รับแอปรับแอป

บาลายาจเองที่บ้านแบบมือโปร: คู่มือเต็มจากเลือกสีจนแก้พลาด

ชานนท์ บุญส่ง01-31

บาลายาจที่บ้าน ทำได้จริงหรือ?

Balayage ไม่ได้ยากอย่างที่คิดเลย แค่คุณมีเวลา ใจเย็น และทำตามขั้นตอนอย่างถูกต้อง คุณก็เปลี่ยนลุคผมธรรมดาให้ดูแพงขึ้นแบบซาลอนได้ที่บ้าน

เทคนิคนี้คือการปัดสีลงบนเส้นผมแบบสุ่มเล็กน้อย ให้เหมือนเส้นผมถูกแดดจูบอย่างเป็นธรรมชาติ การไล่เฉดจะดูนุ่ม ละมุน ไม่เป็นขอบแข็ง

กุญแจสำคัญของบาลายาจที่บ้านคือการเลือกเฉดสีให้ถูก และทำตามขั้นตอนอย่างมีสติ ไม่เร่ง ไม่ลัด

Balayage คืออะไร ต่างจาก Ombre กับ Shatush ยังไง?

Balayage คือเทคนิคการย้อมที่เน้นการทำให้ช่วงความยาวผมสว่างขึ้น เพื่อสร้างมิติและคอนทราสต์บนเส้นผม โดยไม่ย้อมจากโคนทั้งหมด

  • ใน shatush มักจะทำให้ผมสว่างไม่เกินครึ่งความยาว

  • ใน balayage การทำให้สว่างจะเริ่มสูงขึ้นอีก และไล่เฉดแบบฟุ้ง ๆ

  • ใน ombre เส้นแบ่งระหว่างสีเข้มกับสีอ่อนจะชัดเจนกว่า จุดเปลี่ยนสีคงที่ และมักเล่นสีแฟชั่น เช่น ปลายชมพู ม่วง เป็นต้น

ข้อดี – ข้อเสียของบาลายาจ

ข้อดีที่ทำให้บาลายาจฮิตไม่เลิก

  • เข้ากับผมทุกความยาวและทุกสภาพผม ทั้งผมตรง ผมหยิก ผมหยักโศก ทำสวยได้หมด

  • ลุคดู สวยมีสไตล์ อ่อนเยาว์ แต่ยังดูแพง แมตช์กับเสื้อผ้าได้ทุกแนว

  • ช่วยให้ผมดูมีวอลลุ่มและเงาธรรมชาติ เหมาะมากสำหรับคนผมบาง ผมน้อย

  • โดยเฉพาะผมยาวและผมยาวปานกลาง ไม่ต้องเติมโคนบ่อย เอฟเฟกต์สวยนาน ผมสั้นอาจต้องเข้าซาลอนหรือปรับสีประมาณเดือนละครั้ง

  • ถ้าทำดี ๆ ลุคคุณจะเปลี่ยนไปแบบคนละคน Balayage สามารถยกระดับภาพรวมได้แบบชัดเจน

  • ไม่มีข้อจำกัดเรื่องอายุ ทำแล้วดูดีทั้งวัยรุ่นและวัยผู้ใหญ่

ข้อเสียที่ต้องรู้ก่อนลงมือ

  • การทำบาลายาจด้วยตัวเองให้เนียนสวย ต้องใช้ความอดทนสูง ใครใจร้อนอาจต้องคิดดี ๆ

  • แม้ทำกับช่างมืออาชีพก็ใช้เวลาหลายชั่วโมง ทำเองยิ่งช้า และถ้าไม่มีคนช่วยงานจะยากขึ้นมาก

เตรียมผมให้พร้อมก่อนย้อม

บาลายาจที่บ้านถือว่าเป็นงานละเอียด ถ้าจะทำเอง ต้องเตรียมผมให้ดีเสียก่อน

  • ฟื้นฟูปลายผมที่แห้งเสียให้ชุ่มชื้นขึ้น

  • ตัดปลายแตกออกก่อนลงสี

  • หลีกเลี่ยงการย้อมทับบนผมที่เพิ่งล้างใหม่ทันที เพราะจะเพิ่มความเสียหายโดยไม่จำเป็น

