แฟชั่นโชว์กลางเมือง ที่พาผ้าไทยกลับมาปังอีกครั้ง
บนเวทีกลางหน้าศาลากลางจังหวัดเพชรบูรณ์ ค่ำคืนหนึ่งก็ถูกเนรมิตให้กลายเป็นรันเวย์สุดยิ่งใหญ่ กับกิจกรรมเดินแบบผ้าไทยที่สะท้อนเสน่ห์ผ้าถิ่นเพชรบูรณ์ได้อย่างเต็มสายตา
งานนี้ไม่ได้มีเพียงนางแบบนายแบบมืออาชีพเท่านั้น แต่ยังมีผู้ว่าราชการจังหวัดและรองผู้ว่าฯ ร่วมขึ้นเวทีโชว์ผ้าไทยด้วยตัวเอง ยิ่งทำให้บรรยากาศยิ่งคึกคักและน่าจับตามอง
ข้อความสำคัญของค่ำคืนนี้คือแนวคิด “สืบสานอนุรักษ์ศิลป์ผ้าถิ่นไทย ดำรงไว้ในแผ่นดิน เหล่าไทเพชรบูรณ์” ที่จัดขึ้นภายในงานมะขามหวานนครบาลเพชรบูรณ์ ประจำปี 2569 ซึ่งจัดต่อเนื่องระหว่างวันที่ 23–31 มกราคม
ไฮไลต์ค่ำคืนที่ 2 คนแน่นเวที ชมผ้าไทยกันคึกคัก
กิจกรรมเดินแบบในค่ำคืนที่ 2 กลายเป็นจุดโฟกัสหลักของทั้งงาน ผู้คนหลั่งไหลมาจับจองพื้นที่หน้าเวทีแน่นขนัด ทั้งชาวเพชรบูรณ์และนักท่องเที่ยวต่างพื้นที่
สิ่งที่ดึงดูดสายตาที่สุดคือการที่ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมรองผู้ว่าฯ หลายท่าน ขึ้นร่วมเดินแบบด้วยตนเอง นำเสนอผ้าทอพื้นเมืองลายงามประจำถิ่น ที่โดดเด่นทั้งเรื่องลายผ้า สีสัน และเอกลักษณ์ความเป็น “ไทเพชรบูรณ์”
ผ้าทอพื้นเมืองถูกออกแบบให้ร่วมสมัยมากขึ้น
ใส่ได้จริงในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่แค่บนเวที
สอดคล้องกับแนวคิด “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ที่อยากให้ทุกคนกล้าแต่ง กล้าลอง และภูมิใจในผ้าไทย
บรรยากาศทั้งสนุก อบอุ่น และยังแฝงความภาคภูมิใจในรากเหง้าวัฒนธรรมท้องถิ่นไปพร้อมกัน
ผ้าไทย: จากภูมิปัญญาบ้านๆ สู่เวทีศิลปะระดับจังหวัด
เบื้องหลังงานครั้งนี้คือความร่วมมือของหลายภาคส่วน โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดเพชรบูรณ์ จับมือกับชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัด และคณะกรรมการพัฒนาสตรีจังหวัด ร่วมกันผลักดันให้ผ้าไทยกลับมาอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้คนอีกครั้ง
หัวใจของงานไม่ใช่แค่ความสวยงามบนเวที แต่ยังเป็นการ สืบสานเจตนารมณ์ในการอนุรักษ์ผ้าไทย ในฐานะมรดกทางศิลปวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่าของชาติ
แนวทางการจัดงานยังสอดคล้องกับแนวคิดการพัฒนาผ้าไทยยุคใหม่ ที่ต้องการให้ผ้าแต่ละผืนไม่ได้เป็นเพียงของสวยงาม แต่เป็นสินค้าที่ต่อยอดได้จริง สร้างอาชีพและรายได้ให้กับคนทอผ้าในชุมชนได้อย่างมั่นคง
ลายผ้าพระราชทาน สู่ผ้าทอเพชรบูรณ์ที่ใส่ได้ทุกวัย
ภายในงานยังมีการน้อมนำแนวพระราชดำริเกี่ยวกับการพัฒนาลายผ้าพระราชทาน มาต่อยอดกับผ้าทอท้องถิ่นของเพชรบูรณ์ เพื่อเพิ่มมูลค่าและต่อยอดงานหัตถศิลป์ให้ทันสมัยขึ้น
