รับแอปรับแอป

AI วาดรูปแทนมนุษย์ได้แค่ไหน? เข้าใจข้อดี–ข้อเสียก่อนตัดสินใจใช้

ชลธิชา บุญมา01-29

AI เข้ามาเปลี่ยนโลกงานวาดรูปแค่ไหนกันแน่

เทคโนโลยีกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเราแบบแนบสนิทไปเรียบร้อย โดยเฉพาะคำว่า AI (Artificial Intelligence) หรือปัญญาประดิษฐ์ ที่เดี๋ยวนี้ได้ยินกันทุกวัน

AI คือระบบประมวลผลที่สามารถ “คิดแทนมนุษย์” ได้ในบางมิติ เราเจอมันอยู่ตลอดเวลา ทั้งใน Google Maps, Google Search, ระบบ Smart Home ไปจนถึงระบบแนะนำสินค้าตอนช้อปปิ้งออนไลน์

ช่วงหลังมานี้ AI ไม่ได้อยู่แค่ในชีวิตประจำวัน แต่เริ่ม เข้ามาแตะอาชีพของมนุษย์ มากขึ้น หนึ่งในนั้นก็คือวงการศิลปะ โดยเฉพาะการวาดรูป จนเกิดคำถามใหญ่ตามมาว่า

การใช้ AI วาดรูปนั้น เหมาะสมจริงหรือเปล่า?

คำตอบอาจไม่ได้มีแค่ขาวหรือดำ เพราะทุกอย่างมีทั้งด้านที่เป็นประโยชน์ และด้านที่กระทบคนทำงานจริงๆ ลองมาดูแบบละเอียดกันทีละมุม

ข้อดีของการใช้ AI วาดรูป

1. ประหยัดเวลาแบบเทียบกันไม่ติด

AI สามารถ Generate ภาพหนึ่งภาพขึ้นมาจากฐานข้อมูลจำนวนมหาศาล แล้วผสมรวมกันออกมาเป็นภาพใหม่ได้ภายในเวลา ไม่กี่นาที

ลองเทียบง่ายๆ ถ้าคุณอยากวาดภาพวิวสวยๆ สักภาพ ด้วยมือตัวเองอาจใช้เวลา 4–5 ชั่วโมง แต่ถ้าใช้ AI ภาพนั้นอาจเสร็จในระดับนาทีเท่านั้น ต่างกันหลายเท่าตัวแบบชัดเจนมาก

2. ไม่มีพื้นฐานก็สร้างภาพสวยๆ ได้

ไม่ว่าคุณจะวาดรูปเป็นหรือไม่ ถ้ารู้จักใช้ AI คุณก็สามารถสร้างผลงานภาพวาดได้ทันที

  • ไม่ต้องฝึกวาดตั้งแต่เด็ก

  • ไม่ต้องเรียน Anatomy หรือ Perspective

  • แค่พิมพ์คำบรรยายภาพที่อยากได้ แล้วปล่อยให้ AI สร้างสรรค์

ผลลัพธ์คือ ใครๆ ก็กลายเป็นคนมีภาพสวยไปอวดคนอื่นได้ แม้แทบไม่ได้ลงแรงฝึกฝนทางศิลปะด้วยตัวเองเลยด้วยซ้ำ

3. ใช้เป็นเครื่องมือช่วยแตกไอเดียใหม่ๆ

ศิลปินหลายคนเจอปัญหา ไอเดียตัน หรือไม่มีแรงบันดาลใจในการสร้างงานใหม่ การใช้ AI มาช่วยจุดประกายก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ

  • ใช้ AI สร้างภาพต้นแบบขึ้นมาก่อน แล้วค่อยเอามาวาดต่อด้วยมือ

  • หรือวาดด้วยตัวเองก่อน แล้วให้ AI ช่วยปรับโทนสี เพิ่มรายละเอียด หรือลองจัดองค์ประกอบแบบใหม่

AI จึงอาจไม่ได้เป็นคู่แข่งเสมอไป แต่สามารถกลายเป็น ผู้ช่วยด้านไอเดีย ได้เช่นกัน เพียงแต่ก็ยังมีคำถามว่า ผลงานที่ผสมกันแบบนี้ ควรนับว่าเป็นงานของมนุษย์ หรือของ AI กันแน่