แม้จะทำเองได้ แต่ช่างมืออาชีพจะช่วยเลือกเฉดสี เทคนิค และควบคุมเวลาได้แม่นกว่า ถ้าผมคุณเสียอยู่แล้ว ยิ่งควรระวัง

อุปกรณ์ที่ต้องมีสำหรับทำบาลายาจ

ก่อนเริ่มลงมือ ลองเช็กลิสต์ของให้ครบ จะได้ไม่วิ่งหาของกลางคัน

อุปกรณ์พื้นฐานที่ควรเตรียม:

  • ถุงมือป้องกัน

  • กิ๊บ/คลิปแบ่งผม

  • หวีและหวีซี่ถี่/ซี่ห่าง

  • แปรงย้อมผม

  • ผงฟอก/ครีมฟอก หรือสีย้อมตามที่เลือก

  • ฟอยล์ (ถ้าต้องการควบคุมการฟอก)

  • ยางรัดผม

  • ภาชนะพลาสติกหรือแก้วสำหรับผสมสี (ห้ามใช้โลหะ)

  • ผ้าคลุมไหล่หรือบ่อพักน้ำ

  • แชมพู

  • บาล์ม/ครีมนวด

  • ผ้าขนหนู

เลือกสีบาลายาจให้เข้ากับโทนผิว

ก่อนซื้อสี ต้องรู้ก่อนว่าคุณอยู่ใน กลุ่มโทนสีอะไร เพื่อให้เฉดที่เลือกไม่ตีกันกับผิวและดวงตา

  • โทนฤดูใบไม้ผลิ – ตาสีน้ำตาลอ่อน เขียวอมฟ้า ผิวสว่างอมชมพู ผมสีอ่อน เหมาะกับเฉดอำพัน ข้าวสาลี น้ำผึ้ง เบจ คาราเมล และโทนขี้เถ้าอ่อน

  • โทนฤดูร้อน – ตาสีเทาอมเขียว น้ำตาล หรือน้ำเงิน ผมโทนขี้เถ้าหรือบลอนด์น้ำตาล ผิวโทนมะกอก เหมาะกับเฉดเย็น ปลายโทนไข่มุกหรือขี้เถ้า

  • โทนฤดูหนาว – ตาสีเทา ฟ้า ผิวซีด ผมดำหรือ น้ำตาลเข้ม เหมาะกับกาแฟ ช็อคโกแลต วอลนัท เกาลัดเข้ม มะเขือยาว แดงเข้ม เบอร์กันดี เอสเพรสโซ

  • โทนฤดูใบไม้ร่วง – ตาสีเขียว เทาน้ำเงิน น้ำตาลทอง ผิวโทนทอง ผมโทนแดง ควรเลือกเกาลัด ช็อคโกแลต บรอนซ์ คาราเมล ทองแดง และเฉดน้ำตาลอบอุ่น

เคล็ดลับ:

  • โทนทองแดงเข้ากับผมสีน้ำตาลอ่อนมาก

  • ผมสีเข้มสามารถเล่นกับสีแปลกตา เช่น น้ำเงิน ม่วง เหลือง ได้ แต่ควรลองคิดลุคโดยรวมให้ดี

วิธีทำบาลายาจสำหรับผมสั้น

ผมสั้นก็ทำบาลายาจได้สวย ไม่จำเป็นต้องมีสkillsขั้นเทพ แค่ทำตามขั้นตอนให้เป๊ะ

ของที่ต้องใช้:

  • หวีซี่ถี่

  • บ่อพักน้ำหรือผ้าคลุม

  • สเปรย์จัดทรง/สเปรย์ล็อกแข็ง

  • ผงฟอกหรือครีมฟอก

  • ภาชนะผสม

  • ผ้าขนหนู

  • แชมพู

  • ฟอยล์

  • แปรงย้อมสี

  • บาล์ม

วิธีทำทีละขั้น:

