เริ่มต้นทำเล็บเจลที่บ้าน แบบไม่ง้อเครื่องอบ
การทำเล็บเจลเองที่บ้านกำลังมาแรงสุดๆ เพราะช่วยทั้งประหยัดเวลา ไม่ต้องรอคิวร้าน และยังเซฟค่าใช้จ่ายระยะยาว หลายคนกลัวว่าทำเจลแบบไม่ใช้เครื่องอบจะไม่ทน หลุดง่าย หรือสีไม่สวยเท่าร้าน
ความจริงแล้ว ถ้าเตรียมเล็บดี เลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะ และลงเจลอย่างถูกขั้นตอน เล็บเจลแบบไม่ต้องอบก็สามารถสวย เงา และติดแน่นได้ใกล้เคียงงานร้านเลยทีเดียว
สิ่งที่ห้ามมองข้ามคือการเตรียมหน้าเล็บ การทำความสะอาด ตัดแต่ง และขัดผิวเล็บเบาๆ ช่วยให้เจลเกาะได้ดีขึ้นมาก รวมถึงการเลือก Base Gel และ Top Gel แบบไม่ต้องอบคุณภาพดี ก็ยิ่งช่วยให้เล็บของคุณอยู่ทรงสวยนาน
1. เตรียมอุปกรณ์และหน้าเล็บให้พร้อมก่อนเริ่ม
ก่อนจะลงมือทำเล็บเจลเองที่บ้าน ขั้นตอนเตรียมตัวสำคัญกว่าที่คิด เพราะเป็นพื้นฐานของเล็บที่เรียบเนียนและติดทนนาน ใครอยากได้ฟีลเล็บทำจากร้าน ต้องเริ่มจากตรงนี้เลย
อุปกรณ์พื้นฐานที่ควรมี ได้แก่:
ไม้กวนเล็บหรือดันหนัง
กรรไกรตัดเล็บหรือตะไบเล็บ
แปรงทาเจล
เล็บปลอมหรือตัวช่วยเสริม ถ้าเล็บจริงค่อนข้างบาง
Base Gel แบบไม่ต้องอบ
ถ้าเล็บของคุณเปราะหรือแตกง่าย การใช้ Base Gel แบบไม่ต้องอบที่ช่วยรองพื้นและเสริมความแข็งแรง จะช่วยให้เล็บทนต่อการใช้งานในชีวิตประจำวันมากขึ้น
เมื่อเตรียมอุปกรณ์แล้ว อย่าลืมเตรียมหน้าเล็บให้ดีด้วย:
ตัดเล็บให้ได้ทรงที่ต้องการ
ขัดผิวเล็บเบาๆ เพื่อลดความมันและเพิ่มการยึดเกาะ
เช็ดเล็บให้สะอาดเพื่อลดฝุ่นและคราบมัน
เคล็ดลับเตรียมอุปกรณ์และเล็บ:
เลือก Base Gel แบบไม่ต้องอบที่มีรีวิวเรื่องความทน
ขัดพื้นผิวเล็บอย่างเบามือ เพื่อไม่ทำให้เล็บบางเกินไป
เช็ดเล็บด้วยแอลกอฮอล์หรือคลีนเซอร์ก่อนเริ่มทุกครั้ง
เตรียมแปรงและไม้กวนเล็บให้พร้อม เพื่อไม่ให้สะดุดระหว่างทำ
2. ทา Base Gel ให้บาง เรียบ และยึดเกาะดี
Base Gel คือชั้นที่คอยยึดทุกอย่างให้ติดกับเล็บจริง ถ้าพลาดตั้งแต่ขั้นตอนนี้ ต่อให้ Top Gel ดีแค่ไหน เล็บก็มีโอกาสหลุดหรือบวมลอกได้ง่าย
เป้าหมายของการทา Base Gel คือให้ได้ชั้นเคลือบที่บาง เรียบ และไม่เป็นฟองอากาศ:
ใช้แปรงจุ่ม Base Gel ในปริมาณพอดี ไม่ควรเยิ้ม
เกลี่ยให้ทั่วเล็บ โดยระวังไม่ให้เลอะเนื้อข้างเล็บ
รอให้ Base Gel เซ็ตตัวเล็กน้อยก่อนจะลงชั้นถัดไป เพื่อให้แต่ละชั้นเชื่อมกันแน่นขึ้น แม้ไม่มีเครื่องอบช่วย
วิธีทา Base Gel ให้ติดทน:
ทาให้บางแต่ปกปิดพื้นเล็บได้ทั่วถึง
เกลี่ยเจลให้ชิดขอบเล็บ แต่ไม่ไหลไปโดนผิวหนัง
เว้นเวลาให้ Base Gel เซ็ตตัวเล็กน้อยก่อนลงสี
เลือกใช้แปรงขนเรียบ จะช่วยให้เกลี่ยเนียนและไม่เป็นเส้น
3. ลงสีเจลให้สวย คมชัด และไม่หลุดง่าย
สีเจลคือจุดเด่นที่ทำให้เล็บดูโดดเด่นและสะท้อนสไตล์ของคุณ การเลือกสีให้เข้ากับโทนผิวและอารมณ์ในช่วงนั้น ก็ช่วยให้มือดูสว่างหรือหรูขึ้นได้ทันที
หลักสำคัญของการลงสีเจล คือ บาง แต่หลายชั้น:
ทาแต่ละชั้นให้บาง เพื่อป้องกันการเป็นก้อนหรือแห้งไม่เท่ากัน
รอให้สีเซ็ตตัวเล็กน้อยก่อนทาชั้นถัดไป เพื่อช่วยให้สีแน่นและติดทน
เทคนิคการเกลี่ยให้สีไม่เป็นเส้นหรือเป็นคราบ:
ลากแปรงอย่างช้าและนุ่มมือ
เริ่มจากกลางเล็บ แล้วค่อยเกลี่ยออกไปด้านข้างและปลายเล็บ
เทคนิคลงสีเจลให้ติดทนและเนียน:
ทาสีเจลทีละชั้นบางๆ ไม่ต้องรีบให้สีเข้มในรอบเดียว
เกลี่ยจากกลางเล็บออกไปขอบ จะช่วยให้สีไม่ไหลเลอะ
ใช้แปรงเรียบและสะอาดเพื่อลดรอยเส้นแปรง
เลือกสีเจลที่คุณภาพดีและขึ้นชื่อเรื่องความทน
4. ปิดงานด้วย Top Gel ให้เงาใสและกันสีหลุด
Top Gel คือตัวล็อกทุกอย่างที่คุณทำมาก่อนหน้า ให้สีอยู่ทนและเล็บดูเงาสวยเหมือนออกจากร้าน แม้จะเป็นสูตรไม่ต้องอบ หากเลือกสูตรดีๆ ก็ช่วยยืดอายุเล็บเจลได้มาก
เคล็ดลับการเคลือบ Top Gel:
ทาให้เคลือบครบทั้งหน้าเล็บและปลายเล็บ เพื่อกันสีหลุดลอก
ใช้แปรงลากอย่างเบามือ ให้ผิวเจลเรียบลื่นไม่เป็นคลื่น
หลังทาเสร็จ ค่อยๆ เก็บขอบเล็บไม่ให้มีเจลเลอะผิว
Top Gel แบบไม่ต้องอบเหมาะมากสำหรับคนที่ไม่อยากวุ่นวายกับเครื่องหรือขั้นตอนเยอะ ทำเสร็จแล้วพร้อมลุยชีวิตประจำวันได้เลย
เทคนิคใช้ Top Gel:
ทาให้บางแต่คลุมทั้งเล็บ รวมถึงปลายเล็บเพื่อซีลงาน
เกลี่ยขอบเล็บให้เรียบ ไม่ปล่อยให้เป็นคราบหนา
ใช้ผ้าหรือสำลีเช็ดเจลส่วนเกินที่เลอะผิวรอบเล็บออก
