LYO จากแบรนด์ดูแลผมสู่หุ้นใหม่ที่ทุกคนจับตามอง
LYO แบรนด์ดูแลเส้นผมที่หลายคนคุ้นหน้าเพราะมี คุณหนุ่ม กรรชัย เป็นพรีเซ็นเตอร์ กำลังจะก้าวอีกขั้นด้วยการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai ภายใต้บริษัท 88 (ไทยแลนด์) จำกัด หรือ 88TH
สินค้าหลักของ LYO โฟกัสปัญหาเฉพาะทางด้านเส้นผมแบบตรงจุด ไม่ว่าจะเป็น ผมร่วง ผมบาง หรือปัญหาผมขาว ทำให้แบรนด์มีภาพจำและกลุ่มลูกค้าที่ชัดเจนมาก
โมเดลธุรกิจ: จากเครื่องสำอางสู่ฮีโร่โปรดักต์ดูแลเส้นผม
จุดเริ่มต้นของ 88TH
บริษัท 88TH เริ่มธุรกิจตั้งแต่ปี 2558 ในสายสุขภาพและความงาม แต่จุดพลิกเกมจริง ๆ มาถึงในปี 2563 เมื่อเปิดตัวแบรนด์ LYO ที่เน้นเฉพาะการดูแลเส้นผมและหนังศีรษะ
การดึงคุณหนุ่ม กรรชัย เข้ามาเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ ไม่ได้เป็นแค่หน้าตาแบรนด์ แต่ช่วยดันทั้ง การรับรู้ ความน่าเชื่อถือ และภาพลักษณ์ ให้ LYO กลายเป็นแบรนด์ที่คนจดจำได้ในทันที
3 กลุ่มผลิตภัณฑ์หลักของบริษัท
88TH ไม่ได้มีแค่ LYO แต่จัดพอร์ตสินค้าออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ๆ ดังนี้
ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและหนังศีรษะ (LYO)
กลุ่มสินค้าลดผมร่วง ปิดผมขาว และผลิตภัณฑ์สมุนไพรดูแลเส้นผม ถือว่าเป็นตัวหลักที่ทำให้บริษัทเติบโตแบบก้าวกระโดดผลิตภัณฑ์ดูแลผิว (Hone)
โฟกัสที่เซรั่มและครีมกันแดด ใช้สารสกัดจากธรรมชาติส่งตรงจากเกาหลี จับตลาดสกินแคร์สายเกาหลีที่คนไทยชอบอยู่แล้วเครื่องสำอาง (ver.88)
มีทั้งบลัชออน ลิปสติก และอายไลเนอร์ เจาะกลุ่มลูกค้าที่ชอบเมกอัปในราคาที่เอื้อมถึงได้
ช่องทางการขาย: ปูพรมทั้งออฟไลน์และออนไลน์
เพื่อให้สินค้าเข้าถึงลูกค้ามากที่สุด บริษัทกระจายการขายผ่านหลายช่องทาง
ตัวแทนจำหน่าย
ช่วยดันสินค้าให้กระจายไปได้ทั่วประเทศ เข้าถึงลูกค้าในหลายพื้นที่แบบรวดเร็วร้านค้าปลีกและ Home Shopping
เสริมการมองเห็นแบรนด์ให้มากขึ้น เหมาะกับกลุ่มลูกค้าที่ชอบการแนะนำสินค้าแบบละเอียดช่องทางออนไลน์
จำหน่ายผ่านแพลตฟอร์มยอดนิยมอย่าง Shopee, Lazada, TikTok และช่องทางออนไลน์อื่น ๆ ทำให้ปิดการขายได้ง่ายในยุคที่คนช้อปผ่านมือถือเป็นหลัก
ทำไม LYO ถึงถูกมองว่าเป็นฮีโร่ของบริษัท?
จุดเด่นชัด ๆ คือ รายได้กว่า 90% ของบริษัท มาจากแบรนด์ LYO โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ ลดผมร่วง และ แชมพูปิดผมขาว ที่กลายเป็นสินค้าหลักในใจผู้บริโภค
การมี Celebrity อย่างคุณหนุ่ม กรรชัย มาช่วยโปรโมต ไม่ได้เพิ่มแค่ยอดขาย แต่ยังช่วยสร้าง ความเชื่อมั่น ให้ลูกค้ากล้าลองมากขึ้น ซึ่งในตลาดผลิตภัณฑ์แก้ปัญหาผมร่วง ความน่าเชื่อถือคือหัวใจสำคัญ
ภาพรวมผลประกอบการ: โตต่อเนื่องหลายปี
บริษัท 88TH แสดงให้เห็นการเติบโตอย่างสม่ำเสมอในช่วงที่ผ่านมา
ปี 2565
รายได้ 268.8 ล้านบาท | กำไร 13.2 ล้านบาทปี 2566
รายได้ 369.1 ล้านบาท | กำไร 25.9 ล้านบาท9 เดือนแรก ปี 2567
รายได้ 343.1 ล้านบาท | กำไร 32.5 ล้านบาท
จะเห็นได้ว่า ทั้งรายได้และกำไรมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง สะท้อนว่าฮีโร่โปรดักต์อย่าง LYO ยังไปต่อได้ดี
สัดส่วนรายได้: LYO ครองเวทีกลาง
เมื่อเจาะไปดูโครงสร้างรายได้ปี 2566 จะเห็นภาพชัดยิ่งขึ้นว่าบริษัทพึ่งพา LYO มากแค่ไหน
42.8% มาจากแชมพูปิดผมขาว (LYO)
38.7% มาจากผลิตภัณฑ์ลดผมร่วง (LYO)
6.2% มาจากผลิตภัณฑ์ดูแลผิว (Hone)
2.5% มาจากเครื่องสำอาง (ver.88)
พูดง่าย ๆ คือ รายได้หลักแทบทั้งหมดถูกขับเคลื่อนด้วยแบรนด์ LYO ในขณะที่ Hone และ ver.88 ยังอยู่ในช่วงที่มีโอกาสขยายตัวเพิ่มในอนาคต
มุมมองนักลงทุน: ก่อนตัดสินใจกดซื้อหุ้น LYO
ก่อนจะมองว่า LYO เป็นหุ้นที่อยากเก็บเข้าพอร์ตหรือไม่ คำถามสำคัญที่นักลงทุนควรถามตัวเองคือ
LYO จะต่อยอดความสำเร็จจากฮีโร่โปรดักต์ได้อย่างไร?
เมื่อรายได้หลักกระจุกอยู่ในสินค้าเพียงไม่กี่ตัว หากตลาดเริ่มอิ่มตัวหรือคู่แข่งเพิ่มขึ้น บริษัทมีวิธีต่อยอดหรือแตกไลน์สินค้าอย่างไรบ้างผลิตภัณฑ์อื่นในเครือจะเติบโตได้แค่ไหน?
การขยายตลาดไปยังกลุ่ม Skincare และ Cosmetics อย่าง Hone และ ver.88 จะช่วยเพิ่มสัดส่วนรายได้ให้สมดุลขึ้นได้หรือไม่
สรุปชวนคิด: หุ้นผมร่วงที่อาจทำให้พอร์ตคุณไม่ร่วงตาม
LYO เป็นเคสที่น่าสนใจ เพราะมีทั้ง แบรนด์ชัด ฮีโร่โปรดักต์เด่น ตัวเลขเติบโตต่อเนื่อง และการใช้ Celebrity ช่วยดันแบรนด์
แต่ในมุมของนักลงทุน การบ้านสำคัญคือการประเมินว่าอนาคตของ LYO จะยังเติบโตได้อีกแค่ไหน และบริษัทจะลดการพึ่งพาสินค้าบางตัวได้หรือไม่
สุดท้ายแล้ว LYO จะเป็นหุ้นดังที่เหมาะจะเข้าพอร์ต หรือเป็นเพียงกระแสช่วงเข้าตลาด ก็อยู่ที่มุมมองและการตัดสินใจของแต่ละคน