4. ลดค่าใช้จ่ายเมื่อต้องใช้ภาพวาด

สำหรับคนที่ไม่ได้อยู่สายศิลปะ แต่จำเป็นต้องใช้ภาพวาด เช่น

  • ภาพประกอบงานแต่ง

  • ภาพปกนิยาย

  • ภาพประกอบบทความหรือคอนเทนต์

การมี AI ก็ทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้นเยอะ ไม่ต้องเสียเงินจ้างนักวาดภาพมืออาชีพในบางกรณี

แต่อย่าลืมประเด็นสำคัญคือ ภาพที่ AI สร้างขึ้นมา มักไม่สามารถเคลมเป็นลิขสิทธิ์ของเราเองได้ และหากภาพนั้นถูกนำไปเผยแพร่สู่สาธารณะ คนอื่นก็สามารถนำไปใช้ต่อได้เช่นกัน

ตัวอย่างภาพจาก AI ที่สร้างจากคำสั่ง: A handsome guy is waiting for his girlfriend (เว็บไซต์ craiyon)

ข้อเสียของการใช้ AI วาดรูป

1. ลายเส้นศิลปินอาจถูกละเมิดโดยไม่รู้ตัว

เบื้องหลังการทำงานของ AI สายวาดรูปในปัจจุบัน ส่วนใหญ่คือการใช้ ฐานข้อมูลภาพที่มีอยู่แล้วทั่วโลก มาประมวลผลใหม่

แปลว่า เมื่อมีคนใช้ AI วาดรูป วินาทีที่ระบบไปดึงข้อมูลจากงานของศิลปินจริงๆ มาผสม นั่นอาจเข้าข่ายการละเมิดลิขสิทธิ์ลายเส้นได้ทันที เพียงแต่

  • เราไม่รู้แน่ชัดว่า AI ไปใช้สไตล์ของใคร

  • เจ้าของลายเส้นตัวจริงก็ไม่รู้ว่าผลงานตัวเองถูกเอาไปเป็นฐานข้อมูลหรือไม่

ผลคือ การฟ้องร้องเรื่องลิขสิทธิ์แทบทำได้ยากมาก เพราะพิสูจน์ไม่ได้แบบ 100% ว่างาน AI ชิ้นใดหยิบยืมอะไรจากใครมาบ้าง

2. คุณค่าของงานศิลปะอาจถูกลดทอน

ศิลปะไม่ได้มีแค่ภาพที่เสร็จแล้ว แต่มี ทักษะ เวลา แรงใจ และการฝึกฝนยาวนาน อยู่เบื้องหลังทุกเส้นที่ลงไปในภาพ

เมื่อ AI สามารถสร้างภาพที่ดูดีในเวลาไม่กี่นาที ศิลปินบางคนอาจรู้สึกว่า

  • ความพยายามที่สั่งสมมาหลายปีถูกมองข้าม

  • จิตวิญญาณของงานถูกแทนที่ด้วยภาพที่สร้างเร็วแต่ไร้ประสบการณ์เบื้องหลัง

  • เหมือนโดน “แย่งงาน” จากสิ่งที่ไม่ต้องพยายามอะไรเลย

สำหรับหลายคน นี่ไม่ใช่แค่เรื่องเทคนิค แต่เป็นเรื่องของ จิตใจและศักดิ์ศรีของผู้สร้างงานศิลปะ โดยตรง

3. ทักษะการวาดด้วยตัวเองอาจไม่พัฒนา

สำหรับคนที่เดิมทีวาดรูปอยู่แล้ว แต่พอเจอ AI แล้วเผลอพึ่งพามันมากเกินไป เช่น

  • ใช้ AI แทบทุกขั้นตอนในการสร้างงาน

  • วาดเองน้อยลงเรื่อยๆ จนแทบไม่ได้ฝึกมือ

ระยะยาวอาจทำให้ ทักษะการวาดภาพด้วยตัวเองหยุดพัฒนา หรือแย่ลง เพราะไม่ได้ฝึกฝนอย่างต่อเนื่องเหมือนเดิม

4. ภาพจาก AI ยังเคลมลิขสิทธิ์เป็นของตัวเองไม่ได้

แม้คำสั่ง (Prompt) จะเป็นของเรา แต่ภาพที่ AI Generate ส่วนใหญ่ยังถือว่าเป็นผลรวมจาก ฐานข้อมูลจำนวนมหาศาลของผู้อื่น ไม่ใช่ผลงานที่เกิดจากตัวเราเพียงลำพัง

