รับแอปรับแอป

พุ่งตัวสู่ภูเก็ตในมิติใหม่: เมื่อทั้งเกาะกลายเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะกลางทะเล

กฤษฎา บุญช่วย01-30

ภูเก็ตในวันที่กลายเป็นเมืองศิลปะ

ภูเก็ตไม่ได้เป็นแค่จุดหมายปลายทางของคนรักทะเลอีกต่อไป แต่กำลังถูกปลุกให้ลุกขึ้นมาในฐานะ “เมืองศิลปะระดับโลก” ผ่านเทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ “Thailand Biennale, Phuket 2025” ที่ประกาศเปิดฉากอย่างเป็นทางการ ณ บริเวณสะพานหิน

งานครั้งนี้คือการพลิกโฉมภูเก็ตจากเมืองท่องเที่ยวชื่อดัง สู่ หมุดหมายศิลปะของเอเชีย (World Class Art Destination) ด้วยผลงานจากศิลปินกว่า 65 คน จาก 25 ประเทศทั่วโลก ภายใต้แนวคิดใหญ่ที่ชวนตั้งคำถามลึกไปถึงแก่นของชีวิตและโลกใบนี้

เทศกาลจัดต่อเนื่องยาวไปถึงวันที่ 30 เมษายน 2569 ใครที่กำลังหาจังหวะไปภูเก็ต บอกเลยว่าช่วงนี้คือเวลาที่ใช่ที่สุด

Thailand Biennale คืออะไร ทำไมทั้งโลกจับตามอง

Thailand Biennale เป็นมหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติที่จัดขึ้นทุกสองปี ภายใต้การขับเคลื่อนของสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม จุดประสงค์ไม่ใช่แค่จัดนิทรรศการ แต่คือการผลักดัน ศิลปะไทยให้ยืนอย่างสง่างามบนเวทีโลก

สำหรับปี 2025 นี้ การเลือกภูเก็ตเป็นเจ้าภาพ คือการเอาเสน่ห์ของเมืองท่องเที่ยวระดับโลก มาผสานกับพลังสร้างสรรค์ของศิลปะ เพื่อสร้างประสบการณ์ทางวัฒนธรรมที่ทั้งใหญ่ แรง และต่างจากทุกครั้งที่ผ่านมา

ศิลปะไม่ใช่ของไกลตัว แต่ถูกจับมาวางลงบนเมืองที่เราเดินเที่ยวจริง หายใจจริง และใช้ชีวิตอยู่จริง

ไขรหัส “นิรันดร์ [กัลป์]” เมื่อกาลเวลากลายเป็นงานศิลป์

แกนกลางทางความคิดของ Thailand Biennale, Phuket 2025 คือแนวคิด “นิรันดร์ [กัลป์]” (Eternal [Kalpa]) ที่หยิบยืมรากความคิดจากคติพราหมณ์โบราณ ว่าด้วยห้วงเวลาที่ยาวนานเกินจะนับได้

  • มันคือวัฏจักรของการ ก่อเกิด–ทำลาย–เริ่มต้นใหม่

  • เหมือนดวงอาทิตย์ที่ตกที่แหลมพรหมเทพซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ทุกวันก็ยังทำให้เราหยุดมอง

ศิลปะในธีมนี้ไม่ได้มาแค่ให้ถ่ายรูปสวย ๆ แต่ตั้งใจชวนผู้ชมตั้งคำถามกับประเด็นใหญ่ระดับโลก ทั้งสิ่งแวดล้อม วิกฤตสังคม และภาวะ “Polycrisis” ที่ทุกอย่างถาโถมซ้อนทับกันไปมา

คำถามคือ… เราจะอยู่รอดร่วมกันได้อย่างไร ในโลกที่กำลังเปลี่ยนเร็วกว่าที่เราทันปรับตัว?