เลือก Top Gel แบบไม่ต้องอบที่มีรีวิวเรื่องความเงาและความทน
5. ดูแลเล็บเจลหลังทำ ให้สวยทนหลายวัน
ขั้นตอนหลังทำเล็บหลายคนมักมองข้าม แต่จริงๆ แล้ว การดูแลหลังทำสำคัญพอๆ กับเทคนิคการลงเจล ถ้าดูแลดี เล็บเจลจะอยู่กับคุณได้นานขึ้นมาก
พฤติกรรมที่ควรเลี่ยงทันทีหลังทำเล็บเจล:
แช่มือในน้ำร้อนนานๆ
ใช้เล็บเขี่ย แกะ หรือขูดสิ่งของแข็ง
ทำงานบ้านหนักๆ โดยไม่สวมถุงมือ
อย่าลืมบำรุงเล็บและผิวรอบเล็บอย่างสม่ำเสมอด้วยน้ำมันบำรุงเล็บ การนวดเบาๆ ที่ปลายนิ้วช่วยให้เล็บและผิวรอบๆ ดูสุขภาพดีและลดโอกาสเล็บแตกหรือหลุด
เคล็ดลับดูแลหลังทำเล็บ:
ใส่ถุงมือทุกครั้งที่ล้างจานหรือทำความสะอาดบ้าน
ทา Oil เล็บเป็นประจำทุกวัน เพิ่มความชุ่มชื้นให้เล็บและจมูกเล็บ
หลีกเลี่ยงการแช่น้ำร้อนเป็นเวลานาน
ระวังอย่าใช้ปลายเล็บออกแรงกดหรือขูดสิ่งของ
6. ทริคสำหรับมือใหม่ หัดทำเล็บเจลเอง
มือใหม่อาจเจอปัญหาเล็บหลุดง่าย สีเป็นคลื่น หรือเจลจับตัวไม่สม่ำเสมอ ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่สามารถแก้ได้ด้วยการฝึกและเลือกอุปกรณ์ที่เหมาะกับระดับตัวเอง
สำหรับคนเพิ่งเริ่ม แนะนำให้:
ฝึกบนเล็บปลอมก่อน เพื่อให้คุ้นมือและกล้าลองเทคนิคใหม่ๆ
แยกฝึกทีละขั้น: วันหนึ่งลองเน้นฝึกลง Base Gel ให้เรียบ อีกวันฝึกลงสี ฯลฯ
เลือกอุปกรณ์ที่ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน แต่คุณภาพดีพอสมควร
การจดจำว่าทำแบบไหนแล้วทน ทาแบบไหนแล้วลอกเร็ว จะช่วยให้คุณพัฒนาได้ไวมากขึ้น
คำแนะนำสำหรับมือใหม่:
เริ่มจากฝึกบนเล็บปลอมหรือเล็บทดสอบ
ทาเจลทีละชั้นบางๆ จะคุมง่ายกว่าการทาหนามากๆ
ลงทุนกับอุปกรณ์ที่คุณภาพดีในระดับที่รับไหว
จดโน้ตเทคนิคหรือลำดับขั้นที่ลองแล้วรู้สึกว่าเล็บทนเป็นพิเศษ
7. เพิ่มเลเวลด้วยลวดลายและดีไซน์สวยๆ
พอเริ่มคุมพื้นฐานได้แล้ว ก็ถึงเวลาสร้างลายเล็บเก๋ๆ ให้เหมือนออกจากร้านทำเล็บ การทำลายไม่จำเป็นต้องยาก อาจเริ่มจากดีไซน์ง่ายๆ แต่ดูมีอะไร เช่น ลายเส้นตรง ลายเรขาคณิต หรือติดสติ๊กเกอร์
หลักคือ ทำพื้นให้เรียบก่อน แล้วค่อยลงลาย:
ทา Base Gel และสีพื้นให้เนียนเรียบ