ดังนั้นในบริบทปัจจุบัน

  • ไม่สามารถจดลิขสิทธิ์ภาพที่ AI สร้าง เป็นของเราโดยสมบูรณ์ได้

  • เมื่อเผยแพร่ภาพออกสู่สาธารณะ และคนรู้ว่าเป็นภาพจาก AI คนอื่นก็สามารถนำภาพนั้นไปใช้ต่อได้โดยยากจะห้ามได้เต็มร้อย

5. ความแม่นยำของ AI ยังไม่ได้ 100%

แม้ภาพจาก AI หลายชิ้นจะดูสวยจนแทบแยกไม่ออกว่าไม่ใช่มนุษย์วาด แต่ถ้าซูมดูรายละเอียดดีๆ จะเห็นข้อผิดพลาดอยู่ไม่น้อย เช่น

  • ภาพคนที่นิ้วเกินบ้าง ขาดบ้าง

  • สัดส่วนร่างกายผิดเพี้ยนอย่างแปลกๆ

  • พื้นหลังที่ดูเลอะเทอะ หรือมีส่วนเกินจากการ Generate แบบไม่สมบูรณ์

พูดให้สั้นคือ ดูเผินๆ อาจสวย แต่ในเชิงดีเทลยังมีจุดสะดุดอยู่เยอะ

แล้วสุดท้าย ใช้ AI วาดรูป “เหมาะสม” หรือเปล่า?

ผู้ที่หลงใหลในการวาดรูป และคุ้นชินกับการใช้มือตัวเองลงรายละเอียดในทุกผลงาน มักจะรู้สึกไม่ค่อยคล้อยตามการใช้ AI วาดภาพเต็มตัวนัก

หากมองในมุมจริยธรรมและลิขสิทธิ์ การใช้ AI วาดรูปในวันนี้ยังเป็นพื้นที่สีเทา

  • กฎหมายลิขสิทธิ์เกี่ยวกับงานจาก AI ยังไม่ชัดเจนในหลายประเทศ

  • มีคนใช้ AI เพื่อหารายได้จริงอยู่ แต่แต่ละเคสก็ต้องแยกกันดูเป็นกรณีไป

  • ในการประกวดงานศิลปะ หลายเวทีก็มีกติกาชัดเจนว่าห้ามใช้ AI หรืออนุญาตให้ใช้ได้เพียงบางส่วนเท่านั้น ซึ่งเราจำเป็นต้องเคารพกฎของแต่ละที่

ดังนั้นคำว่าควรหรือไม่ควร จึงไม่ได้อยู่แค่ตัวเครื่องมือ แต่อยู่ที่ วิธีใช้ และความรับผิดชอบของคนใช้ มากกว่า

อนาคตของ AI สายศิลปะจะไปทางไหน?

ไม่มีใครตอบได้แน่ชัดว่า อีกไม่กี่ปีข้างหน้า AI จะไปไกลแค่ไหน โดยเฉพาะถ้าวันหนึ่งมี AI ที่สามารถ

  • สร้างผลงานใหม่จากศักยภาพของตัวมันเองจริงๆ

  • ไม่ต้องอาศัยฐานข้อมูลจากมนุษย์เหมือนทุกวันนี้

หากถึงจุดนั้นเมื่อไร สังคมอาจ ยอมรับงานจาก AI ในฐานะรูปแบบศิลปะแบบหนึ่ง มากขึ้น และอาจต้องมีกติกาใหม่ๆ ตามมาอีกชุดใหญ่

ระหว่างนี้สิ่งที่มนุษย์อย่างเราทำได้ คือ

  • ติดตามความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีให้ทัน

  • รู้ข้อดีข้อเสียของเครื่องมือที่ใช้

  • และไม่ลืมคุณค่าของการสร้างสรรค์จากมือและหัวใจของตัวเอง

ภาพชุดนี้เป็นตัวอย่างผลงานที่ Generate โดย AI ซึ่งสะท้อนให้เห็นทั้งพลังและข้อจำกัดของเทคโนโลยีในเวลาเดียวกัน