นำลายผ้าพระราชทานมาปรับใช้กับผ้าทอพื้นบ้าน
ออกแบบใหม่ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ยุคปัจจุบัน
สร้างสินค้าแฟชั่นที่ทั้งสวยและใช้ได้จริง
ผลลัพธ์คือผ้าทอที่ไม่ใช่แค่ของสะสม แต่กลายเป็นเสื้อผ้าพร้อมใส่ ที่ตอบโจทย์ทั้งวัยรุ่น วัยทำงาน ไปจนถึงผู้ใหญ่ที่อยากแต่งตัวแบบไทยๆ แต่ดูทันสมัย
เมื่อผ้าทอหนึ่งผืนสามารถเล่าเรื่องได้ทั้งเรื่องชุมชน วัฒนธรรม และความภาคภูมิใจ งานแฟชั่นโชว์จึงไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยงาม แต่คือการออกแบบอนาคตของชุมชนไปพร้อมกัน
เวทีของคนทั้งเมือง ไม่ใช่แค่ของคนในวงการแฟชั่น
อีกหนึ่งเสน่ห์ของงานนี้คือการเปิดพื้นที่ให้หลายภาคส่วนขึ้นมาร่วมเดินแบบบนเวทีเดียวกัน
หัวหน้าส่วนราชการในจังหวัด
ภาคเอกชน
ตัวแทนประชาชน
ทุกคนขึ้นมาร่วมโชว์ผ้าไทยลายพื้นถิ่นเพชรบูรณ์ ที่ถูกออกแบบและตัดเย็บในสไตล์ร่วมสมัย จนทำให้เห็นภาพชัดเจนว่า ผ้าไทยไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะงานพิธี หรือโอกาสพิเศษอีกต่อไป
ผ้าไทยเพชรบูรณ์บนเวทีในค่ำคืนนี้จึงทำหน้าที่เหมือนกระจกสะท้อนศักยภาพใหม่ๆ ของผ้าถิ่น ที่พร้อมก้าวไปสู่ตลาดที่กว้างขึ้น
จากผ้าถิ่นสู่ของฝากขึ้นชื่อ: เพชรบูรณ์ไม่ได้มีดีแค่มะขามหวาน
งานมะขามหวานนครบาลเพชรบูรณ์ในทุกค่ำคืนยังคงเติมสีสันให้เมืองทั้งเมืองมีชีวิตชีวา และในขณะเดียวกันก็ช่วยย้ำภาพลักษณ์ของจังหวัดในฐานะเมืองแห่งของดีท้องถิ่น
หลายคนรู้จักเพชรบูรณ์จาก “มะขามหวานเพชรบูรณ์” ที่ขึ้นชื่อในฐานะของฝากอัตลักษณ์ประจำจังหวัด แต่ในค่ำคืนนี้ ผ้าไทยเพชรบูรณ์ก็ได้ขึ้นมายืนเคียงข้างในฐานะของดีอีกอย่างที่ไม่ควรพลาดเช่นกัน
มะขามหวาน: ของฝากกินได้ที่บอกเล่ารสชาติของเมือง
ผ้าไทยเพชรบูรณ์: ของฝากใช้ได้ที่บอกเล่าเรื่องราวของผู้คนและวัฒนธรรม
เมื่อของฝากท้องถิ่นไม่ได้มีแค่ของกิน แต่รวมไปถึงผ้าทอที่เล่าเรื่องได้ทั้งเมือง เพชรบูรณ์จึงกลายเป็นจังหวัดที่ยิ่งรู้จักก็ยิ่งมีอะไรให้ค้นหา
สรุป: อยากได้ของดีจากเพชรบูรณ์ ต้องเก็บทั้งผ้า…ทั้งมะขาม
ใครที่มีโอกาสไปเยือนเพชรบูรณ์ในช่วงงานมะขามหวานนครบาล นอกจากจะแวะชิมและซื้อ มะขามหวานของฝากชื่อดัง แล้ว อย่าลืมมองหาผ้าไทยลายพื้นถิ่นเพชรบูรณ์กลับไปด้วยสักผืน
เพราะคุณไม่ได้แค่ซื้อผ้า แต่กำลังพกเอาเรื่องราวของช่างทอในชุมชน งานหัตถศิลป์ที่สืบทอดกันมายาวนาน และความภาคภูมิใจของเหล่าไทเพชรบูรณ์กลับไปบ้านด้วยอย่างเต็มผืน
ผ้าหนึ่งผืน ของฝากหนึ่งชิ้น อาจเป็นจุดเล็กๆ ที่ช่วยให้ชุมชนทอผ้ายืนได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว

