รับแอปรับแอป

ไขความลับ Dimethicone: ซิลิโคนตัวท็อปที่ผิวและเส้นผมแอบหลงรัก

ธีรพล สุขเกษม01-29

Dimethicone คือใคร ทำไมถึงโผล่ไปอยู่ทุกที่?

ถ้าคุณหยิบสกินแคร์หรือผลิตภัณฑ์ดูแลผมใกล้ตัวมาแบบสุ่มๆ แล้วลองพลิกดูส่วนผสม โอกาสสูงมากที่คุณจะเจอชื่อ “Dimethicone” หรือ ไดเมทิโคน โผล่อยู่ในนั้น

ตั้งแต่ครีมบำรุงผิว เซรั่ม ไพรเมอร์ รองพื้น ไปจนถึงครีมนวดผม เซรั่มบำรุงผม หรือผลิตภัณฑ์ลดผมชี้ฟู ไดเมทิโคนคือหนึ่งในซิลิโคนยอดฮิตของวงการความงามที่ทั้งแบรนด์รัก และหลายคนก็ยังแอบเข้าใจผิดอยู่ไม่น้อย

มาดูให้ชัดกันสักทีว่า ไดเมทิโคนคืออะไร ดีจริงหรือดราม่าเกินจริงกันแน่

Dimethicone คืออะไรกันแน่?

ไดเมทิโคนคือ ซิลิโคน (Silicone) ชนิดหนึ่ง เป็นพอลิเมอร์สังเคราะห์ที่โครงสร้างหลักประกอบด้วย ซิลิกอน (Silicon) และ ออกซิเจน (Oxygen) มีชื่อเคมีเต็มๆ ว่า โพลีไดเมทิลไซลอกเซน (Polydimethylsiloxane)

โครงสร้างของมันจะเป็นสายโซ่ตรง (Linear) ซึ่งสามารถปรับให้มีระดับ ความหนืด (Viscosity) หรือความข้นแตกต่างกันได้ตามความยาวของสายโมเลกุล ส่งผลให้สามารถออกแบบให้เหมาะกับเนื้อสัมผัสและการใช้งานในผลิตภัณฑ์แต่ละประเภทได้อย่างยืดหยุ่นมาก

พูดง่ายๆ คือ เป็นซิลิโคนสารพัดประโยชน์ที่ถูกปรับจูนบุคลิกได้ตามที่นักพัฒนาสูตรต้องการ

ทำไมแบรนด์ถึงรัก Dimethicone?

ในสูตรเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล ไดเมทิโคนทำหน้าที่ได้หลายบทบาทในเวลาเดียวกัน เรียกได้ว่าเป็นตัวช่วยเบื้องหลังกองทัพความงามเลยทีเดียว

หน้าที่หลักๆ ที่เจอบ่อย มีดังนี้:

  • สารให้ความนุ่มลื่น (Emollient)
    เคลือบผิวให้รู้สึก นุ่ม เรียบ ลื่น ทันทีหลังใช้ ช่วยเติมเต็มริ้วรอยตื้นๆ ชั่วคราว ทำให้ผิวดูเนียนขึ้น เป็นฟิลเตอร์แบบเรียลไทม์ก่อนแต่งหน้าก็ว่าได้

  • สารปกป้องผิว (Skin Protectant)
    สร้างเป็นฟิล์มบางๆ ที่ทั้ง ระบายอากาศได้ (Breathable) และ กันน้ำ (Water-repellent) เคลือบบนผิว ฟิล์มนี้ช่วย ลดการสูญเสียน้ำจากผิว (Occlusive) และยังช่วย กันปัจจัยระคายเคืองจากภายนอก ได้ด้วย
    ในต่างประเทศอย่างสหรัฐฯ ยังมีการรับรองให้ Dimethicone ใช้เป็นสารปกป้องผิวในผลิตภัณฑ์ที่ซื้อได้เอง (OTC) เมื่ออยู่ในระดับความเข้มข้นที่กำหนดอีกด้วย

  • ช่วยให้เกลี่ยง่าย (Improves Spreadability)
    ทำให้เนื้อครีมหรือรองพื้น เกลี่ยลื่น เรียบ และสม่ำเสมอ บนผิว ลดโอกาสเป็นคราบหรือเป็นปื้น ช่วยให้เนื้อผลิตภัณฑ์ดูกลมกลืนมากขึ้น

  • ลดความเหนียวเหนอะหนะ (Reduces Tackiness)
    ถ้าสูตรมีส่วนผสมบางอย่างที่ให้ความรู้สึกเหนียว หนืด หรือหนักผิว การใส่ไดเมทิโคนเข้าไปช่วยให้เนื้อสัมผัส เบาสบายขึ้น ใช้ง่ายขึ้น