  1. หวีผมให้ตั้ง แล้วหวีย้อนให้ปลายผมฟูขึ้นมา

  2. ฉีดสเปรย์จัดทรงให้โครงผมอยู่ตัว

  3. ผสมผงฟอกหรือครีมฟอก

  4. ทาส่วนผสมลงบนฟอยล์ แล้วแนบฟอยล์ไปที่ปลายผม ระวังอย่าให้โดนโคน

  5. ทิ้งไว้ประมาณ 10–15 นาที (ดูเวลาที่ฉลากผลิตภัณฑ์)

  6. ลอกฟอยล์ออก แล้วล้างผมให้สะอาด

  7. ผสมสีย้อมเฉดที่ต้องการ

  8. ทาสีทับบนส่วนที่ฟอกให้สว่าง

  9. ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที

  10. ล้างออกด้วยแชมพู

  11. ลงบาล์มบำรุง

หมายเหตุ: เทคนิคนี้ใช้ได้สวยแม้กับทรงสั้นมาก เช่น บ๊อบสั้น บ๊อบเท นางฟ้า ฯลฯ

บาลายาจสำหรับผมยาวปานกลาง

ผมยาวระดับกลาง ยาวพอให้เล่นมิติสีได้ชัด แต่ไม่ยุ่งยากเท่าผมยาวมาก

ของที่ต้องใช้:

  • หวีซี่ห่าง

  • บ่อพักน้ำหรือผ้าคลุม

  • ยางรัดผมซิลิโคน

  • ผงฟอก/ครีมฟอก

  • ภาชนะผสม

  • ผ้าขนหนู

  • แชมพู

  • แปรงย้อม

  • ฟองน้ำ (เช่น ฟองน้ำล้างจานแบบใหม่สะอาด)

  • บาล์ม

ขั้นตอน:

  1. หวีผมให้เรียบ แบ่งผมเป็นช่อ ๆ แล้วมัดเป็นหางม้าด้วยยางซิลิโคน

  2. ผสมผงฟอกให้พร้อม

  3. ใช้ฟองน้ำทาส่วนผสมลงบนปลายหางม้า ไล่ลงจากยางลงไป

  4. เพื่อให้ขอบฟุ้ง ให้ใช้แปรงแตะขึ้นเหนือยางเล็กน้อย โดยตั้งแปรงให้ฉากกับเส้นผม

  5. ทิ้งไว้ 10–15 นาที หรือเท่าที่ระบุบนผลิตภัณฑ์

  6. ล้างส่วนปลายที่ฟอกด้วยน้ำ

  7. ผสมสีย้อม

  8. ลงสีทับบนส่วนที่ฟอกให้สว่าง

  9. ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที

  10. ตัดยางออกทั้งหมด

  11. ล้างผมด้วยแชมพู

  12. ตามด้วยบาล์มบำรุง

สำคัญ: อย่าทำบาลายาจบ่อยเกินไป ปีหนึ่งไม่ควรเกิน 4 ครั้ง เพื่อไม่ให้ผมพัง

บาลายาจสำหรับผมยาวมาก

ถ้าคุณเป็นสายผมยาวฟาดหลัง เทคนิคจะต่างออกไปเล็กน้อย เพราะต้องจัดการกับปริมาณผมที่มากขึ้น

ของที่ต้องใช้:

  • แปรงย้อม

  • หวีปลายแหลมสำหรับแบ่งช่อ

  • ผงฟอก/ครีมฟอก

  • ฟอยล์

  • ภาชนะผสม

  • ผ้าขนหนู

  • แชมพู

  • กิ๊บ/คลิปหนีบผม

  • บาล์ม

ขั้นตอนแบบละเอียด:

  1. หวีผมให้เรียบ

  2. ใช้หวีปลายแหลมแบ่งผมออกเป็นช่อ

  3. หนีบช่อที่ยังไม่ทำเก็บไว้

  4. ในแต่ละช่อ ให้เลือกเส้นย่อย ๆ หลายเส้น (กว้างไม่เกิน 2 ซม. ใกล้ใบหน้าควรบางกว่าประมาณ 0.5–1 ซม.)

