รับแอปรับแอป

เช็กให้ชัวร์! 4 กลุ่มคนที่ยังไม่ควรรีบร้อยไหมปรับรูปหน้า Silhouette Soft

ชัยวัฒน์ ศรีคำ01-30

ใครๆ ก็อยากหน้าเป๊ะ…แต่ใช่ว่าทุกรายจะเหมาะกับ Silhouette Soft

การปรับรูปหน้าด้วยไหม Silhouette Soft เป็นหนึ่งในหัตถการยอดฮิตของสายหน้าเรียว กระชับ กรอบหน้าชัด เพราะช่วยทั้งเรื่อง ริ้วรอย ร่องลึก และความหย่อนคล้อยระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง ได้ดี

ถ้าทำถูกจุดและเลือกคนไข้เหมาะสม ผลลัพธ์คือใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้น สมดุลขึ้น ฟูลลุคดูสดใสกว่าเดิมแบบไม่ต้องผ่าตัด

แต่ความจริงคือ การร้อยไหม Silhouette Soft ไม่ได้เหมาะกับทุกคน การมีอายุตรงเกณฑ์อย่างเดียวไม่พอ โครงสร้างผิว เนื้อเยื่อใต้ผิว และสุขภาพผิวโดยรวม ล้วนเป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดผลลัพธ์

ต่อไปนี้คือ 4 ประเภทคนไข้ที่มัก “ยังไม่เหมาะ” กับการคอนทัวร์หน้าแบบร้อยไหม Silhouette Soft และแนวทางแก้เกมให้ผิวกลับมาอยู่ในจุดที่พร้อมมากขึ้น

1. ผิวหย่อนคล้อยมากเกินไป รองรับไหมไม่ไหว

ไหมร้อยถูกออกแบบให้วางอยู่ใต้ผิวหนัง แล้วยึดเกาะกับเนื้อเยื่อด้านล่างเพื่อ พยุงและยกผิวขึ้น ดังนั้นคนที่เหมาะมักเป็นกลุ่มที่มี

  • ความหย่อนคล้อยระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง

  • โครงสร้างผิวและเนื้อเยื่อใต้ผิวแข็งแรงพอ

แต่ถ้าคุณอยู่ในกลุ่มที่

  • ผิวหย่อนคล้อยมาก

  • มีผิวส่วนเกินชัดเจน

ผิวอาจ ไม่แข็งแรงพอจะรองรับไหมและแรงยก ทำให้ผลลัพธ์ไม่ชัด หรืออยู่ได้ไม่นาน อีกทั้งไหมร้อย ไม่สามารถทดแทนการผ่าตัดยกหน้า/ยกคอ และไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อจัดการผิวส่วนเกินโดยตรง

แนวทางจัดการสำหรับผิวที่หย่อนคล้อยมาก

ก่อนจะคิดถึงการร้อยไหม แพทย์มักเริ่มจากการ แก้สาเหตุของความหย่อนคล้อยรุนแรง ก่อน เช่น

  • การทำหัตถการ กระชับผิวแนวพลังงาน (เช่น เทคโนโลยีแนวเดียวกับ Ultherapy หรือ TempSure) เพื่อยกและกระชับผิวจากชั้นลึก

  • ผสานกับการใช้ ไบโอสติมูเลเตอร์แบบฉีด อย่าง Radiesse Plus หรือ Ellanse เพื่อ

    • ฟื้นฟูคอลลาเจนและอีลาสติน

    • ลดเลือนริ้วรอยและร่องลึก โดยเฉพาะร่องแก้มที่เห็นชัดเมื่ออายุมากขึ้น

สารเหล่านี้ช่วยกระตุ้นให้ผิวสร้างโครงสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้ผิวกลับมาแข็งแรงและหนาขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ เมื่อใช้ร่วมกับเทคโนโลยีอย่าง Ultherapy ผลการยกกระชับและความทนทานของผลลัพธ์จะดีขึ้นอย่างชัดเจน

ในบางเคส EMFace ยังเป็นตัวช่วยเสริมที่น่าสนใจ เพราะไม่ได้เน้นแค่ผิวด้านบน แต่ยังช่วย

  • เสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อใบหน้า

  • ปรับโครงสร้างและทิศทางการยกของใบหน้า

ทำให้ได้ผลที่ครอบคลุมกว่าการดูแลแค่ผิวชั้นบนเพียงอย่างเดียว

2. ผิวแก่ เหี่ยว และขาดคอลลาเจนอย่างหนัก

ผิวที่มีริ้วรอยชัด เหี่ยว บาง และขาดความยืดหยุ่น มักเกิดจากการ สูญเสียคอลลาเจนในผิวอย่างต่อเนื่อง เมื่อโครงสร้างผิวอ่อนแอมากๆ แม้ไหม Silhouette Soft จะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้บ้าง แต่ก็อาจ

