อากาศเดือด 40 องศา ร้อนแบบนี้ต้องเอาตัวให้รอด
ช่วงนี้หลายพื้นที่อุณหภูมิพุ่งแตะเกือบ 40 องศาเซลเซียส อยู่บ้านก็ร้อน ออกกลางแจ้งยิ่งทรมาน จนหลายคนเริ่มมีอาการเพลียแดด เหนื่อยง่าย หงุดหงิด และเสี่ยงฮีตสโตรกแบบไม่รู้ตัว
ลองมาปรับพฤติกรรมง่าย ๆ กับ 12 วิธีคลายร้อน ที่ทำได้จริง ไม่ต้องลงทุนเยอะ แต่ช่วยให้ร่างกายสบายขึ้นแบบรู้สึกได้
1. ดื่มน้ำให้ถูกวิธี ไม่ใช่แค่ดื่มเยอะ
จิบน้ำเปล่าบ่อย ๆ ตลอดทั้งวัน ไม่ต้องรอให้รู้สึกกระหายน้ำก่อน
พกแก้วหรือขวดน้ำไว้ใกล้ตัวเสมอ
ดื่มทีละน้อย แต่ดื่มบ่อย
เลือกดื่มน้ำอุณหภูมิห้อง แทนน้ำเย็นจัด เพื่อลดการช็อกจากอากาศร้อนสลับเย็นเกินไป
2. เสื้อผ้าก็ช่วยคลายร้อนได้
อย่ามองข้ามการแต่งตัว เพราะมีผลต่อความร้อนของร่างกายโดยตรง
เลือกเสื้อผ้า เนื้อบาง โปร่ง ระบายอากาศดี
เน้น โทนสีอ่อน เพราะสะท้อนแสงแดดได้ดีกว่าสีเข้ม
หลีกเลี่ยงผ้าแน่น หนา หรือรัดรูปเกินไป เพราะจะกักเก็บความร้อนและเหงื่อ
3. เลี่ยงแดดจัด ช่วงเวลาอันตราย 10.00–15.00 น.
ช่วงสายถึงบ่ายเป็นช่วงที่แดดแรงที่สุด หากจำเป็นต้องออกไปกลางแจ้ง ให้พยายามจำกัดเวลาให้สั้นที่สุด
การยืนตากแดดแรงประมาณ 15–20 นาที อาจทำให้ผิวไหม้แดด (sunburn) ได้ และในระยะยาวยังเพิ่มความเสี่ยงต่อ
โรคเกี่ยวกับดวงตา
มะเร็งผิวหนัง
4. กันแดด = เกราะป้องกันผิวในหน้าร้อน
แสงแดดจัดทำให้ผิว
ไหม้ แดง แสบ
หมองคล้ำ ไม่สม่ำเสมอ
เกิดริ้วรอยก่อนวัย
เพิ่มปัจจัยเสี่ยงมะเร็งผิวหนัง
การทา ครีมกันแดด จึงไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงาม แต่คือการปกป้องสุขภาพผิว ควรทาก่อนออกแดดอย่างน้อย 15–20 นาที และทาซ้ำทุก 2–3 ชั่วโมงหากอยู่กลางแจ้งนาน ๆ
5. ของติดตัวที่ช่วยให้รอดในหน้าร้อน
ของใช้เล็ก ๆ น้อย ๆ ถ้าพกให้เป็นก็ดีต่อร่างกายมากในวันที่อากาศเดือด
ร่ม
หมวกปีกกว้าง
พัดลมจิ๋ว
ยาดม
ยาหม่อง
ถือเป็น ตัวช่วยประจำฤดูร้อน ที่ควรมีติดกระเป๋า พกไว้ไม่เสียหาย แถมช่วยให้สดชื่นขึ้นทันที
6. ลดคาเฟอีน–แอลกอฮอล์ ให้ร่างกายไม่พัง
ในวันที่อากาศร้อนจัด ควร เลี่ยงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนและแอลกอฮอล์ เพราะ
แอลกอฮอล์จะซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้เร็วขึ้น
เสี่ยงภาวะช็อกได้ง่ายเมื่อตากแดดหรืออยู่ในที่ร้อนนาน ๆ
คาเฟอีนและแอลกอฮอล์ทั้งคู่มีผลขับปัสสาวะ ทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำมากขึ้น
7. กินของสุกใหม่ ปลอดภัยสุดในหน้าร้อน