คำตอบที่งานนี้เสนอ ไม่ได้อยู่ที่ตัวหนังสือ แต่อยู่ในประสบการณ์ตรงที่ผู้ชมจะได้รู้สึกผ่านงานศิลปะที่

  • เชื่อมโยงมนุษย์กับธรรมชาติ

  • พูดถึงการเคารพโลกใบนี้

  • ชวนให้เรา “แบ่งปันเวลาให้กันด้วยความเมตตา”

ทั้งหมดนี้คือส่วนหนึ่งของกุญแจที่จะพาเราไปสู่อนาคตที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง โดยมีศิลปะเป็นสื่อกลางสำคัญ

65 ศิลปินจาก 25 ประเทศ: เมื่อภูเก็ตกลายเป็นเวทีของโลก

เพื่อให้สมระดับงานศิลปะนานาชาติ ทีมจัดงานได้ดึงศิลปินกว่า 65 คนจาก 25 ประเทศทั่วโลก มาร่วมสร้างสรรค์ผลงานในบริบทเดียวกัน แต่ตีความแตกต่างตามประสบการณ์และมุมมองของแต่ละคน

เบื้องหลังความเข้มข้นของงานครั้งนี้ คือทีมภัณฑารักษ์นานาชาติ 4 ท่าน ที่คอยร่วมกันวางทิศทาง ได้แก่

  • อริญชย์ รุ่งแจ้ง ศิลปินร่วมสมัยเจ้าของรางวัลศิลปาธร สาขาทัศนศิลป์

  • เดวิด เทห์ ภัณฑารักษ์ที่มีประสบการณ์ในเวทีเบียนนาเล่ทั้งยุโรปและเอเชีย

  • มาริสา พันธรักษ์ราชเดช

  • เฮร่า ชาน ผู้เชี่ยวชาญด้านนิทรรศการศิลปะร่วมสมัย

รูปแบบงานศิลปะที่จัดแสดงมีตั้งแต่

  • งานจัดวางขนาดใหญ่ (Installation Art)

  • ประติมากรรม (Sculpture)

  • ศิลปะการแสดง (Performance Art)

  • สื่อผสม (Mixed Media)

สิ่งที่น่าสนใจคือ งานทั้งหมดไม่ได้ถูกนำมา “ตั้งโชว์” ให้มองผ่าน ๆ แต่ถูกออกแบบให้กลายเป็น บทสนทนาข้ามวัฒนธรรม เชื่อมเรื่องราวท้องถิ่นภูเก็ตกับประเด็นร่วมของผู้คนทั้งโลก

ศิลปะจึงไม่ใช่แค่ภาพสวย แต่เป็น “ภาษา” ที่สะท้อนความรู้สึกและความเป็นมนุษย์ของพวกเราทุกคน

จากเมืองท่องเที่ยว สู่ห้องเรียนศิลปะกลางแจ้งทั้งเกาะ

ภูเก็ตในฐานะเจ้าภาพไม่ได้ถูกใช้เพียงเป็นโลเคชั่น แต่ถูกมองเป็น ตัวละครหลัก ของงานนี้ด้วย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ได้พูดถึงการเลือกภูเก็ตไว้อย่างน่าสนใจว่า เมืองนี้คือพื้นที่ของ “การฟื้นคืน” (Resilience) ที่ผ่านทั้งภัยธรรมชาติและโรคระบาดมาแล้วไม่ใช่น้อย จึงสอดคล้องกับแก่นของงานที่พูดถึงวัฏจักรชีวิตอย่างชัดเจน

จุดเด่นอีกอย่างคือการใช้รูปแบบงานศิลปะแบบ Site-specific หรือศิลปะที่ออกแบบมาให้สัมพันธ์กับพื้นที่จริง ไม่ใช่แค่ยกงานเข้าไปใส่ในห้องสี่เหลี่ยมแล้วจบ