  5. ผสมผงฟอก แล้วทาลงบนเส้นที่เลือก โดยถอยจากโคนราว 3–4 ซม.

  6. นวดสีเบา ๆ ให้ซึมเข้าเส้นผม

  7. พันเกลียวด้วยฟอยล์

  8. ทำซ้ำในทุกส่วนของศีรษะ

  9. ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที

  10. แกะฟอยล์และล้างออก

  11. ในลำดับเดิม ใช้สีย้อมลงบนส่วนที่ฟอกสว่าง เริ่มจากปลายแล้วค่อย ๆ ไล่ขึ้น ใช้วิธีปัดเบา ๆ เพื่อสร้างเอฟเฟกต์ฟุ้ง

  12. ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที

  13. ล้างออกด้วยแชมพู

  14. ลงบาล์มบำรุง

คำแนะนำ: ถ้าผมหนามาก ใช้ฟองน้ำทาสีจะควบคุมง่ายกว่าแปรง ส่วนผมบางใช้แปรงจะให้ผลที่เนียนกว่า

สไตล์บาลายาจยอดนิยม

ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา เทคนิคบาลายาจมีการพัฒนาและแตกแขนงออกเป็นหลายสไตล์ เพื่อให้เข้ากับคาแรกเตอร์และรูปหน้าแต่ละคน

รูปแบบยอดนิยม เช่น:

  • บาลายาจที่ปลายเท่านั้น – เหมาะกับคนที่ยังไม่กล้าเปลี่ยนเยอะ แต่อยากได้ลูกเล่นเบา ๆ

  • บาลายาจแบบสว่างนุ่ม ๆ – ให้ผมดูมีวอลลุ่ม หน้าดูสดใสขึ้น เส้นผมช่วยเฟรมใบหน้าให้ชัดขึ้น

  • บาลายาจอสมมาตร – เพิ่มวอลลุ่มและคาแรกเตอร์ เหมาะกับผมยาวปานกลางถึงยาว ถ้าผมสั้น อาจต้องใช้หน้าม้าหรือเลเยอร์เฉียงช่วย

  • บาลายาจเส้นขอบชัด – เลือกโดยคนที่อยากให้ลอนผมเป็นลายชัด ชูโครงหน้าและเมคอัพ

  • บาลายาจเฟรมใบหน้า – เน้นเสน่ห์บนใบหน้าด้วยการทำสีรอบกรอบหน้า ช่วยลดความแข็งของโครงหน้า เช่น คางใหญ่ หน้าผากกว้าง

เทรนด์สีบาลายาจมาแรง

หนึ่งในเทรนด์ที่มาแรงคือการย้อมปลายผมเข้มด้วยสี นีออนสด เช่น น้ำเงินจัด ม่วงอมฟ้า เขียวจัด เหมาะมากกับผมพื้นสีเข้ม เพราะสีจะเด้งชัด

แต่สำหรับผมสีน้ำตาลอ่อนหรือผมแดงก็ยังเล่นบาลายาจได้ เพียงแค่เลือกโทนให้ต่างจากสีพื้นอย่างพอดี ไม่ให้หลอมรวมจนหายไป

ตัวอย่างการจับคู่เฉดสี:

  • ผมสีน้ำตาล: ใช้เฉดข้าวสาลีทอง น้ำผึ้ง คาราเมล หรือโทนแดงเข้ม/แดงสดเพื่อเพิ่มมิติ

  • ผมบลอนด์หรือแดง: การฟอกให้สว่างอาจไม่เห็นความต่างมาก แนะนำให้เลือกโทนที่เข้มขึ้น เช่น แพลตตินัมหม่น หรือเกาลัดอ่อน

  • ผมดำหรือเข้มมาก: เล่นกับเฉดน้ำผึ้ง ทอง และคาราเมล จะได้คอนทราสต์สวยชัด

บางคนเลือกใช้สีแฟชั่นจัด ๆ อย่างม่วงสด เขียวสะท้อนแสง หรือแดงจัด ๆ ถ้าจะลองแนวนี้ควรคิดดี ๆ และถ้าทำถาวรควรปรึกษาช่างก่อน

