เข้าใจภาพรวมแบบเร็ว ๆ ก่อนตัดสินใจ
ถ้าคุณลองคุมอาหาร ออกกำลังกาย จนรู้สึกว่า “พยายามสุดแล้วแต่น้ำหนักยังไม่ขยับ” ยาลดน้ำหนักแบบฉีดอาจเป็นตัวช่วยเสริมที่ทำให้เห็นผลได้จริง โดยเฉพาะ Zepbound และ Mounjaro ที่กำลังมาแรงมากในสายลดน้ำหนักและเบาหวาน
ทั้งสองตัวใช้สารออกฤทธิ์ตัวเดียวกันคือ tirzepatide แต่จุดประสงค์หลักและการอนุมัติจาก FDA ต่างกันชัดเจน ทำให้คนที่โฟกัสเรื่องน้ำหนักต้องคิดดี ๆ ว่าจะเลือกตัวไหนให้คุ้มและเหมาะกับสุขภาพตัวเองที่สุด
เพื่อให้ตัดสินใจง่ายขึ้น มาดูทีละประเด็นกันแบบไม่ต้องเป็นหมอก็เข้าใจได้
สรุป Key Point แบบสั้น ๆ
ทั้ง Zepbound และ Mounjaro ใช้สารออกฤทธิ์ tirzepatide ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นตัวรับ GIP และ GLP-1 คู่กัน ช่วยลดความอยากอาหารและควบคุมน้ำตาลในเลือด
Zepbound ได้รับการอนุมัติจาก FDA สำหรับการจัดการน้ำหนักเรื้อรังในผู้ใหญ่ที่น้ำหนักเกินหรืออ้วน
Mounjaro ได้รับอนุมัติสำหรับการรักษาโรคเบาหวานชนิดที่ 2 แต่มีผลลดน้ำหนักตามมา
งานวิจัยพบว่าเมื่อใช้ร่วมกับการปรับพฤติกรรมสุขภาพ ผู้ใช้สามารถลดน้ำหนักได้เฉลี่ย ประมาณ 15–22.5% ภายใน 72 สัปดาห์
Zepbound ถูกออกแบบและปรับโดสมาเพื่อการลดน้ำหนักโดยตรง ส่วน Mounjaro โฟกัสหลักที่การคุมระดับน้ำตาล แต่ทำให้น้ำหนักลดเป็นผลรอง
ผลข้างเคียงหลักที่พบบ่อยมักเป็นแบบชั่วคราว เช่น คลื่นไส้ ท้องผูก อ่อนเพลีย แต่ก็ยังมีความเสี่ยงที่พบได้น้อยอย่างตับอ่อนอักเสบหรือปัญหาต่อมไทรอยด์
Zepbound คืออะไร? เหมาะกับใคร?
Zepbound เป็นยาฉีดตามใบสั่งแพทย์ที่ FDA รับรองสำหรับการควบคุมน้ำหนักเรื้อรังโดยเฉพาะ เหมาะสำหรับผู้ใหญ่ที่
มีภาวะน้ำหนักเกินหรืออ้วน (BMI ตั้งแต่ 27 ขึ้นไป)
และมีปัญหาสุขภาพร่วม เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวานชนิดที่ 2 หรือคอเลสเตอรอลสูง
สารสำคัญที่อยู่ใน Zepbound คือ tirzepatide ซึ่งออกฤทธิ์โดยกระตุ้นตัวรับฮอร์โมนในลำไส้ 2 กลุ่มหลักคือ
GIP (glucose-dependent insulinotropic polypeptide)
GLP-1 (glucagon-like peptide-1)
ฮอร์โมนกลุ่มนี้ช่วย:
กดความอยากอาหาร
ทำให้กินได้น้อยลงโดยไม่รู้สึกทรมานเท่าเดิม
ช่วยควบคุมน้ำตาลในเลือดให้เสถียรขึ้น
Zepbound เป็นยาฉีดใต้ผิวหนัง สัปดาห์ละครั้ง และมักถูกใช้ร่วมกับ
การจำกัดแคลอรี
การเพิ่มการเคลื่อนไหวหรือออกกำลังกาย
เพื่อให้การลดน้ำหนัก ยั่งยืน ไม่ใช่ลดฮวบแล้วเด้งกลับเร็ว