อากาศร้อนคือสวรรค์ของเชื้อโรค โดยเฉพาะแบคทีเรียในอาหาร
หลีกเลี่ยงอาหารค้างคืน
ไม่ควรกินอาหารสุก ๆ ดิบ ๆ
เลือกกิน อาหารที่ปรุงสุกใหม่ ๆ ร้อน ๆ เพื่อลดความเสี่ยงท้องเสีย–อาหารเป็นพิษ
8. ผลไม้ฤทธิ์เย็น ตัวช่วยจากธรรมชาติ
ผลไม้บางชนิดช่วยดับร้อนจากข้างในได้ดี ลองสลับกินในแต่ละวัน
แตงโม : ดับกระหาย คลายร้อน ช่วยขับปัสสาวะ
มะพร้าว : ดับร้อน ช่วยล้างพิษ ขับของเสียออกจากร่างกาย
มะม่วง : ช่วยบรรเทาอาการร้อนใน และอาการกระหายน้ำ
แตงไทย : ช่วยคลายร้อน ขับเหงื่อ ลดอุณหภูมิในร่างกาย
สาลี่ : ช่วยลดความร้อน และช่วยดับพิษร้อนภายใน
9. แวะอาบน้ำระหว่างวัน ให้ตัวได้รีเซ็ต
ถ้ารู้สึกเหนียวตัว หงุดหงิด ร้อนจนทนไม่ไหว ลอง อาบน้ำล้างตัวระหว่างวัน
ช่วยให้รู้สึกสบายตัวทันที
ลดอุณหภูมิผิว
ช่วยให้สดชื่นและตื่นตัวมากขึ้น
เป็นวิธีคลายร้อนง่าย ๆ ที่ทำได้แทบทุกบ้าน ไม่ต้องใช้อุปกรณ์พิเศษ
10. เปิดแอร์อย่างพอดี อย่าต่างกับข้างนอกเกินไป
การอยู่ในห้องแอร์เย็นจัด ทั้งที่ข้างนอกอากาศร้อนมาก ทำให้ร่างกายต้องปรับตัวหนัก
ไม่ควรตั้งอุณหภูมิแอร์ให้ต่างจากด้านนอกมากเกินไป
ลมเย็นจากแอร์อาจทำให้อากาศในห้องแห้ง
เสี่ยงให้ ทางเดินหายใจระคายเคืองหรืออักเสบได้ง่าย
ลองปรับแอร์ให้อยู่ในระดับเย็นสบาย ไม่หนาวจนต้องห่มผ้าหนา ๆ จะดีกับสุขภาพระยะยาว
11. เปิดทางให้ลมเดิน บ้านก็เย็นขึ้นได้
ถ้าที่บ้านไม่มีแอร์ การจัดการอากาศภายในสำคัญมาก
เปิดประตูและหน้าต่างให้ลมถ่ายเท
จัดทางเดินลมให้มีช่องเข้า–ออก
การให้อากาศหมุนเวียนจะช่วย ระบายความร้อนสะสม ในตัวบ้าน ทำให้ไม่อบอ้าวจนเกินไป
12. เปลี่ยนบรรยากาศ ออกไปเดินเล่นที่เย็นกว่า
ถ้าอยู่บ้านแล้วรู้สึกว่าร้อนจนไม่มีสมาธิทำอะไร ลองพาตัวเองไปอยู่ในที่เย็นสบาย
เดินเล่นในห้างสรรพสินค้า
ไปสวนสาธารณะช่วงเช้าตรู่หรือเย็น
ได้ทั้ง คลายร้อน เปลี่ยนบรรยากาศ และขยับร่างกาย ไปพร้อมกัน
สรุป : ร้อนแค่ไหนก็รับมือได้ ถ้าปรับพฤติกรรมให้เป็น
อากาศแตะ 40 องศาฯ ไม่ใช่เรื่องเล็ก ทั้งผิว ทั้งร่างกาย และสุขภาพระยะยาวได้รับผลหมด แต่เราสามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยการ
ดื่มน้ำให้พอและถูกวิธี
ปกป้องผิวจากแดดด้วยเสื้อผ้าและครีมกันแดด
เลี่ยงแดดจัด ลดคาเฟอีน–แอลกอฮอล์
เลือกกินอาหารสุกใหม่และผลไม้ฤทธิ์เย็น
จัดสภาพแวดล้อม ทั้งบ้าน ห้องแอร์ และสถานที่ที่เราไปใช้เวลา
หน้าร้อนจะไม่โหดร้ายเท่าเดิม ถ้าเรารู้วิธีอยู่กับมันให้เป็น