รอให้สีพื้นเซ็ตตัวก่อนเริ่มสร้างลวดลาย
อุปกรณ์ช่วยให้การทำลายง่ายขึ้น เช่น แปรงปลายเล็ก เทปกั้นลาย หรือสติ๊กเกอร์เล็บสำเร็จรูป
เคล็ดลับทำลวดลายให้เป๊ะ:
วางแผนล่วงหน้าว่าจะใช้สีอะไร ลายแบบไหน
ใช้แปรงขนาดเล็กสำหรับเส้นและรายละเอียดเล็กๆ
ใช้สติ๊กเกอร์หรือเทปกั้นลายเพื่อสร้างเส้นตรงและลายเรขาคณิต
ให้สีพื้นเซ็ตตัวก่อนค่อยลงลาย เพื่อลดการเลอะหรือสีผสมกัน
8. แก้ปัญหาเล็บเจลหลุด ฟองอากาศ และงานไม่เนียน
ต่อให้ทำตามขั้นตอนดีแค่ไหน บางครั้งก็ยังเจอปัญหาฟองอากาศหรือเล็บหลุดอยู่ดี สิ่งสำคัญคือการมองหาสาเหตุและแก้ให้ถูกจุด
ปัญหาที่พบบ่อย เช่น:
ลงเจลหนาเกินไปในแต่ละชั้น
เล็บยังมีความชื้นหรือคราบมันก่อนลงเจล
ไม่เว้นเวลาให้แต่ละชั้นเซ็ตตัว
ถ้าเจอฟองอากาศหรือเล็บบางส่วนหลุดแล้ว อย่าฝืนทาทับ ให้แก้แบบนี้:
ลอกหรือขัดเจลส่วนที่เสียออกให้เรียบร้อย
ทำความสะอาดหน้าเล็บใหม่ก่อนเริ่มลง Base Gel อีกครั้ง
เน้นทาเจลบางๆ และให้เวลาแต่ละชั้นได้เซ็ตตัว
วิธีแก้ปัญหาเล็บหลุดหรือฟองอากาศ:
เคลียร์เจลส่วนที่ลอกหรือพองออกให้หมดก่อนทำใหม่
ลง Base Gel และ Top Gel ทีละชั้นบางๆ เท่านั้น
เว้นช่วงให้แต่ละชั้นเซ็ตตัวก่อนจะทาชั้นถัดไป
หลังทำเสร็จใหม่ๆ หลีกเลี่ยงการโดนน้ำหรือความชื้นทันที
สรุป: ทำเล็บเจลไม่ต้องอบที่บ้านก็สวยทนได้
การทำเล็บเจลเองที่บ้านแบบไม่ต้องอบ ไม่ได้ยากอย่างที่คิด ถ้าคุณ เตรียมเล็บให้ดี เลือก Base Gel, สีเจล และ Top Gel ที่เหมาะ พร้อมทำตามขั้นตอนอย่างเป็นระบบ เล็บก็จะออกมาสวยและติดทนนานได้ไม่แพ้ร้าน
เริ่มจากการฝึกบนเล็บปลอม จับจุดว่าตัวเองถนัดแบบไหน แล้วค่อยขยับมาทำบนเล็บจริง คุณจะค่อยๆ พัฒนาฝีมือจนทำลายสวยๆ เองได้แบบมืออาชีพ
ท้ายที่สุด การทำเล็บเจลเองที่บ้านนอกจากช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย ยังเปิดโอกาสให้คุณ ออกแบบสไตล์เล็บในแบบของตัวเอง เปลี่ยนสี เปลี่ยนลายเมื่อไรก็ได้ตามใจ พร้อมทั้งได้เรียนรู้วิธีดูแลเล็บให้แข็งแรงและติดทนนาน แม้จะไม่มีเครื่องอบก็ยังได้ฟีลเล็บสวยเหมือนเพิ่งออกจากร้านทำเล็บมืออาชีพได้ไม่ยากเลย