วิธีลด-ล้างสีให้ผมนุ่ม ไม่พัง

ถ้าฟอกแล้วผมออกเหลืองจัด ไม่สวยแพงอย่างที่คิด คุณสามารถใช้เทคนิคโทนสีม่วงช่วยบาลานซ์ได้

ของที่ต้องใช้:

  • บาล์มปรับสีผมโทนม่วง (เช่น โทนเนอร์สีม่วง)

  • ครีมนวดหรือบาล์มปกติ

วิธีใช้:

  • ผสมบาล์มม่วงกับบาล์มธรรมดาในอัตรา 1:1

  • ทาลงบนผม ทิ้งไว้ 3–5 นาที

  • ล้างออกให้สะอาด

ข้อควรระวัง:

  • ต้องแน่ใจว่าบาล์มเป็น สีม่วงจริง ๆ ไม่ใช่น้ำเงิน เพราะน้ำเงินล้วนอาจทำให้ผมติดเขียวได้

  • ถ้าไม่มั่นใจ ให้ลองทาบนเส้นผมเพียงหนึ่งช่อก่อน เพื่อเช็คเวลาและความเข้มของสี

หลังล้างสี ควรใช้แชมพูสูตรอ่อนโยนและครีมนวดบำรุง หลีกเลี่ยงการเป่าด้วยลมร้อนจัด ถ้าจำเป็นให้ใช้ลมอุ่นเบา ๆ หรือปล่อยแห้งเองจะดีที่สุด

บาลายาจแบบหลายเฉด (2 สีขึ้นไป)

ถ้าคุณรักการทดลองและมีผมยาว เทคนิคบาลายาจหลายเฉดจะให้ลุคที่เป็นเอกลักษณ์มาก

หลักการคร่าว ๆ:

  1. แบ่งผมเป็นช่อ ๆ ตามเอฟเฟกต์ที่ต้องการ

  2. เลือกความยาวที่ต้องการลงโทนแรก แล้วแยกส่วนนี้ออกด้วยยางหรือกิ๊บ

  3. ลงเฉดที่สว่างที่สุดหรือเข้มที่สุดก่อน ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที แล้วล้างออก

  4. เป่าให้แห้งเล็กน้อย แล้วยกความยาวขึ้นมาอีกระดับเพื่อทาโทนถัดไป แบ่งเส้นเป็น 2–3 ส่วน ไม่ต้องทำเส้นแบ่งแข็ง

  5. ทาโทนที่สอง ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที แล้วล้างออก

  6. ทำซ้ำขั้นตอนเดิมสำหรับโทนสุดท้าย พยายามเว้นโคนผมไว้ และไล่สีให้ฟุ้ง

แก้ปัญหาสีเหลือง สีเขียว และเฉดเพี้ยน

หลังฟอกผม มักจะเจอปัญหาสีเหลือง สีส้ม หรือสีเพี้ยนได้ง่าย โชคดีที่เรามีตัวช่วย

ถ้าผมยังเหลือง:

  • ใช้แชมพูม่วง บาล์มม่วง หรือโทนเนอร์สำหรับลดเหลือง

  • วิธีใช้คล้ายที่อธิบายไปแล้ว: ผสมบาล์มม่วงกับบาล์มธรรมดา 1:1 ทิ้งไว้ 3–5 นาทีแล้วล้างออก

เช็คให้ชัวร์:

  • เปิดดูสีบาล์มก่อนซื้อ ต้องเป็นโทนม่วงหรือม่วงเข้ม ไม่ใช่น้ำเงิน

  • ลองบนช่อเล็ก ๆ ก่อนเสมอ เพื่อเช็คเวลาที่เหมาะสมและระดับสีไม่ให้เข้มเกินไป

ถ้าเบื่อบาลายาจ อยากกลับไปโทนเดียว

มีวันที่เรารู้สึกว่า ไฮไลต์ทั้งหมดมันเยอะไป อยากกลับไปสีเรียบ ๆ ก็ทำเองได้ที่บ้าน

ของที่ต้องเตรียม:

  • ชุดย้อมผมสีเดียวตามเฉดที่ต้องการ (อาจต้องมากกว่า 1 กล่องถ้าผมยาว)

  • อุปกรณ์ย้อมผมมาตรฐาน

  • ความอดทน เพราะต้องทำซ้ำหลายรอบให้เม็ดสีเกาะ

ควรเลือกสีย้อมที่ แอมโมเนียต่ำ เพื่อลดความเสียหาย เพราะผมฟอกมาแล้วบอบบางอยู่แล้ว

หลักการสำคัญ: การฟอกคือการดึงเม็ดสีออก ถ้าจะย้อมกลับ ต้อง “อัด” เม็ดสีใหม่กลับเข้าไปในเส้นผม เพราะฉะนั้น การย้อมครั้งเดียวมักไม่พอ ต้องย้อมซ้ำทุกสัปดาห์ประมาณ 3–4 ครั้งให้สีติดแน่น

ขั้นตอนครั้งแรก:

  1. เริ่มลงสีจากปลายที่ฟอกก่อน แล้วไล่ขึ้นไปเกือบถึงโคน ทิ้งไว้ 10 นาที จากนั้นหวีเบา ๆ เพื่อกระจายสี

  2. ค่อยลงสีที่โคนผม ให้สีสม่ำเสมอ ทิ้งไว้ 30–40 นาที

  3. ล้างออกด้วยน้ำอุ่นและแชมพู

  4. ลงบาล์มสำหรับผมเสีย/ผมทำสี

ครั้งต่อ ๆ ไป:

  • ทำเหมือนเดิม แต่เน้นเฉพาะส่วนที่ฟอก ไม่ต้องลงซ้ำที่โคน เวลาทิ้งสี 20–30 นาที

เมื่อไหร่ไม่ควรทำบาลายาจเอง?

ข้อห้ามสำคัญ:

  • ถ้าผมของคุณผ่านการฟอกบ่อย ๆ ย้อมถี่ ๆ

  • มีผมหงอกจำนวนมากแต่ผ่านเคมีหนักมาหลายรอบ

  • ผมแห้ง แตกหักง่าย ดูไร้น้ำหนัก

ในเคสแบบนี้ การย้อมเองที่บ้านเสี่ยงทำให้ผมขาดร่วงหนักกว่าเดิม ทางที่ดีกว่าคือปรึกษาช่างมืออาชีพให้ช่วยเลือกวิธีทำสีที่อ่อนโยนและวางแผนฟื้นฟูผมไปพร้อมกัน

การดูแลผมหลังทำบาลายาจ

ผมที่ผ่านการฟอกและย้อมต้องการการดูแลมากกว่าปกติ ถ้าอยากให้สีสวยและผมไม่พัง ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ

หลักการดูแลสำคัญ:

  • ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงอย่างสม่ำเสมอ เช่น มาสก์ บาล์ม ครีมนวด น้ำมัน เซรั่ม ที่มีคอลลาเจน โปรตีน หรือซิลิโคนเพื่อเคลือบเส้นผม

  • ถ้าจำเป็นและหลังปรึกษาแพทย์ อาจทานวิตามินบำรุงผมร่วมด้วย

  • เลือกแชมพูและผลิตภัณฑ์ดูแลสำหรับผมทำสีหรือผมบลอนด์ ซึ่งมักมีส่วนผสมช่วยลดความเหลือง

  • ใช้ผลิตภัณฑ์ปรับโทนสีม่วง/เงินเมื่อสีเริ่มเหลือง

ควรลดการใช้ความร้อนจากไดร์ รีดผม หรือเครื่องม้วน ถ้าต้องใช้ ให้ฉีดสเปรย์ป้องกันความร้อนก่อนทุกครั้ง และใช้โหมดลมเย็นหรืออุ่นอ่อน ๆ แทน

การทำบาลายาจช่วยให้คุณดูมีสไตล์แบบเป็นตัวเองได้ โดยไม่ต้องเข้าซาลอนบ่อย แต่แลกมากับวินัยในการดูแลผมหลังทำ

ถ้าทำออกมาไม่ตรงใจ แก้ยังไงดี?

