รับแอปรับแอป

ขายดีต่อเนื่องแต่ต้องลดยับ? ถอดรหัสกลยุทธ์ ASML เมื่อองค์กรโตเร็วเกินโครงสร้าง

อารยา จิตดี01-29

ASML ลดยับ 1,700 ตำแหน่ง ทั้งที่ยอดขายโต 13 ปีติด

ASML เตรียมปรับลดพนักงานราว 1,700 ตำแหน่ง หรือประมาณ 4% ของบุคลากรทั้งหมด เป้าหมายไม่ใช่การเอาตัวรอด แต่เป็นการ ลดความซับซ้อนของโครงสร้างองค์กร ให้กระชับและคล่องตัวขึ้น แม้ว่ายอดขายของบริษัทจะเติบโตต่อเนื่องเป็นปีที่ 13 แล้วก็ตาม

เบื้องหลังการตัดสินใจ: โตแรงจนโครงสร้างทำงานไม่ทัน

รายงานระบุว่า ASML Holding NV บริษัทผู้ผลิตเครื่องจักรผลิตชิปขั้นสูงจากเนเธอร์แลนด์ วางแผนลดพนักงานส่วนใหญ่ในหน่วยงาน Technology และ IT ซึ่งเป็นหัวใจหลักของงานพัฒนาเทคโนโลยีในองค์กร

การปรับลดครั้งนี้จะกระทบ พนักงานระดับบริหารในเนเธอร์แลนด์เป็นหลัก และยังส่งผลต่อการดำเนินงานในสหรัฐฯ ด้วย คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 4% ของพนักงานทั้งหมดทั่วโลก

ด้าน Roger Dassen ประธานเจ้าหน้าที่การเงิน เปิดเผยมุมมองสำคัญว่าองค์กรได้รับเสียงสะท้อนมาว่า โครงสร้างภายในซับซ้อนเกินไป ต้องใช้เวลาประสานงานเยอะ ทำให้เสี่ยงต่อการเพิ่มต้นทุนโดยไม่จำเป็น

พูดง่าย ๆ คือ บริษัทเติบโตเร็ว แต่โครงสร้างดันหนาและเชื่องช้าเกินกว่าจะขับเคลื่อนต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ASML: ผู้เล่นรายเดียวในโลก กับอานิสงส์สาย AI

จุดยืนของ ASML ไม่ได้อยู่แค่การเป็นผู้ผลิตเครื่องจักรทั่วไป แต่คือ ผู้ผลิตเครื่องลิโธกราฟีขั้นสูงเพียงรายเดียวของโลก เครื่องจักรเหล่านี้จำเป็นต่อการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ระดับไฮเอนด์ ทำให้ ASML กลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ได้ประโยชน์เต็ม ๆ จากกระแสการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน ปัญญาประดิษฐ์ (AI) มูลค่าหลายแสนล้านดอลลาร์

ไตรมาส 4 ที่ผ่านมา บริษัทเผยว่า

  • คำสั่งซื้อทำสถิติสูงสุดใหม่

  • คาดว่ายอดขายจะเติบโตต่อเนื่องในปี 2569

  • ราคาหุ้นพุ่งขึ้นมากสุดถึง 7.5%

  • ทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 1,309 ยูโร ในตลาดอัมสเตอร์ดัม

ธุรกิจไม่ใช่แค่ดี แต่กำลังอยู่ในจุดพีค ทว่ากลับเลือกช่วงนี้มาลดคน นั่นแปลว่าการปรับครั้งนี้คือเรื่องของ “ประสิทธิภาพ” มากกว่า “เอาตัวรอด” อย่างชัดเจน

ลดคนไม่ได้แปลว่าธุรกิจแย่ แต่คือการรีเซ็ตให้คล่องกว่าเดิม

แม้แผนลดพนักงานจะดูสวนทางกับแนวโน้มธุรกิจที่สดใส แต่ ASML ย้ำว่าลูกค้าซึ่งเป็นผู้ผลิตชิปรายใหญ่ทั่วโลกยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่ออุปสงค์ที่ขับเคลื่อนด้วย

