mini จอ OLED: เป็นครั้งแรกที่รุ่นเล็กได้ใช้จอ OLED เต็มตัว แสดงสีดำได้ดำสนิท สีสันจัดจ้านเหมาะทั้งดูหนัง เล่นเกม และอ่านคอนเทนต์นาน ๆ
ส่วน iPad Pro มีแนวโน้มจะเก็บไม้เด็ดไปไว้ในปี 2027 กับการอัปเดตครั้งใหญ่เต็มรูปแบบ
สาย Mac: จาก M5 สู่ยุคจอ OLED และหน้าจอสัมผัส
สาย Mac ก็ไม่ยอมน้อยหน้า เพราะปี 2026 น่าจะเป็นจุดเปลี่ยนของทั้ง MacBook Air, MacBook Pro และเครื่องเดสก์ท็อปของ Apple
MacBook Air / Pro ชิป M5: ขยับไปสู่สถาปัตยกรรม 2 นาโนเมตร ที่ทั้งแรงและประหยัดพลังงานขึ้นอย่างชัดเจน
MacBook Pro จอ OLED + จอสัมผัส: นี่คือดีลใหญ่ของสาย Pro เพราะมีข่าวว่าจะใช้จอ OLED ที่สีสวย คอนทราสต์สูง และอาจมาพร้อม หน้าจอสัมผัส แบบใหม่ ซึ่งบางแหล่งข่าวคาดว่าอาจมีการใช้ชิป M6 ในบางรุ่นด้วย
Mac mini และ Mac Studio ชิป M5: ขยับพลังเทียบชั้นเวิร์กสเตชัน แต่กินไฟน้อยลง เหมาะทั้งสายงานสร้างคอนเทนต์ ตัดต่อ และนักพัฒนา
ทั้งหมดนี้ทำให้ Ecosystem ฝั่ง Mac แข็งแรงขึ้น และเชื่อมกับ iPad, iPhone ได้เนียนกว่าเดิม

สมาร์ทโฮม + แว่น AR: จากมือถือในมือสู่บ้านทั้งหลังและโลกเสมือน
Apple ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในกระเป๋าเราอีกต่อไป แต่กำลังขยายตัวไปครอบคลุม ทั้งบ้านและโลกจริงรอบตัว
กล้องรักษาความปลอดภัย และจออัจฉริยะติดผนัง
มีข่าวว่า Apple เตรียมบุกตลาดสมาร์ทโฮมจริงจังด้วย
กล้องรักษาความปลอดภัย: อาจเป็นหัวใจสำคัญของบ้านอัจฉริยะแบบ Apple เน้นความปลอดภัย การเข้ารหัสข้อมูล และการเชื่อมกับอุปกรณ์อื่นใน Ecosystem
จออัจฉริยะติดผนัง (Smart Home Display): ใช้ควบคุมบ้าน ฟังเพลง ดูข้อมูล และสื่อสารภายในครอบครัว คาดว่าจะผูกกับ Siri และบริการของ Apple แบบแน่น ๆ
ทั้งหมดนี้จะทำงานร่วมกับ Apple Intelligence หรือ Siri เวอร์ชันใหม่ที่ฉลาดขึ้น เข้าใจบริบท และใช้ AI จัดการงานในบ้านแทนเราในหลายเรื่อง
แว่นตาอัจฉริยะ AR: ของจริงหรือยังเป็นแค่ตัวอย่าง?
ในกลุ่มอุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะ สิ่งที่คนจับตาสุด ๆ คือ แว่นตา AR ที่ใช้เทคโนโลยี Augmented Reality ในการผสมภาพดิจิทัลทับลงบนโลกจริง
มีแนวโน้มว่าปี 2026 เราอาจได้เห็นอย่างน้อย ต้นแบบ (Prototype) หรือเวอร์ชันทดลองสำหรับนักพัฒนาหรือผู้ใช้บางกลุ่ม แม้อาจยังไม่พร้อมขายเต็มรูปแบบ แต่ก็เป็นสัญญาณชัดว่า Apple กำลังมุ่งสู่ยุคใหม่ของการสวมใส่อัจฉริยะอย่างจริงจัง
ผลกระทบต่อผู้ใช้และธุรกิจ: ไม่ใช่แค่อัปเกรด แต่คือการเปลี่ยนเกม
การเปลี่ยนแปลงรอบนี้ไม่ได้แตะเฉพาะตัวเครื่อง แต่ส่งผลยาวไปถึงพฤติกรรมผู้ใช้ และโครงสร้างธุรกิจของ Apple เอง
สำหรับผู้ใช้ทั่วไป
ผู้ใช้จะสัมผัสได้ถึง
ประสิทธิภาพที่แรงขึ้น ทั้งบน iPhone, iPad และ Mac จากชิปตระกูลใหม่อย่าง A18, M4, M5
ดีไซน์และประสบการณ์ใช้งานที่เนียนขึ้น โดยเฉพาะจอ OLED ที่ให้สีสวยและประหยัดพลังงาน
AI ที่ใกล้ตัวมากขึ้น ผ่าน Apple Intelligence ทั้งในสมาร์ทโฮม และอุปกรณ์พกพา ทำให้ชีวิตสะดวก ปลอดภัย และฉลาดขึ้นในระดับใช้งานจริง
สำหรับธุรกิจและอุตสาหกรรม
Apple ลดการพึ่งพาซัพพลายเออร์ภายนอก โดยหันมาพัฒนาชิปและเทคโนโลยีหลัก ๆ เองมากขึ้น
การรุกตลาดบ้านอัจฉริยะและอุปกรณ์สวมใส่ ทำให้ Apple มีพื้นที่ใหม่ไปชนกับเจ้าตลาดอย่าง Samsung, Amazon และ Google แบบตรง ๆ