ทำเองที่บ้านแล้วไม่เป๊ะอย่างที่คิด ยังพอมีทางแก้ได้

  • สีอ่อนขึ้นไม่พอ / ยังเข้มเกิน: สามารถฟอกซ้ำได้อีกครั้ง แต่ลดเวลาเหลือประมาณ 5–10 นาที และต้องเช็คผมบ่อย ๆ

  • อยากได้เข้มกว่านี้: ลงสีย้อมโทนที่ต้องการทับ ทิ้งไว้ 5–10 นาที

  • อมเหลืองเกินไป: ใช้บาล์ม/โทนเนอร์ม่วงตามวิธีที่อธิบายไปแล้ว

  • ผมติดเขียว: ใช้เม็ดสีแดงช่วยหักล้าง เช่น สีย้อมโทนทองแดง ทิ้งไว้ราว 10 นาทีแล้วล้างออก

ทริกจากมุมมองสายผมตัวจริง

  • บาลายาจโทนอ่อนสวยที่สุดบนผมหยิกหรือผมหยักโศก เพราะการเล่นแสงเงาจะเด่นกว่าผมตรง

  • หลังทำสี ผมจะอ่อนแรงและอาจเริ่มร่วงง่ายขึ้น ต้องบำรุงด้วยมาสก์ วิตามินบำรุงผม และครีมนวดคุณภาพดี

  • บาลายาจ ไม่จำเป็นต้องใช้ความร้อน ในขั้นตอน ลงสีและฟอกแบบอุณหภูมิห้องก็พอ การใช้ความร้อนจะทำให้ผมเสียมากขึ้น

  • ถ้าเป็นไปได้ ใช้ผลิตภัณฑ์ (สี มาสก์ แชมพู) จากแบรนด์เดียวกันหรือไลน์เดียวกัน เพื่อเลี่ยงสารที่ตีกันเอง

  • ทดสอบอาการแพ้ก่อนทุกครั้งบนผิวเล็ก ๆ และเส้นผมหนึ่งช่อ โดยเฉพาะคนผิวแพ้ง่าย

  • ใส่ถุงมือทุกครั้ง ขณะย้อมเพื่อป้องกันผิวมือจากสารเคมี

  • การเลือกเฉดสีควรดูทั้งโทนผิวและสีตา ถ้าตัดสินใจไม่ได้ ให้ช่างช่วยเลือกสีฐานที่ใกล้เคียงสีผมธรรมชาติที่สุด

  • บาลายาจไม่ใช่งานด่วน ใครจะทำเอง ถ้ามีเพื่อนช่วยแบ่งช่อย้อมด้านหลังศีรษะได้ จะช่วยให้ผลลัพธ์สวยกว่าเยอะ

  • ใช้เฉพาะสีที่เพิ่งผสมใหม่เท่านั้น อย่าปล่อยให้สีแห้งหรือตั้งทิ้งไว้นานเกินไปก่อนใช้

สรุปส่งท้าย: ทำเองดีไหม?

บาลายาจที่บ้าน ไม่ใช่เรื่องเป็นไปไม่ได้ ถ้าคุณมีเวลา อ่านขั้นตอนให้ครบ และไม่ใจร้อน คุณสามารถได้ลุคผมสวยระดับซาลอนได้จริง

แต่ถ้าผมคุณเสียอยู่แล้ว หรือยังไม่มั่นใจในสกิลตัวเอง การลงทุนไปให้มืออาชีพทำก็อาจคุ้มกว่าในระยะยาว เพราะผมเสียหนักแล้วกู้ยากกว่าจ่ายแพงตั้งแต่แรก

ความงามของผมไม่ได้อยู่ที่สีอย่างเดียว แต่อยู่ที่สุขภาพผมด้วย ก่อนจะลงมือทำเอง ให้ถามตัวเองเสมอว่า “พร้อมดูแลต่อไหม” ถ้าพร้อมแล้ว บาลายาจที่บ้านก็เป็นโปรเจกต์ความสวยที่สนุกและคุ้มค่ามากสำหรับสายรักเส้นผมทุกคน