  • การเติบโตของ AI

  • การขยายกำลังการผลิตชิป

สิ่งเหล่านี้จะยังช่วยผลักดันคำสั่งซื้อจาก ASML อย่างต่อเนื่องในระยะถัดไป

Christophe Fouquet ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สรุปภาพได้ชัดในประโยคเดียวว่า

“เรากำลังทำผลงานได้ดีมาก และเราดีใจกับสิ่งนั้น แต่แม้บริษัทที่ดี ก็ยังต้องปรับปรุงตัวเอง”

เขาย้ำว่าเป้าหมายของ ASML คือการทำให้องค์กร คล่องตัว (agile) มากขึ้น ไม่ใช่การหดตัวหนีวิกฤต

ปรับโครงสร้างทีมเทคโนโลยี: ลงลึกเป็นโมดูลแทนการทำงานกว้าง ๆ

หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงสำคัญอยู่ที่หน่วยธุรกิจ Technology โดยบริษัทเสนอแนวทางใหม่ให้

  • วิศวกรส่วนใหญ่รับผิดชอบ ผลิตภัณฑ์หรือโมดูลเฉพาะเจาะจงมากขึ้น

  • ลดการทำงานแบบกว้าง ๆ ที่ต้องประสานงานหลายชั้น

แนวคิดนี้คือการทำให้ทีมมี เจ้าของงานที่ชัดเจน ไม่ปล่อยให้ระบบงานซับซ้อนจนทุกอย่างต้องผ่านหลายมือ ก่อนจะไปถึงจุดตัดสินใจที่สำคัญ

ที่สำคัญคือแม้จะมีการลดตำแหน่งงานบางส่วน แต่ ASML ก็ไม่ได้หยุดการเติบโตของธุรกิจหรือโอกาสใหม่ ๆ

บริษัทยังมีแผน สร้างตำแหน่งงานใหม่ ในหลายสายงาน ได้แก่

  • วิศวกรรม

  • การผลิต

  • บริการลูกค้า

  • งานขาย

สะท้อนว่าองค์กรกำลัง “จัดระเบียบใหม่” มากกว่าจะมุ่งแต่ตัดทิ้งเพื่อลดต้นทุนอย่างเดียว

ขยายฐานใหญ่ขึ้น: วิทยาเขตใหม่รองรับพนักงานได้ถึง 20,000 คน

นอกจากการปรับโครงสร้างภายในแล้ว ASML ยังเดินหน้าแผนลงทุนด้านพื้นที่และโครงสร้างพื้นฐานรองรับการเติบโตระยะยาว

บริษัทเตรียมพัฒนา วิทยาเขตแห่งที่สองในเมือง Eindhoven เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าและการขยายตัวของธุรกิจในอนาคต

รายละเอียดสำคัญของโครงการนี้ ได้แก่

  • ตั้งอยู่ห่างจากสำนักงานใหญ่ที่เมือง Veldhoven ราว 8 กิโลเมตร

  • สามารถรองรับพนักงานได้สูงสุดถึง 20,000 คน

  • ระยะแรกของโครงการคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2571

ภาพที่ชัดเจนคือ วันนี้ ASML อาจลดคนบางส่วน แต่กำลังสร้างพื้นที่เผื่อโตแบบก้าวกระโดดในวันข้างหน้า

บทเรียนสำหรับสายเทคโนโลยี: โตไม่พอ ต้องคล่องด้วย

จากเคสของ ASML เราเห็นภาพชัดเจนว่า ในโลกเทคโนโลยีระดับโลก

  • การเติบโตของยอดขาย ไม่ได้การันตี ว่าโครงสร้างองค์กรจะเหมาะสมเสมอไป

  • บริษัทที่อยู่หน้าคลื่นเทคโนโลยีอย่าง AI ก็ยังต้อง กล้าผ่าตัดตัวเอง

  • การลดพนักงานบางส่วน อาจเป็นหนึ่งในขั้นตอนของการปรับองค์กรให้ “บาง คล่อง และเร็ว” กว่าเดิม

สำหรับคนทำงานในสายเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมชิป สิ่งที่กำลังเกิดกับ ASML คือภาพสะท้อนสำคัญว่า

ยุคนี้ไม่ใช่แค่บริษัทต้องแข่งขันกัน แต่โครงสร้างภายในก็ต้องแข่งกับความเร็วของเทคโนโลยีด้วย