  • ยกได้ไม่ชัด

  • รองรับผิวบางๆ ไม่ไหว

  • ทำให้ผลไม่เด่นหรืออยู่ได้ไม่นาน

พูดง่ายๆ คือถ้าผิวบาง เก่ามาก และมีริ้วรอยลึกจำนวนมาก ไหมอาจ ไม่มีฐานที่แข็งแรงพอให้ยึด เพื่อยกให้เห็นผลสวยๆ ตามที่คาดหวัง

วิธีฟื้นฟูผิวก่อนคิดจะยก

แพทย์มักวางแผนแบบ แก้ที่คุณภาพผิวก่อน ด้วยการเติมคอลลาเจนและอีลาสตินกลับเข้าไป เช่น

  • ใช้ ตัวช่วยฟื้นฟูผิวแนวไบโอรีโมเดลลิง/สกินบูสเตอร์ อย่าง Plinest เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมผิวที่เหมาะสม ผิวจะค่อยๆ ฟื้นกำลัง ฟู แข็งแรงขึ้น ซึ่งอาจต้องทำหลายครั้งเพื่อให้ได้ผิวที่ตอบสนองดี

อีกหนึ่งพระเอกคือ Sylfirm X ด้วยความสามารถในการ

  • ฟื้นฟู เยื่อฐาน (Basement membrane) ซึ่งคั่นระหว่างหนังกำพร้าและหนังแท้

  • ช่วยรีเซ็ตโครงสร้างผิวที่เสียหายจากอายุ แดด การอักเสบซ้ำๆ ฯลฯ

เมื่อเยื่อฐานแข็งแรงขึ้น จะช่วย

  • ลดความผิดปกติของหลอดเลือดผิว

  • กระตุ้นไฟโบรบลาสต์ให้สร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่

  • ทำให้เนื้อเยื่อแผลเป็นนุ่มลง

  • ช่วยฟื้นฟูผิวและลดการทำงานต่อมไขมันที่ผิดปกติ

เมื่อจับคู่ Sylfirm X + Plinest จะได้อะไรบ้าง

การทำงานผสานกันของสองหัตถการนี้สามารถช่วย

  • ฟื้นฟูคอลลาเจนและอีลาสติน ให้ผิวชุ่มชื้น แน่น และยืดหยุ่นขึ้น

  • เสริมสร้างสุขภาพผิวจากภายใน ผิวดูแข็งแรงขึ้นจริง ไม่ใช่แค่ดูดีชั่วคราว

  • จัดการปัญหาฝ้าและความผิดปกติของเม็ดสีบางประเภทตั้งแต่ต้นเหตุระดับโครงสร้างผิว

  • กระตุ้นการกระชับผิว เพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิวดูเฟิร์มขึ้น

  • ช่วยลดเลือนริ้วรอย รอยแผลเป็น และรอยแตกลายบางส่วน

  • ชะลอสัญญาณความแก่ในอนาคต

การผสมผสาน ตัวกระตุ้นและตัวฟื้นฟูผิว ก่อน จึงเป็นการปูพื้นผิวให้พร้อมมากขึ้น ก่อนคิดจะไปถึงขั้นยกด้วยไหม

3. คนหน้าอ้วน ไขมันเยอะ ใบหน้าดูหนัก

สำหรับคนที่มี ใบหน้ากลม เต็ม หรือมีไขมันบนใบหน้าค่อนข้างมาก การร้อยไหมเพียงอย่างเดียวมักไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุด เพราะ

  • ปริมาณไขมันใต้ผิวมากเกินไป ทำให้แรงยกของไหมทำงานได้ไม่เต็มที่

  • ใบหน้าอาจดูไม่คม ไม่ชัด แม้จะยกขึ้นเล็กน้อย

ในหลายเคส กลุ่มนี้มักเหมาะกับการ

  • ลดไขมันบนใบหน้า

  • หรือจัดโครงสร้างไขมันก่อน

มากกว่าการรีบร้อยไหมทันที

แนวทางสำหรับคนหน้าเต็ม/หน้าอ้วน

ทีมปรับรูปหน้าอาจวางแผนโดยโฟกัสไปที่ การจัดการไขมันส่วนเกินบนใบหน้า ก่อน เช่น

  • ใช้หัวฉีดเฉพาะทางอย่าง CoolMini หรือ SculpSure เพื่อช่วยลดไขมันเฉพาะจุด เช่น บริเวณเหนียงใต้คาง

  • ถ้ามีทั้งไขมันและความหย่อนคล้อยหรือรอยพับร่วมด้วย อาจปรับแผนด้วยการใช้
    • Ultherapy

    • TempSure

    • ร่วมกับ Sylfirm X

เพื่อช่วยยก กระชับ และฟื้นฟูผิวไปพร้อมกัน

อีกจุดที่มักถูกมองข้ามคือ กล้ามเนื้อใบหน้าที่อ่อนแรง ซึ่งทำให้ใบหน้าดูตก ดูหนักได้เช่นกัน ปัจจุบัน EMFace ถือเป็นหนึ่งในวิธีไม่ผ่าตัดที่น่าสนใจ เพราะช่วย