Mounjaro คืออะไร? จุดเด่นจริง ๆ อยู่ตรงไหน
Mounjaro เป็นยาฉีดตามใบสั่งแพทย์ที่ FDA อนุมัติให้ใช้รักษาโรคเบาหวานชนิดที่ 2 เป็นหลัก และใช้สารออกฤทธิ์ตัวเดียวกับ Zepbound คือ tirzepatide เช่นกัน
โฟกัสสำคัญของ Mounjaro คือ
เพิ่มการหลั่งอินซูลิน
ชะลอการระบายอาหารออกจากกระเพาะ
ลดการสร้างกลูคากอน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ทำให้น้ำตาลในเลือดสูงขึ้น
ผลพลอยได้จากกลไกเหล่านี้คือ
ความอยากอาหารลดลง
อิ่มนานขึ้น
น้ำหนักตัวค่อย ๆ ลดลง
แม้ตอนแรก Mounjaro จะถูกใช้เพื่อคุมเบาหวาน แต่ก็เริ่มได้รับความนิยม ใช้แบบนอกข้อบ่งใช้เพื่อลดน้ำหนัก เพราะมีผลต่อระบบเผาผลาญและความอยากอาหารค่อนข้างชัดเจน
กลไกการทำงาน: ทำไมถึงช่วยลดน้ำหนักได้จริง
หัวใจหลักของยาทั้งสองคือ tirzepatide ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นตัวรับ GIP และ GLP-1 แบบคู่ หรือที่หลายคนเรียกกันง่าย ๆ ว่า “dual agonist” ของฮอร์โมนในลำไส้
สิ่งที่เกิดขึ้นในร่างกายคือ:
รู้สึกอิ่มเร็วขึ้น แม้จะกินในปริมาณน้อยลง
อิ่มนานขึ้น เพราะการย่อยและการระบายอาหารออกจากกระเพาะช้าลง
การตอบสนองต่ออินซูลินดีขึ้น ทำให้จัดการระดับน้ำตาลในเลือดได้ง่ายขึ้น
ผลลัพธ์รวม ๆ คือ
กินน้อยลงแบบไม่ฝืนมาก
น้ำตาลในเลือดนิ่งขึ้น
การลดน้ำหนักเกิดขึ้นได้จริงเมื่อจับคู่กับการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต
Zepbound vs Mounjaro: ต่างกันตรงไหน?
แม้จะใช้สารออกฤทธิ์ตัวเดียวกัน แต่สิ่งที่ทำให้ทั้งสองตัวแตกต่างกันชัดเจนคือ ข้อบ่งใช้ การตลาด และการออกแบบโดส
การอนุมัติจาก FDA และข้อบ่งชี้
Zepbound
- ได้รับการรับรองจาก FDA สำหรับ
การควบคุมน้ำหนักเรื้อรังในผู้ใหญ่ที่อ้วนหรือน้ำหนักเกิน (BMI ≥30 หรือ ≥27 ร่วมกับโรคร่วม เช่น ความดันโลหิตสูง)
การรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับแบบอุดกั้นระดับปานกลางถึงรุนแรงในผู้ใหญ่ที่มีภาวะอ้วน
Mounjaro
ได้รับการอนุมัติจาก FDA สำหรับ รักษาโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ร่วมกับการควบคุมอาหารและการออกกำลังกาย
การใช้เพื่อลดน้ำหนักมักเป็น ประโยชน์รอง หรือใช้แบบนอกข้อบ่งใช้ ตามดุลยพินิจของแพทย์
รูปแบบการใช้ยาและการบริหาร
ทั้งสองตัวเป็น ยาฉีดสัปดาห์ละครั้ง ใต้ผิวหนัง โดยมีระดับโดสใกล้เคียงกัน (ตั้งแต่ 2.5 มก. ไปจนถึงประมาณ 15 มก.)
ถ้าใช้ Zepbound แพทย์มักจะ
ใส่ยาเข้าไปในโปรแกรมควบคุมน้ำหนักแบบครบวงจร
ปรับร่วมกับโภชนาการ การออกกำลังกาย และการติดตามผลอย่างสม่ำเสมอ
ถ้าใช้ Mounjaro โฟกัสหลักจะเป็น
การคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้ดีขึ้น
ส่วนการลดน้ำหนักจะตามมาหลังการคุมเบาหวานได้เสถียร
ผลลัพธ์การลดน้ำหนัก: ใครทำได้ดีกว่า?
มีการศึกษาแบบสุ่มควบคุมด้วยยาหลอก 2 การทดลอง รวมผู้เข้าร่วมกว่า 3,400 คนที่มีภาวะอ้วน และติดตามผลยาวถึง 72 สัปดาห์ โดยดูทั้ง Zepbound และ Mounjaro
ตัวชี้วัดหลักคือ
เปอร์เซ็นต์น้ำหนักตัวที่เปลี่ยนแปลงโดยเฉลี่ย
จำนวนผู้ป่วยที่สามารถลดน้ำหนักได้อย่างน้อย 5% หรือมากกว่า จากน้ำหนักตั้งต้นจนถึงสัปดาห์ที่ 72
ผลที่พบคือ
- ทั้งสองยาช่วยให้
ลดความอยากอาหาร
ลดปริมาณอาหารที่กินเข้าไป
ลดไขมันตัวได้อย่างมีนัยสำคัญ
โดยเฉลี่ย ผู้เข้าร่วมสามารถลดน้ำหนักได้ประมาณ 15–22.5% ของน้ำหนักตัว ขึ้นกับขนาดยาและระยะเวลาการรักษา
ระดับการลดน้ำหนักนี้ มากกว่ายอดนิยมอย่าง Ozempic หรือ Wegovy ในหลายการศึกษา
ตัวเลขน่าสนใจจากงานวิจัย
ในงานวิจัยที่มีอำนาจการทดสอบเพียงพอ พบว่า
ผู้ใช้ Zepbound บางรายสามารถลดได้เฉลี่ยสูงถึง ประมาณ 22.5% ของน้ำหนักตัว
ผู้ที่ใช้ Mounjaro แบบนอกข้อบ่งใช้เพื่อการลดน้ำหนัก ให้ผลลัพธ์ใกล้เคียงกัน แต่ตัวเลขอาจต่างกันไปตามขนาดยา และระยะเวลาที่ใช้จริง
อย่างไรก็ตามต้องเข้าใจบริบทว่า
สูตรโดสและการออกแบบโปรโตคอลของ Zepbound ถูกจูนมาเพื่อการลดน้ำหนัก เป็นหลัก
ส่วน Mounjaro ถูกออกแบบโดยเน้นการควบคุมโรคเบาหวาน แล้วน้ำหนักลดตามมาเป็นโบนัส
ราคา Zepbound vs Mounjaro ในมาเลเซีย
ถ้าคุณอยู่ในมาเลเซีย ราคาจะขึ้นอยู่กับ
คลินิกหรือโรงพยาบาล
แพ็กเกจการรักษา
ประกันสุขภาพ
ขนาดยาและระยะเวลาที่ใช้
ภาพรวมราคาต่อเดือนประมาณ:
Zepbound: ราว ๆ 1,800–3,000 ริงกิต/เดือน
Mounjaro: ประมาณ 1,800–6,000 ริงกิต/เดือน
บางคลินิกอาจรวมบริการอื่น ๆ เช่น
ปรึกษาแพทย์เชิงลึก
วางแผนโภชนาการเฉพาะบุคคล
ติดตามผลต่อเนื่อง
ซึ่งอาจทำให้ราคาดูสูงขึ้น แต่แลกกับการดูแลแบบครบวงจรและโอกาสสำเร็จที่มากกว่า
ผลข้างเคียงและความปลอดภัย: ต้องระวังอะไรบ้าง?
เพราะทั้ง Zepbound และ Mounjaro ใช้กลไกฮอร์โมนคล้ายกัน ผลข้างเคียงจึงใกล้เคียงกันด้วย
ผลข้างเคียงที่พบได้บ่อย (มักเป็นชั่วคราว):
คลื่นไส้
ท้องผูก
อ่อนเพลีย
ปวดท้อง หรือแน่นท้อง
การจัดการมักทำได้โดย
เริ่มยาในขนาดต่ำ แล้วค่อย ๆ ไต่โดสขึ้นทีละระดับ
ให้ร่างกายมีเวลา “ทำความคุ้นเคย” กับยา
ผลข้างเคียงที่รุนแรง (แม้จะพบไม่บ่อย) อาจรวมถึง:
ตับอ่อนอักเสบ
ปัญหาถุงน้ำดี
เนื้องอกซีเซลล์ของต่อมไทรอยด์ (พบได้น้อยมากในมนุษย์จากข้อมูลปัจจุบัน)
แนวทางลดความเสี่ยงและช่วยให้ร่างกายรับยาได้ดีขึ้น:
กินมื้อเล็กลง แต่บ่อยขึ้น
เลี่ยงอาหารมันจัด หรือย่อยยาก
ดื่มน้ำให้เพียงพอ
หากมีอาการผิดปกติ เช่น ปวดท้องรุนแรง คลื่นไส้มาก อาเจียนบ่อย ควรรีบปรึกษาแพทย์ ไม่ควรฝืนทน
ใครที่ควรพิจารณาใช้ Zepbound หรือ Mounjaro?
โดยภาพรวม ยาทั้งสองกลุ่มนี้เหมาะกับคนที่
มีปัญหาน้ำหนักหรือเบาหวานจนเริ่มกระทบสุขภาพ
ลองวิธีคุมอาหาร ออกกำลังกายเองมาระดับหนึ่งแล้ว แต่ยังควบคุมน้ำหนักหรือน้ำตาลในเลือดได้ไม่ดีพอ
กลุ่มที่มักได้รับพิจารณา:
Zepbound
ผู้ใหญ่ที่มี BMI ≥30
หรือ BMI ≥27 ร่วมกับโรคร่วม เช่น ความดันสูง ไขมันสูง หรือภาวะที่เกี่ยวข้องกับน้ำหนักเกิน
Mounjaro
ผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ต้องการคุมระดับน้ำตาลให้ดีขึ้น
และถ้ามีน้ำหนักเกินอยู่แล้วก็จะได้ผลลดน้ำหนักเป็นโบนัส
สิ่งสำคัญคือ ยาทั้งสอง ไม่ใช่ตัวยาวิเศษ ที่ฉีดแล้วผอมทันที แต่เป็นตัวช่วยทรงพลังที่จะทำงานได้ดีที่สุดเมื่อ
ควบคุมอาหารอย่างเหมาะสม
เพิ่มการเคลื่อนไหวหรือออกกำลังกาย
ปรับวิถีชีวิตระยะยาว
ให้มองมันเป็น ตัวช่วยเสริมเครื่องมือ ไม่ใช่คำตอบเดียวของการลดน้ำหนัก
FAQ: คำถามที่เจอบ่อยเกี่ยวกับ Zepbound และ Mounjaro
Zepbound กับ Mounjaro ถือว่าเป็นยาตัวเดียวกันไหม?
ในทางเทคนิค ใช้สารออกฤทธิ์เดียวกัน วิธีการฉีด และช่วงของขนาดยาคล้ายกันมาก แต่
Zepbound ได้รับการอนุมัติให้ใช้สำหรับการควบคุมน้ำหนักเรื้อรัง
Mounjaro ได้รับการอนุมัติให้ใช้สำหรับการจัดการโรคเบาหวานชนิดที่ 2
ดังนั้น วัตถุประสงค์หลักและฉลากการใช้จึงต่างกัน
Zepbound แพงกว่า Mounjaro ไหม?
โดยทั่วไป Zepbound มักมีราคาสูงกว่าเล็กน้อย เพราะถูกวางตำแหน่งและกำหนดโดสเฉพาะทางสำหรับการลดน้ำหนักโดยตรง อย่างไรก็ตามราคาจริงขึ้นอยู่กับ
ประเทศและเมืองที่คุณอยู่
คลินิกที่ไปใช้บริการ
ประกันสุขภาพ และโปรแกรมที่คุณเลือก
ใช้ Zepbound แทน Mounjaro ได้ไหม?
มีโอกาสเป็นไปได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น แพทย์จะเป็นคนประเมินว่า
โปรไฟล์สุขภาพของคุณเหมาะกับตัวไหนมากกว่า
มีโรคร่วมอะไรบ้าง
ประกันคุ้มครองแบบใด
ห้ามสลับยาเองโดยไม่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
ยาตัวไหนผลข้างเคียงน้อยกว่ากัน?
คำตอบคือ ขึ้นกับแต่ละคน
บางคนเล่าประสบการณ์ว่า ใช้ Mounjaro ช่วงแรกมีอาการคลื่นไส้มากกว่า
บางคนตอบสนองกับ Zepbound ได้ดีกว่า
โดยส่วนใหญ่ อาการข้างเคียงมักจะ ค่อย ๆ ดีขึ้นเมื่อร่างกายเริ่มชินกับยา หากมีอาการมาก แพทย์อาจปรับโดสหรือปรับวิธีใช้ร่วมกับอาหาร
ถ้าโฟกัสแค่ลดน้ำหนัก อะไรดีกว่า?
ถ้าเป้าหมายหลักคือ ลดน้ำหนักเพียว ๆ และคุณเข้าเกณฑ์ด้านสุขภาพ:
Zepbound จะตอบโจทย์มากกว่า เพราะถูกออกแบบ ปรับโดส และศึกษามาเพื่อการจัดการน้ำหนักโดยตรง
แต่ถ้าคุณเป็น เบาหวานชนิดที่ 2 และต้องคุมระดับน้ำตาลเป็นหลัก
Mounjaro มักจะยังเป็นตัวเลือกแรก แล้วการลดน้ำหนักถือเป็นข้อดีเสริม
ใช้ Zepbound 3 เดือน ลดได้ประมาณเท่าไหร่?
จากข้อมูลการทดลองทางคลินิก พบว่าผู้ใช้บางส่วนสามารถ
ลดได้ราว ๆ 10–15% ของน้ำหนักตัวภายในประมาณ 12 สัปดาห์ (3 เดือน)
แต่ต้องเน้นว่า
ผลลัพธ์จริงของแต่ละคนอาจต่างกัน
ขึ้นอยู่กับขนาดยาที่ใช้
การปรับอาหาร การออกกำลังกาย และวินัยในระยะยาว
สรุป: จะเลือกตัวไหนดีให้คุ้มกับสุขภาพตัวเอง
ทั้ง Zepbound และ Mounjaro เปลี่ยนมุมมองของเราเรื่องการลดน้ำหนักและสุขภาพเมตาบอลิซึมไปค่อนข้างมาก พวกมันไม่ได้เป็นแค่ยาลดน้ำหนักธรรมดา แต่คือเครื่องมือทางการแพทย์ที่ช่วยให้คนที่เคยลดไม่ลง เริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงได้จริง
เวลาต้องเลือกไม่ควรดูแค่
ราคาต่อกล่อง
หรือชื่อยาที่กำลังเป็นกระแส
แต่ควรดูว่า
ร่างกายของคุณตอนนี้ต้องจัดการอะไรเป็นหลัก? น้ำหนัก? เบาหวาน? หรือทั้งสองอย่าง?
มีโรคร่วมอะไรบ้างที่ต้องระวัง?
สามารถปรับพฤติกรรมการกินและการใช้ชีวิตควบคู่ไปด้วยได้จริงแค่ไหน?
การปรึกษาแพทย์ที่เข้าใจทั้งเรื่องเบาหวานและการจัดการน้ำหนักเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะจะช่วยวางแผนแบบ รายบุคคล ให้เหมาะกับ
ประวัติสุขภาพของคุณ
ไลฟ์สไตล์ที่คุณใช้จริงในชีวิตประจำวัน
เป้าหมายการลดน้ำหนักที่เป็นไปได้และยั่งยืน
สุดท้าย ยาฉีดจะทรงพลังแค่ไหน ก็ยังเป็นเพียง “ตัวช่วย” ส่วนตัวหลักที่เปลี่ยนหุ่นและสุขภาพในระยะยาว ยังคงเป็น ตัวคุณเองในทุกมื้อที่เลือกกิน และทุกวันซึ่งตัดสินใจขยับตัวให้มากขึ้น นั่นแหละคือสูตรลับการลดน้ำหนักที่ยั่งยืนจริง ๆ