  • ให้สัมผัสลื่น เนียน แบบไหม (Provides Slip/Silky Feel)
    สกินแคร์ที่ใช้แล้วรู้สึกหรูหรา ลื่น เนียน ไม่เหนอะ ไม่มันเยิ้ม มักมีซิลิโคนกลุ่มนี้อยู่เบื้องหลัง สัมผัส“ซอฟต์โฟกัส” แบบซอฟต์หรูๆ ส่วนใหญ่ก็ต้องยกเครดิตให้ Dimethicone นี่แหละ

  • ปรับสภาพเส้นผม (Hair Conditioning)
    เมื่อใช้ในผลิตภัณฑ์ผม ไดเมทิโคนจะเคลือบเส้นผม ทำให้ผม ลื่น ไม่พันกัน หวีง่าย ลดชี้ฟู เพิ่มเงางาม และในบางกรณียังช่วย ลดการทำร้ายจากความร้อน จากไดร์หรือที่หนีบผมได้ในระดับหนึ่งด้วย

Dimethicone อยู่ในอะไรบ้าง?

เพราะมันปรับใช้ได้หลากหลาย เลยไม่แปลกที่เราจะเจอไดเมทิโคนในผลิตภัณฑ์หลายประเภทมาก เช่น

  • ครีมบำรุงผิว โลชั่น เซรั่ม

  • ไพรเมอร์ รองพื้น และเมกอัพต่างๆ

  • ครีมกันแดด

  • ครีมนวดผม ลีฟออนคอนดิชันเนอร์ เซรั่มหรือน้ำมันบำรุงผม ผลิตภัณฑ์ลดผมชี้ฟู

  • ครีมทามือ

  • ครีมทาผื่นผ้าอ้อม (ในฐานะสารปกป้องผิว)

เรียกได้ว่าตั้งแต่หัวจรดเท้า มีโอกาสได้สัมผัส Dimethicone แทบทุกวันอยู่แล้ว

เรื่องความปลอดภัยจริงๆ แล้วเป็นยังไง?

มาถึงประเด็นใหญ่ที่หลายคนกังวล ทั้งเรื่องสิว รูขุมขนอุดตัน ผิวหายใจไม่ออก ไปจนถึงสิ่งแวดล้อม ลองไล่ดูทีละประเด็นแบบไม่อวยเกินจริง

1. ความปลอดภัยโดยรวม

  • ไดเมทิโคนถูกประเมินโดยหลายองค์กรด้านความปลอดภัยทั่วโลก เช่น Cosmetic Ingredient Review (CIR) ในสหรัฐฯ และ SCCS ในยุโรป ว่าเป็นส่วนผสมที่มี ความปลอดภัยสูงมาก

  • สำหรับคนส่วนใหญ่จัดอยู่ในกลุ่ม ไม่เป็นพิษ ไม่ระคายเคือง และไม่ค่อยก่ออาการแพ้

2. เรื่องอุดตันรูขุมขน (Comedogenicity)

นี่คือความเข้าใจผิดยอดฮิตที่วนมาหลายปี

  • โดยหลักแล้ว Dimethicone ถูกจัดว่าเป็น Non-comedogenic หรือ ไม่ใช่ตัวที่อุดตันรูขุมขนโดยตรง

  • สาเหตุหนึ่งคือโมเลกุลมีขนาดค่อนข้างใหญ่ จึงไม่ซึมลงไปในรูขุมขนง่ายๆ

  • อย่างไรก็ตาม ถ้าเป็น ผลิตภัณฑ์เนื้อหนักมากๆ ที่มีไดเมทิโคนร่วมกับส่วนผสมอื่นๆ และใช้กับคนที่มีผิวมันหรือเป็นสิวง่ายมาก ก็อาจทำให้รู้สึกเหมือนผิวอุดตันได้บ้างในบางราย เพราะเนื้อหนักอาจกักเก็บน้ำมันหรือสิ่งสกปรกไว้บนผิวได้

สรุปให้เข้าใจง่ายๆ:
ตัว Dimethicone เองไม่ใช่ตัวร้ายหลักของการอุดตัน แต่ควรดูทั้ง“สูตรรวม” และสภาพผิวของแต่ละคนประกอบกันด้วย

3. ผิว “หายใจไม่ออก” จริงไหม?

อีกหนึ่งความเชื่อที่เจอบ่อยคือ ซิลิโคนเคลือบผิวจนผิวหายใจไม่ได้

ในความเป็นจริง ฟิล์มที่ไดเมทิโคนสร้างขึ้นนั้นเป็นฟิล์มที่ ยอมให้อากาศและไอน้ำผ่านได้ (Breathable / Gas Permeable) ไม่ได้ปิดผิวแบบซีลสนิท 100%

ดังนั้นภาพที่ว่าผิวถูก “ปิดทับจนหายใจไม่ออก” เป็นภาพที่เกินจริงไปจากหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ปัจจุบัน

4. ประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม

ในมุมของสิ่งแวดล้อม ซิลิโคนรวมถึงไดเมทิโคนมักถูกตั้งคำถามเรื่องการย่อยสลายที่ใช้เวลานาน

  • ไดเมทิโคนถือว่าอยู่ในกลุ่มที่มี ความกังวลด้านสิ่งแวดล้อมน้อยกว่า ซิลิโคนชนิดวงแหวน (Cyclic Silicones) อย่าง D4, D5

  • มีการคาดการณ์ว่ามันสามารถถูกย่อยสลายได้ในดินหรือผ่านกระบวนการทางธรรมชาติบางอย่าง แต่อาจไม่ได้เร็วเท่าวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะ

ถ้าคุณให้ความสำคัญกับเรื่องความยั่งยืน ก็เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่สามารถนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจเลือกผลิตภัณฑ์ได้

5. การสะสมบนเส้นผม

สำหรับสายผมสวยนี่คือประเด็นที่ควรรู้

  • การใช้ผลิตภัณฑ์ผมที่มีไดเมทิโคนเข้มข้น หรือชนิดที่ ล้างออกยาก ติดต่อกันนานๆ อาจทำให้เกิดการสะสมเคลือบบนเส้นผมได้

  • ผลที่ตามมาอาจทำให้รู้สึกว่า ผมหนัก ลีบ แบน หรือไม่ค่อยเด้งตัว ในบางคน

  • วิธีรับมือคือ ใช้ แชมพูทำความสะอาดล้ำลึก (Clarifying Shampoo) เป็นครั้งคราว เพื่อช่วยขจัดสิ่งตกค้างบนเส้นผมและหนังศีรษะ

ไม่ได้แปลว่าต้องตัดขาด Dimethicone ไปเลย แค่บาลานซ์การใช้ และทำความสะอาดให้เหมาะสมก็เอาอยู่

6. กระแส “ปราศจากซิลิโคน (Silicone-Free)”

จะสังเกตว่าช่วงหลังมานี้มีหลายแบรนด์ออกไลน์ Silicone-Free โดยมักมีเหตุผลหลักๆ ดังนี้:

  • ความกังวลด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน

  • ความเชื่อเรื่องการอุดตันผิว แม้จะไม่ตรงกับหลักฐานวิทยาศาสตร์ทั้งหมด

  • ความรู้สึกส่วนตัวของผู้ใช้บางกลุ่มที่ทดลองแล้วรู้สึกว่าผิวหรือผมถูกใจสูตรที่ไม่มีซิลิโคนมากกว่า

สุดท้ายแล้วการเลือกใช้หรือหลีกเลี่ยง Dimethicone จึงเป็นเรื่องของ ความชอบส่วนบุคคล ผสมกับ ข้อมูลวิทยาศาสตร์ ที่เรายอมรับและให้ความสำคัญ

สรุปแบบคนรักผิวและผมควรรู้

  • Dimethicone คือซิลิโคนอเนกประสงค์ ที่ถูกใช้แพร่หลายในอุตสาหกรรมความงาม

  • จุดเด่นคือการสร้าง สัมผัสเนียนลื่น เกลี่ยง่าย ดูหรู ผิวและผมรู้สึกดีขึ้นทันทีที่ใช้

  • ทำหน้าที่ทั้ง ช่วยปกป้องผิว ลดการสูญเสียน้ำ ปรับสภาพเส้นผมให้ลื่นและเป็นเงา

  • มี ประวัติด้านความปลอดภัยยาวนาน และได้รับการยอมรับจากหน่วยงานกำกับดูแลหลายแห่งทั่วโลก

  • ความเชื่อเรื่อง “อุดตันรูขุมขน” หรือ “ผิวหายใจไม่ออก” มักเกินจริงเมื่อเทียบกับข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ในปัจจุบัน

  • อย่างไรก็ตาม คนที่กังวลเรื่อง การสะสมบนเส้นผม หรือให้ความสำคัญด้าน สิ่งแวดล้อม ก็สามารถเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับแนวทางของตัวเองได้

ท้ายที่สุด Dimethicone ไม่ได้เป็นทั้งฮีโร่ที่เพอร์เฟ็กต์ หรือวายร้ายอย่างที่ถูกกล่าวหาเสมอไป แต่เป็นเพียง เครื่องมือชิ้นหนึ่งในโลกความงาม ที่ถ้าเรารู้จักมันดีพอ ก็จะเลือกใช้ได้อย่างฉลาดและตรงกับความต้องการของผิวและเส้นผมเรามากที่สุด