  • กระตุ้นคอลลาเจน

  • เสริมสร้างกล้ามเนื้อใบหน้าให้แข็งแรง คล้ายการฟิตกล้ามเนื้อร่างกาย

เมื่อกล้ามเนื้อใบหน้าแข็งแรงขึ้น จะช่วยยกและประคองผิว ทำให้หน้าดูยก กระชับ และลดลุคหย่อนคล้อยจากอายุได้ดี โดยเป็นการยกแบบ

  • ไม่ต้องผ่าตัด

  • แทบไม่ต้องพักฟื้น

  • ช่วยยกคิ้ว แก้ม ใบหน้าส่วนล่าง และลดริ้วรอยบางจุดไปพร้อมกัน

4. คนหน้าแบนเกินไป หรือสูญเสียปริมาตรใบหน้าอย่างเห็นได้ชัด

ตรงข้ามกับกลุ่มหน้าอ้วน คือกลุ่มคนที่ หน้าแคบ แบน หรือผอมมาก จนแทบไม่มีไขมันหรือเนื้อเยื่อใต้ผิวให้ไหมไปยึดเกาะ

ในกรณีนี้ แม้จะร้อยไหมก็อาจ

  • ยกได้ไม่เต็มที่

  • ทำให้ผลที่ได้ดูไม่สวยกลมกลืน

บางเคสอาจเหมาะกับการเพิ่มวอลุ่มมากกว่า เช่น

  • ฟิลเลอร์

  • การเติมไขมันตัวเอง

แต่ก็ใช่ว่าฟิลเลอร์จะเหมาะกับทุกใบหน้าที่ผอมเสมอไป จำเป็นต้องประเมินอย่างละเอียด

แผนฟื้นสมดุลสำหรับคนหน้าแห้งเกินไป

การ “ใส่ของเติมให้ดูเต็มขึ้น” อย่างเดียว มักเป็นวิธีคิดที่ง่ายเกินไป แพทย์บางท่านจึงเลือกแนวทางแบบ องค์รวม มากกว่า โดยให้ความสำคัญทั้ง

  • กล้ามเนื้อใบหน้า

  • คุณภาพและความตึงแน่นของผิว

แนวทางที่มักใช้ เช่น

  • เริ่มจากการทำหัตถการแนวเดียวกับ EMFace เพื่อ
    • เสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อใบหน้า

    • ช่วยยกและจัดทิศทางใบหน้าให้ดูอ่อนเยาว์ขึ้น

  • เสริมด้วยเทคโนโลยีแนวเดียวกับ Ultherapy หรืออุปกรณ์ยกผิวเชิงลึกอื่นๆ เพื่อยกผิวจากชั้นลึก ลดลุค “หน้าแห้งโทรม”

  • ปรับคุณภาพผิวด้วย ทรีตเมนต์เสริมผิว เช่น สกินบูสเตอร์หรือไบโอรีโมเดลลิงประเภทต่างๆ เพื่อให้ผิวดูฟู ฉ่ำ และแข็งแรงมากขึ้น

ในบางกรณี การเสริมด้วยผลิตภัณฑ์หรือหัตถการที่ช่วย ฟื้นฟูสุขภาพผิวโดยรวม ก็มีบทบาทสำคัญ ทำให้ผิวตอบสนองต่อการยกกระชับหรือฟิลเลอร์ได้ดีขึ้น และให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติมากกว่า

แล้วเราจะรู้ได้ยังไง ว่าเหมาะหรือยังไม่เหมาะกับ Silhouette Soft?

ผิวของแต่ละคนมีรายละเอียดต่างกัน ทั้งโครงหน้า ปริมาณไขมัน ความหย่อนคล้อย คุณภาพผิว ประวัติการดูแลผิว และไลฟ์สไตล์ ดังนั้น การประเมินแบบเจาะจงรายบุคคลคือสิ่งสำคัญที่สุด

ก่อนตัดสินใจร้อยไหม Silhouette Soft หรือหัตถการยกผิวใดๆ ควรให้แพทย์เป็นผู้

  • ตรวจโครงสร้างผิวและใบหน้าอย่างละเอียด

  • ประเมินความแข็งแรงของเนื้อเยื่อใต้ผิว

  • ทำความเข้าใจผลลัพธ์ที่คุณต้องการจริงๆ

จากนั้นค่อยวาง แผนรักษาเฉพาะบุคคล อาจเริ่มด้วยการฟื้นฟูผิวให้พร้อมก่อน แล้วค่อยไปสู่ขั้นตอนยกกระชับหรือปรับรูปหน้า เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่

  • ดูเป็นธรรมชาติ

  • อยู่ได้นานขึ้น

  • และที่สำคัญคือ ปลอดภัยและเหมาะกับผิวของคุณจริงๆ

ใครที่กำลังสนใจ Silhouette Soft อยู่ ถ้าพบว่าตัวเองเข้าข่ายใน 4 กลุ่มนี้ อาจยังไม่ต้องรีบถอดใจ แต่อาจต้องเริ่มจากการ “เตรียมผิว” ให้พร้อมก่อน พอฐานผิวดีเมื่อไหร่ การยกกระชับครั้งถัดไปจะคุ้มค่าทั้งเงินและผิวของคุณมากขึ้นหลายเท่า