Ecosystem ที่แน่นขึ้นทำให้ผู้ใช้ย้ายไปแบรนด์อื่นยากขึ้น และธุรกิจที่พัฒนาแอปหรือบริการบนแพลตฟอร์มของ Apple ต้องอัปเลเวลตามไปด้วย
ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่น่าจับตามองเป็นพิเศษ
สำหรับคนไทยที่อยากวางแผนอัปเกรดหรือเก็บเงินรอ มีหลายรุ่นที่ดูแล้วน่าลองเป็นพิเศษ
iPhone 17e: เหมาะกับคนอยากได้ iPhone ในราคาที่รับได้ แต่ยังได้ฟีเจอร์หลักครบ ๆ
iPad จอ OLED + ชิป M4: เหมาะกับคนทำงานสร้างสรรค์ ดูคอนเทนต์ และใช้แท็บเล็ตแทนคอมในบางงาน
MacBook Air / Pro ชิป M5: ชิป 2 นาโนเมตรที่ทั้งแรงและประหยัดพลังงาน เป็นตัวเลือกดีทั้งสายเรียน สายทำงาน และสายคอนเทนต์
MacBook Pro จอสัมผัส + OLED: ถ้าข่าวเรื่องหน้าจอสัมผัสและชิป M6 เป็นจริง นี่อาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของสาย Mac เลยทีเดียว
ข้อจำกัดและความไม่แน่นอนที่ต้องรู้
แน่นอนว่าหลายโปรเจ็กต์ยังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนา ทำให้มีความเป็นไปได้ว่า
บางรุ่นอาจ เลื่อนเปิดตัว หรือเปลี่ยนสเปกจากข่าวลือ
ราคามีโอกาส ขยับสูงขึ้น ตามเทคโนโลยีใหม่ โดยเฉพาะจอ OLED และอุปกรณ์สวมใส่ระดับไฮเอนด์
ผลิตภัณฑ์อย่าง แว่นตาอัจฉริยะ AR อาจยังอยู่ในรูปแบบตัวอย่างหรือรุ่นทดลองมากกว่าจะวางขายทั่วไปทันที
ใครที่สนใจจะอัปเกรดจึงควรติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิด และมองภาพรวมทั้งราคาและความจำเป็นในการใช้งานจริงควบคู่กันไป
คำศัพท์เทคโนโลยีที่ควรรู้ก่อนเข้าสู่ยุคใหม่ของ Apple
เพื่อไม่ให้หลุดวงสนทนาเวลาเพื่อนคุยเรื่อง Apple รุ่นใหม่ มาดูคำสำคัญที่ควรรู้กันแบบเข้าใจง่าย ๆ
AI-Powered Siri / Apple Intelligence: Siri เวอร์ชันใหม่ที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ ทำให้เข้าใจคำสั่งได้ดีขึ้น ตอบได้เป็นธรรมชาติมากกว่าเดิม และอาจช่วยจัดการงานในชีวิตประจำวันให้เราแบบอัตโนมัติ
OLED: เทคโนโลยีจอที่ให้สีสด ดำได้ดำสนิท และกินพลังงานน้อย เหมาะทั้งดูหนัง เล่นเกม และใช้งานต่อเนื่องนาน ๆ
M5 Chip: ชิปรุ่นใหม่ของ Apple สำหรับ Mac และ iPad ที่เน้นทั้งความแรงและความฉลาดในงานประมวลผล
Smart Home Display: จออัจฉริยะที่ใช้ควบคุมอุปกรณ์ในบ้าน ฟังเพลง ดูข้อมูล หรือใช้เป็นศูนย์กลางสื่อสารในบ้าน
AR (Augmented Reality): เทคโนโลยีที่ผสมโลกจริงเข้ากับภาพเสมือน เช่น การใส่ข้อมูลหรือกราฟิกทับลงไปบนสิ่งที่เราเห็นผ่านจอ หรือผ่านแว่นตาอัจฉริยะ
มองไปข้างหน้า: Apple กำลังสร้างประสบการณ์ “ทุกที่ ทุกจอ ทุกช่วงเวลา”
เมื่อมองภาพรวมปี 2026 จะเห็นว่า Apple ไม่ได้แค่อัปเกรดสเปกทีละนิด แต่กำลัง
ขยายจากมือถือและคอมพิวเตอร์ ไปสู่ บ้านทั้งหลัง และ อุปกรณ์สวมใส่
ผสาน AI เข้ากับทุกอุปกรณ์ ตั้งแต่สมาร์ทโฟน ไปจนถึงกล้องรักษาความปลอดภัยและจออัจฉริยะ
เชื่อมประสบการณ์ของผู้ใช้ให้ไหลลื่นทั้งเวลาทำงาน อยู่บ้าน หรือพักผ่อน
สำหรับผู้ใช้ในไทย นี่คือช่วงเวลาน่าสนใจที่เทคโนโลยีระดับโลกกำลังเข้าใกล้ชีวิตประจำวันมากขึ้นเรื่อย ๆ ใครที่ชอบลองของใหม่ เตรียมตัวดี ๆ เพราะปี 2026 เป็นต้นไป เราอาจไม่ได้แค่ถือ iPhone ในมือ แต่จะอยู่ในโลกที่ ทุกหน้าจอและอุปกรณ์รอบตัว “คิดและช่วยเรา” ได้มากกว่าที่เคย

