ภาพใหญ่: เมื่อรถไม่ได้เป็นแค่รถ แต่เป็นส่วนหนึ่งของบ้านอัจฉริยะ
BYD Automotive กำลังก้าวอีกขั้นจากแค่การทำรถไฟฟ้า ให้กลายเป็นผู้เล่นสำคัญในโลก IoT และบ้านอัจฉริยะ โดยยื่นเรื่องขอเข้าร่วมและเป็นหนึ่งในคณะบริหารของกลุ่มพันธมิตร Global Intelligent Internet of Things Alliance (GIIC) ตั้งแต่วันที่ 17 ธันวาคม 2025
การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ใช่แค่การจับมือกับ Huawei แบบผิวเผิน แต่คือการพยายามเชื่อม รถ บ้าน และไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้ ให้ลื่นไหลเป็นหนึ่งเดียวผ่านระบบ HarmonyOS
GIIC คือใคร? ทำไม BYD ถึงอยากเข้าร่วม
GIIC เป็นพันธมิตรด้านอุตสาหกรรมระดับนานาชาติ ก่อตั้งขึ้นเมื่อเดือนมิถุนายน 2024 เพื่อผลักดันการใช้งาน IoT บนระบบนิเวศของ HarmonyOS ให้ไปไกลกว่าการเป็นระบบปฏิบัติการในอุปกรณ์ชิ้นเดียว
ปัจจุบันมีองค์กรเข้าร่วมแล้วมากกว่า 350 ราย ครอบคลุมทั้งบริษัทเทคโนโลยีและสถาบันวิจัยรายใหญ่ เช่น
Huawei
Haier
China Mobile
สถาบันเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารแห่งประเทศจีน (China Academy of Information and Communications Technology)
การที่ BYD ขอเข้าร่วมพร้อมเล็งตำแหน่งระดับบริหาร แสดงให้เห็นชัดว่า เป้าหมายไม่ได้หยุดที่การทำรถไฟฟ้า แต่คือการเข้าไปอยู่กลางระบบนิเวศ IoT ที่เชื่อมโยงชีวิตผู้ใช้ทั้งวงจร
วิสัยทัศน์: คน-รถ-บ้าน เชื่อมถึงกันแบบไร้รอยต่อ
เป้าหมายหลักของ GIIC คือการสร้าง โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่มีมาตรฐานเดียวกัน สำหรับอุปกรณ์ IoT และผลักดันระบบนิเวศ HarmonyOS ในระดับอุตสาหกรรม
การเข้าร่วมของ BYD จึงเน้นการนำ ประสบการณ์ด้านเทคโนโลยียานยนต์อัจฉริยะ ไปผสานกับทรัพยากรและมาตรฐานที่ GIIC วางโครงเอาไว้
ทั้งสองฝ่ายมีแผนร่วมกันเป็นผู้นำในการตั้งมาตรฐานด้านการเชื่อมต่อที่ครอบคลุมทั้ง
คน: ผู้ใช้งานเป็นศูนย์กลาง
รถ: ยานยนต์อัจฉริยะที่เชื่อมต่อกับทุกอย่างรอบตัว
บ้าน: สมาร์ทโฮมที่ตอบสนองการใช้ชีวิตแบบเรียลไทม์
HarmonyOS เป็นตัวกลางเชื่อมทุกอุปกรณ์
หัวใจของความร่วมมือคือการสร้างมาตรฐานร่วมกันสำหรับการเชื่อมต่อและส่งข้อมูลระหว่าง
ระบบ HarmonyOS ในรถยนต์
อุปกรณ์สมาร์ทโฮมภายในบ้าน
เป้าหมายคือ ลดความยุ่งยากจากระบบที่คุยกันไม่รู้เรื่อง เช่น โปรโตคอลต่างกัน แพลตฟอร์มไม่รองรับกัน ทำให้ผู้ใช้ต้องมานั่งงงว่าทำไมอุปกรณ์ก็ “สมาร์ท” เหมือนกัน แต่กลับทำงานร่วมกันไม่ได้
ใช้จริงแล้วชีวิตจะเปลี่ยนยังไง?