งานศิลปะจึงกระจายตัวไปอยู่ตาม 20 แลนด์มาร์กทั่วเกาะ เช่น

  • ย่านเมืองเก่าภูเก็ตกับสถาปัตยกรรมชิโนโปรตุกีส

  • สะพานหิน

  • เมืองกะทู้

  • แหลมพรหมเทพ และจุดอื่น ๆ ริมทะเล หาดทราย และโขดหิน

ทั้งหมดนี้ทำให้ผู้ชมไม่ได้แค่ “ดูงานศิลปะ” แต่กำลังเดินอยู่ในพื้นที่ที่งานศิลปะ “สนทนา” กับเมือง กับผู้คน กับธรรมชาติ ไปพร้อมกัน

ภูเก็ตจึงไม่ได้เป็นเพียงที่เที่ยว แต่กลายเป็นห้องเรียนวัฒนธรรมกลางแจ้งที่ทุกก้าวที่เดินคือประสบการณ์ใหม่

เทศกาลที่ยาว 5 เดือน แต่พลาดแล้วรออีกทีคืออีกกี่ปีไม่รู้

งานนี้ไม่ใช่แค่นิทรรศการเดินดูแล้วจบ แต่คือโอกาสได้สัมผัส มาสเตอร์พีซจากศิลปินระดับโลกกว่า 65 คน ในบรรยากาศที่คุณแทบหาไม่ได้จากที่ไหนอีก

ตลอดระยะเวลากว่า 5 เดือน ตั้งแต่ 29 พฤศจิกายน 2568 – 30 เมษายน 2569 ผู้ชมจะได้พบกับกิจกรรมหลากหลายที่จัดแน่นไปทั้งเทศกาล ไม่ว่าจะเป็น

  • เวทีเสวนาว่าด้วยศิลปะ สังคม และโลกปัจจุบัน

  • เวิร์กช็อปสำหรับคนที่อยากลอง “ลงมือทำ” ศิลปะด้วยตัวเอง

  • โปรแกรมการเรียนรู้ที่จะทำให้มุมมองต่อศิลปะของคุณไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

นี่คือประสบการณ์แบบ “ครั้งหนึ่งในชีวิต” สำหรับคนรักศิลปะและการเดินทาง

ถ้าคุณรักศิลปะและรักการเดินทาง ที่นี่คือหมุดหมายเดียวที่ต้องมา

อย่าปล่อยให้ช่วงเวลานี้ผ่านไปเฉย ๆ ถ้าคุณคือคนที่

  • อินกับศิลปะร่วมสมัย

  • รักการเดินทางและการสำรวจเมืองในมุมมองใหม่

  • ไม่อยากตกขบวนเทรนด์ศิลปะระดับโลก

Thailand Biennale, Phuket 2025 คือจุดหมายที่คุณควรจองตั๋วไปให้ได้สักครั้งในช่วงจัดงานนี้

เพราะคุณไม่ได้แค่ไปเที่ยวทะเล แต่กำลังไปสำรวจคำถามสำคัญของชีวิตและโลก ผ่านภาษาที่ชื่อว่า “ศิลปะ”

สรุปข้อมูลสำคัญที่ต้องรู้ก่อนแพ็กกระเป๋า

  • ระยะเวลาจัดแสดง: 29 พฤศจิกายน 2568 – 30 เมษายน 2569

  • พื้นที่จัดงาน: กระจายตัวกว่า 20 จุดทั่วเกาะภูเก็ต

    • ย่านเมืองเก่าภูเก็ต

    • สะพานหิน

    • เมืองกะทู้

    • แหลมพรหมเทพ

    • และแลนด์มาร์กสำคัญอื่น ๆ ทั่วเกาะ

ถ้าคุณกำลังมองหาทริปที่ได้ทั้งรูปสวย อาหารดี วิวโหด และประสบการณ์ทางศิลปะที่เขย่าความคิดไปพร้อมกัน ภูเก็ตในช่วง Thailand Biennale 2025 คือคำตอบที่ไม่ควรเลื่อนออกไปก่อนเด็ดขาด

บางทีการเดินดูงานศิลปะครั้งนี้… อาจเปลี่ยนวิธีที่คุณมองโลกไปตลอดก็ได้