รับแอปรับแอป

จินยอง GOT7 พลิกโฉมเป็นวายร้ายหล่ออันตราย จุดเดือดใหม่ใน HI-FIVE

สุพจน์ วัฒนชัย01-30

จินยอง GOT7 กับการแสดงด้านมืดครั้งแรก

การเปิดตัวคาแรกเตอร์ใหม่ของ พัค จินยอง หรือ จินยอง GOT7 ทำเอาโลกโซเชียลสะเทือน เพราะนี่คือการรับบทร้ายเต็มตัวครั้งแรกของเขาในจอภาพยนตร์

จากไอดอลสุดอบอุ่น สู่การฉายด้านดาร์กที่ทั้งหล่อ อันตราย และยากคาดเดา ทำให้แฟน ๆ ต่างจับตามองการแสดงครั้งนี้เป็นพิเศษ

ก่อนหน้านี้เขาเคยพิสูจน์ฝีมือมาแล้วทั้งในสายเพลงและงานแสดง ผ่านซีรีส์และภาพยนตร์ดังมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Dream High 2, Yumi’s Cells Season 2, The Legend Of The Blue Sea, Reborn Rich รวมถึงผลงานล่าสุดอย่าง The Witch (สวยต้องสาป) ที่เสียงตอบรับก็โดดเด่นไม่แพ้กัน

จากรางวัลนักแสดงหน้าใหม่สู่บทวายร้ายสุดเข้มข้น

จินยองไม่ได้มีดีแค่ความนิยม แต่ยังได้รับการยอมรับด้านการแสดงอย่างเป็นทางการ จากรางวัลนักแสดงหน้าใหม่ยอดเยี่ยมในเวทีใหญ่ทั้ง Baeksang Arts Awards และ Korean Association of Film Critics Awards จากภาพยนตร์ Christmas Carol (คริสต์มาสแค้น)

ในผลงานล่าสุด HI-FIVE เขาต้องเจอกับบทที่ทั้งโหดและซับซ้อนกว่าเดิม กับตัวละคร “ยองชุน” ผู้นำกลุ่มคนพลังพิเศษที่ผ่านความตายมาแล้วครั้งหนึ่ง และฟื้นคืนชีวิตพร้อมพลังสุดอันตราย

เขาได้รับการปลูกถ่ายตับอ่อน จนได้ความสามารถในการดูดซับความเยาว์วัยของผู้อื่น จากคนที่เคยหมดแรงใกล้ดับ เขากลับมาพร้อมเป้าหมายใหม่—ต้องการพลังทั้งหมดของทีม HI-FIVE เพื่อวิวัฒนาการตัวเองให้กลายเป็น “สิ่งมีชีวิตที่สมบูรณ์แบบ” และครอบครองทุกอย่าง

จินยองเล่าถึงการรับบทร้าย: สนุกจนปฏิเสธไม่ลง

จินยองเล่าถึงความรู้สึกกับบทนี้ว่า บทของยองชุน สนุกจนไม่มีเหตุผลให้ปฏิเสธ เพราะเป็นตัวละครที่เต็มไปด้วยมิติด้านอารมณ์และความคิด ซึ่งในมุมของนักแสดงแล้วถือว่าเป็นโจทย์ที่ท้าทายและน่าค้นหามาก

สำหรับการรับบทวายร้ายเต็มตัวครั้งแรก เขาให้ความสำคัญตั้งแต่รายละเอียดเล็กที่สุด ทั้งการออกแบบวิธีพูด สายตา ท่าทาง ไปจนถึงบุคลิกโดยรวมของตัวละคร

เขายังทุ่มเทกับการฝึกฝนร่างกายอย่างจริงจัง เพื่อให้ฉากต่อสู้และฉากแอ็กชันต่าง ๆ ถ่ายทอดพลังเยาว์วัยและความดิบได้สมจริงที่สุด

ด้านผู้กำกับ คังฮยองชอล ก็ออกปากชื่นชมว่า จินยองเป็นนักแสดงที่ขยันมาก เตรียมตัวอย่างหนัก และทำให้บทนี้กลายเป็นของเขาอย่างแท้จริง ทั้งพลังการแสดงและการตีความตัวละครถูกส่งออกมาอย่างยอดเยี่ยม