จุดที่น่าสนใจคือ BYD และพันธมิตรไม่ได้โฟกัสแค่รถกับบ้าน แต่ยังรวมถึง อุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะ ด้วย เพื่อให้ประสบการณ์ใช้งานลื่นไหลไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน
ลองนึกภาพการใช้งานแบบนี้:
อยู่บนรถแล้วใช้คำสั่งเสียงจากระบบ HarmonyOS ในรถ
สั่งเปิดแอร์ที่บ้านล่วงหน้า
เปิดไฟทางเดินหน้าบ้าน
เปิดเครื่องทำน้ำอุ่นให้พร้อมก่อนถึงบ้าน
อยู่ในบ้านแล้วสั่งงานจากแผงควบคุมสมาร์ทโฮม
สั่งอุ่นเครื่องรถยนต์ก่อนออกเดินทาง
ตั้งปลายทางระบบนำทางในรถล่วงหน้า
เช็กสถานะแบตเตอรี่รถได้จากในบ้าน
ใส่อุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะ เช่น สมาร์ตวอทช์ที่รองรับ HarmonyOS
รับการแจ้งเตือนเกี่ยวกับรถ
ควบคุมฟังก์ชันบางอย่างทั้งของรถและบ้านได้จากข้อมือ
จากเดิมที่แต่ละอุปกรณ์อยู่กันคนละโลก เป้าหมายใหม่คือให้ทุกอย่างคุยกันได้เหมือนอยู่ในจักรวาลเดียวกัน
ความปลอดภัย: ไม่ได้มีดีแค่สะดวก แต่ต้องอุ่นใจด้วย
เมื่อทุกอย่างเชื่อมถึงกันได้ ความปลอดภัยก็เป็นอีกประเด็นที่ BYD และ GIIC ให้ความสำคัญไม่แพ้กัน
แนวทางคือเชื่อมต่อ
ระบบรักษาความปลอดภัยภายในบ้าน
ระบบตรวจสอบสถานะต่าง ๆ ของรถยนต์
เข้าด้วยกัน เพื่อสร้าง เครือข่ายการป้องกันแบบต่อเนื่อง ครอบคลุมทั้งตัวรถและพื้นที่ในบ้าน เช่น
การแจ้งเตือนผิดปกติจากรถสามารถสะท้อนไปยังระบบในบ้านได้ทันที
เหตุการณ์ผิดปกติรอบบ้านอาจเชื่อมโยงการแจ้งเตือนไปยังระบบในรถหรืออุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะของผู้ใช้
โครงการนำร่อง: ให้คนได้ลองใช้ก่อนตัดสินใจ
ในระยะต่อไป BYD และ GIIC มีแผนสำรวจ โครงการนำร่อง (Pilot Projects) เพื่อสร้างพื้นที่ทดลองใช้ชีวิตแบบ “คน-รถ-บ้าน” อย่างครบวงจร
ไอเดียคือ ผู้บริโภคจะไม่ต้องจินตนาการเอาเอง แต่จะได้ลองสัมผัสกับระบบที่เชื่อมต่อกันจริง ๆ เมื่อ
เลือกซื้อรถยนต์รุ่นใหม่
เลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์สมาร์ทโฮม
เมื่อทุกอย่างอยู่ในระบบเดียวกัน จะเห็นภาพชัดว่า การเชื่อมต่อข้ามอุปกรณ์ สามารถเปลี่ยนประสบการณ์ชีวิตประจำวันไปขนาดไหน
บทสรุป: ก้าวสำคัญสู่ยุคชีวิตอัจฉริยะครบวงจร
การสมัครเข้าร่วม GIIC ของ BYD ไม่ใช่แค่การติดตราว่าเป็นสมาชิกองค์กรระดับนานาชาติ แต่คือ การวางหมากระยะยาวเพื่อสร้างมาตรฐานการเชื่อมต่ออัจฉริยะระหว่างรถยนต์และบ้าน ภายใต้ระบบนิเวศ HarmonyOS
สำหรับสายอุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะและสมาร์ทไลฟ์สไตล์ นี่คือสัญญาณชัดเจนว่า อนาคตอันใกล้ นาฬิกา สมาร์ทโฟน รถ และบ้านของคุณ อาจจะไม่ใช่แค่เชื่อมต่อกันได้ แต่เข้าใจการใช้ชีวิตของคุณได้มากขึ้นเรื่อย ๆ

