ไทยเจ้าภาพ AVA 2025: เวทีประเมินมูลค่าอาเซียนสู่ยุคดิจิทัล
ประเทศไทยรับบทเจ้าภาพจัดประชุมสภานักประเมินราคาแห่งอาเซียน (Asean Valuers Association: AVA) ครั้งที่ 27 ระหว่างวันที่ 5-7 พฤศจิกายน 2568 ณ กรุงเทพมหานคร ภายใต้ธีม “Valuation Challenges: Innovating with Technology” ที่โฟกัสชัดเจนเรื่องการใช้เทคโนโลยียกระดับงานประเมินมูลค่าในภูมิภาค
การรวมตัวครั้งนี้มีผู้แทนจาก 7 ประเทศสมาชิกอาเซียน ทั้งไทย บรูไน อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และเวียดนาม มาร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กันอย่างเข้มข้น สะท้อนว่าการประเมินมูลค่าทรัพย์สินไม่ใช่เรื่องของตัวเลขอย่างเดียวอีกต่อไป แต่คือการผสมผสาน ข้อมูล เทคโนโลยี และมาตรฐานร่วมกันในระดับภูมิภาค
บรรยากาศประชุมท่ามกลางมนต์เสน่ห์ลอยกระทง
สีสันของการประชุมครั้งนี้คือการจัดขึ้นในช่วงเทศกาลลอยกระทง ผู้เข้าร่วมจากต่างประเทศจึงได้สัมผัสบรรยากาศวัฒนธรรมไทยไปพร้อมกับการประชุมทางวิชาการ
ไทยใช้โอกาสนี้ในการเปิดประตูให้ผู้แทนจากชาติอื่นๆ ได้สำรวจมุมมองใหม่ๆ ของสังคมไทย ทั้งด้านเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และเมืองสำคัญต่างๆ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ลึกขึ้น ซึ่งล้วนเชื่อมโยงกับการมองภาพรวมของตลาดอสังหาริมทรัพย์และทรัพย์สินในบริบทจริง
การประเมินที่ดี ต้องเข้าใจ “ประเทศ” และ “ผู้คน” ไม่แพ้การเข้าใจตัวเลข
วิชาชีพประเมินในยุคเทคโนโลยี: มาตรฐานต้องไปด้วยกันกับจริยธรรม
เวที AVA ถูกย้ำบทบาทให้เป็นศูนย์กลางแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และยกระดับมาตรฐานของวิชาชีพนักประเมินในอาเซียน โดยเฉพาะในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามาเปลี่ยนเกมอย่างรวดเร็ว
ประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือ
เทคโนโลยีดิจิทัลกำลังกลายเป็นหัวใจของกระบวนการประเมิน
การสร้างมาตรฐานร่วมในภูมิภาคช่วยลดช่องว่างด้านคุณภาพงานประเมิน
จริยธรรมและความโปร่งใสต้องถูกยกระดับควบคู่ไปกับนวัตกรรม
แนวคิดนี้สะท้อนชัดว่า วิชาชีพประเมินกำลังเปลี่ยนจากงานที่อาศัยประสบการณ์เชิงบุคคล ไปสู่งานที่ใช้ ข้อมูล (data-driven) และระบบเทคโนโลยี ช่วยตัดสินใจ แต่ยังคงต้องไม่ละทิ้งจรรยาบรรณทางวิชาชีพ
AI: โอกาสใหญ่หรือความท้าทายใหม่ของวงการประเมิน
บนเวทีเปิดงานมีการชี้ให้เห็นว่า การประเมินมูลค่าทรัพย์สินในยุคปัญญาประดิษฐ์ (AI) ไม่ได้เป็นเพียง “ตัวช่วย” อีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น ปัจจัยชี้ชะตาคุณภาพของงานประเมินในอนาคต
มุมมองที่ถูกเน้นคือ
AI คือทั้งโอกาสและความท้าทายของภูมิภาค
การใช้เทคโนโลยีต้องมีกรอบความรับผิดชอบและความโปร่งใส
การออกแบบกฎหมายและมาตรฐานวิชาชีพสมัยใหม่จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง
ในเวทีมีการกล่าวถึงร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพการประเมินราคาทรัพย์สินของไทยที่กำลังถูกผลักดัน เพื่อใช้เป็นกลไกยกระดับมาตรฐานวิชาชีพและคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ สะท้อนว่า เทคโนโลยีไม่ใช่คำตอบทั้งหมด แต่ต้องมีกรอบกำกับที่ทันสมัยรองรับ
เมื่อสิ่งแวดล้อมกลายเป็นตัวแปรหลักของการประเมินมูลค่า
อีกหนึ่งมุมที่น่าสนใจคือการบรรยายเกี่ยวกับ Carbon Finance & Environmental Management ซึ่งชี้ให้เห็นว่าการประเมินมูลค่าทรัพย์สินในปัจจุบัน ไม่อาจละเลยมิติด้านสิ่งแวดล้อมได้อีกต่อไป
ประเด็นสำคัญ ได้แก่
ข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมต้องถูกบูรณาการเข้าไปในโมเดลการประเมิน
ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเริ่มมีผลต่อมูลค่าทรัพย์สินจริง
Carbon Pricing กำลังกลายเป็นสินทรัพย์ใหม่ในเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ
พูดง่ายๆ คือ ทรัพย์สินที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อาจมีแต้มต่อด้านมูลค่ามากขึ้น ในขณะที่ทรัพย์สินที่เสี่ยงต่อผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม อาจถูกปรับลดมูลค่าในสายตานักลงทุนและผู้ประเมิน
AI-driven Risk Profiling: นักประเมินยุคใหม่ต้องอ่าน “ความเสี่ยง” ให้ขาด
หนึ่งในไฮไลต์ของการประชุมคือการนำเสนอจากทีมผู้แทนอินโดนีเซีย ในหัวข้อ AI-driven Risk Profiling ที่โชว์ให้เห็นการใช้ AI และ Machine Learning มายกระดับระบบกำกับดูแลวิชาชีพนักประเมิน
แนวคิดหลักของระบบนี้คือ
ใช้ AI วิเคราะห์และคาดการณ์ความเสี่ยงของเคสประเมินล่วงหน้า
ช่วยบริหารจัดการทรัพยากรในการกำกับดูแลได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ลดความล่าช้า และเจาะจงลงไปในกรณีที่มีความเสี่ยงสูงจริงๆ
แต่สิ่งที่ถูกย้ำอย่างชัดเจนคือ เทคโนโลยีต้องทำงานเคียงข้างการตัดสินใจของมนุษย์
AI ให้ความแม่นยำและความเร็ว
มนุษย์ให้ดุลยพินิจและมิติจริยธรรม
การผสานสองสิ่งนี้เข้าด้วยกัน จึงจะทำให้งานประเมินทั้ง “ทันสมัย” และ “น่าเชื่อถือ” ในเวลาเดียวกัน
LandsMaps และ CondoMaps: ตัวอย่างจริงของการใช้ดิจิทัลในภาครัฐไทย
ฝั่งไทยเองก็โชว์ของด้วยการนำเสนอเครื่องมือดิจิทัลอย่าง “LandsMaps” และ “CondoMaps” ที่พัฒนาโดยกรมที่ดิน
สองแพลตฟอร์มนี้เป็นระบบแผนที่ที่ดินและอาคารชุดแบบ 2 มิติและ 3 มิติ ที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ช่วยให้นักประเมินสามารถ
เข้าถึงข้อมูลที่ดินและทรัพย์สินได้อย่างรวดเร็ว
ตรวจสอบข้อมูลได้อย่างโปร่งใส
ลดเวลาและต้นทุนการลงพื้นที่สำรวจจริง
เพิ่มความแม่นยำของการประเมินมูลค่าในเชิงโครงสร้างและทำเล
นี่คือตัวอย่างชัดเจนของการที่หน่วยงานรัฐใช้เทคโนโลยีมาหนุนหลังให้วิชาชีพประเมิน ทำงานง่ายขึ้น เร็วขึ้น และน่าเชื่อถือมากขึ้น
เคสศึกษาจากมาเลเซีย: เครื่องจักรและอุปกรณ์ก็ต้องอัปเดตวิธีคิด
บนเวที AVA ยังมีการแชร์กรณีศึกษาจากมาเลเซีย เกี่ยวกับการประเมินค่าเสื่อมราคาของเครื่องจักรและอุปกรณ์ (Plant Machinery and Equipment) ซึ่งเป็นหมวดทรัพย์สินที่ซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงเร็ว
จุดเน้นคือ
วิธีคิดเรื่องค่าเสื่อมต้องสอดคล้องกับสภาพตลาดจริง
ควรลดความเหลื่อมล้ำของแนวทางการประเมินในแต่ละประเทศ
การมีกรอบมาตรฐานร่วมในอาเซียนช่วยให้การประเมินในระดับภูมิภาคมีความสอดคล้องและเปรียบเทียบกันได้
ไม่ใช่แค่ตัวอาคารหรือที่ดิน เครื่องจักรและเทคโนโลยีการผลิตก็ต้องถูกประเมินอย่างเข้าใจบริบทใหม่ของธุรกิจด้วย
สรุป: จากเวที AVA สู่อนาคตวิชาชีพประเมินมูลค่าอาเซียน
การประชุม AVA ครั้งที่ 27 ในไทย จึงไม่ได้เป็นแค่เวทีวิชาการธรรมดา แต่เป็นเหมือน “ห้องทดลองอนาคต” ของวิชาชีพนักประเมินในอาเซียน ที่ทุกประเทศต่างนำประสบการณ์และนวัตกรรมของตัวเองมาวางบนโต๊ะ
สารหลักที่สะท้อนออกมา คือการพยายามสร้างสมดุลระหว่าง
นวัตกรรม: ใช้เทคโนโลยี AI แพลตฟอร์มดิจิทัล และข้อมูลจำนวนมหาศาล
ความโปร่งใส: มาตรฐานชัดเจน ตรวจสอบได้ เชื่อมโยงกับกฎหมายและข้อบังคับ
ความเชื่อถือได้: ยึดมั่นจริยธรรมและดุลยพินิจของมนุษย์
หากอาเซียนสามารถผสานทั้งสามสิ่งนี้เข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว การประเมินมูลค่าทรัพย์สินจะไม่ใช่แค่การ “ตั้งราคา” แต่จะกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ ที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจภูมิภาคไปสู่ความยั่งยืนในระยะยาว