พล็อต HI-FIVE: เมื่อการปลูกถ่ายอวัยวะปลุกพลังเหนือธรรมชาติ

“HI-FIVE (ไฮ-ไฟว์ โคตรพลังคนอัปเกรด)” เล่าเรื่องของคนธรรมดา 5 คนที่ชีวิตเปลี่ยนไปตลอดกาลหลังการปลูกถ่ายอวัยวะสำคัญ ได้แก่

  • หัวใจ

  • กระจกตา

  • ปอด

  • ตับ

  • ไต

แทนที่พวกเขาจะได้เพียงโอกาสใหม่ในการมีชีวิต พวกเขากลับได้ พลังเหนือธรรมชาติ ติดตัวมาด้วย

สมาชิกทั้งห้าคนมีพลังแตกต่างกันอย่างชัดเจน

  • เด็กสาวที่มีพละกำลังเหนือมนุษย์

  • หนุ่มฮิปสเตอร์ที่ควบคุมคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าได้

  • นักเขียนที่ปล่อยพลังลมได้ตามใจ

  • ผู้จัดการโรงงานที่มีความสามารถในการเยียวยารักษาผู้อื่น

  • หญิงสาวลึกลับที่มีพลังไม่อาจนิยามได้ชัดเจน

จากคนธรรมดา ทั้งห้าคนรวมตัวกันกลายเป็นทีมซูเปอร์ฮีโร่ในชื่อ “HI-FIVE” ต้องเรียนรู้การใช้พลัง ความรับผิดชอบ และการทำงานเป็นทีม ท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน

เมื่อฮีโร่ต้องเจอวายร้ายที่กลืนกิน “พลังชีวิต”

ฝั่งตรงข้ามของทีม HI-FIVE คือ “ยองชุน” ตัวละครของจินยอง ผู้นำกลุ่มคนพลังพิเศษที่มีความสามารถในการดูดกลืนพลังชีวิตของผู้อื่นจากการปลูกถ่ายตับอ่อน

เขาไม่ได้ต้องการแค่รอดชีวิต แต่ต้องการสะสมพลังของทุกคนในทีม HI-FIVE เพื่อยกระดับตัวเองให้กลายเป็นผู้มีอำนาจไร้ขีดจำกัด

ความขัดแยกระหว่างฮีโร่ที่เพิ่งค้นพบพลัง กับวายร้ายที่พร้อมทำทุกอย่างเพื่อจะสมบูรณ์แบบ ทำให้เรื่องนี้เต็มไปด้วยเดิมพัน ทั้งในแง่ชีวิต มนุษยธรรม และศีลธรรม

คำถามคือพลังเหนือมนุษย์จะอยู่ในมือของใครกันแน่—ฮีโร่ที่พยายามปกป้องทุกคน หรือวายร้ายที่เชื่อว่าตัวเองคู่ควรกับความสมบูรณ์แบบเหนือสรรพสิ่ง

น่าดูยังไงในมุมคนรักหนังลึกลับ-พลังพิเศษ

สำหรับสายหนังลึกลับและเหนือธรรมชาติ HI-FIVE คือส่วนผสมที่น่าสนใจระหว่างซูเปอร์ฮีโร่ พลังพิเศษ และด้านมืดของมนุษย์

  • มีทั้งปมปริศนาว่าพลังเหล่านี้มาจากไหน และมีผลกับจิตใจคนยังไง

  • ตัวละครแต่ละคนมีพื้นหลังและความขัดแย้งในตัวเอง ไม่ใช่แค่ “คนดีมีพลัง” หรือ “คนเลวมีอำนาจ” แบบแบนราบ

  • บทของยองชุนเพิ่มมิติความลึกลับและความน่ากลัว เพราะเขาไม่ได้เป็นแค่วายร้ายที่ใช้กำลัง แต่คือคนที่ผ่านความตายมาแล้ว และเชื่อสุดใจว่าตัวเองคู่ควรกับการครอบครองทุกอย่าง

สำหรับแฟน ๆ จินยอง นี่คือโอกาสได้เห็นเขาในโหมดใหม่ที่โหด ดิบ และซับซ้อนกว่าเดิม ขณะเดียวกันก็ยังคงเสน่ห์ที่ทำให้คนดูหยุดมองไม่ได้

ใครที่ชอบหนังพลังพิเศษผสานความลึกลับ ดราม่า และการปะทะกันของอุดมการณ์ ระหว่างฮีโร่กับวายร้ายที่มีเหตุผลของตัวเอง เรื่องนี้ไม่ควรมองข้าม