ดิจิทัลดิสรัปต์แรงงานไทย Sea ลงสนามปั้นทักษะใหม่ทั้งประเทศ
การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัลกำลังเขย่าตลาดแรงงานไทยแบบไม่รอใคร
World Economic Forum ระบุชัดว่าเทรนด์ที่ส่งผลกระทบต่อแรงงานมากที่สุด คือการที่ผู้คนเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลได้มากขึ้น จนเปลี่ยนทั้งรูปแบบธุรกิจ ทักษะที่ตลาดต้องการ ไปจนถึงสินค้าและบริการดิจิทัลที่เข้ามาเปลี่ยนวิถีชีวิตประจำวันของเรา
ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงนี้ Sea (ประเทศไทย) ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตแพลตฟอร์มระดับโลกเบื้องหลัง Garena, Shopee และ SeaMoney เลือกจะไม่เป็นแค่ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม แต่ลุกขึ้นมาพัฒนา “เครือข่ายการเรียนรู้ยุคดิจิทัล” เพื่อให้คนไทยใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือสร้างอาชีพ และยกระดับคุณภาพชีวิต
โดย Sea โฟกัสทักษะหลัก 3 กลุ่มที่เกี่ยวข้องกับชีวิตดิจิทัลของคนไทยแบบครบวงจร คือ
อีสปอร์ตและเกม: ปั้น “นักเล่น” ให้กลายเป็นแรงงานดิจิทัล
อีคอมเมิร์ซ: เสริมแกร่ง “นักขาย” ทั่วประเทศ
ความรู้ทางการเงิน: ปั้น “นักจ่าย” ให้ใช้เงินและเพย์เมนต์ดิจิทัลอย่างฉลาดและปลอดภัย
Sea เปลี่ยนแพลตฟอร์มให้เป็น “พื้นที่เรียนรู้” ของคนไทย
Sea (ประเทศไทย) มองว่า การพัฒนาแรงงานดิจิทัลไม่ใช่ภาระของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นเรื่องระดับโครงสร้างที่กระทบทั้งเศรษฐกิจและสังคมไทยในระยะยาว
เป้าหมายของ Sea จึงไม่ใช่แค่ให้บริการดิจิทัล แต่คือการทำให้แพลตฟอร์มของตัวเองกลายเป็น “พื้นที่แห่งการเรียนรู้” ที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานพัฒนาทักษะสำคัญเพื่อตอบโจทย์โลกดิจิทัลที่แข่งขันสูงและเปลี่ยนเร็ว
Sea วางโครงสร้างทักษะยุคใหม่ออกเป็น 3 บทบาทง่าย ๆ แต่ทรงพลัง คือ
“นักเล่น”: ใช้เกมและอีสปอร์ตเป็นเครื่องมือฝึกทักษะดิจิทัลและ Soft Skills
“นักขาย”: ยกระดับผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซให้ขายได้ โตได้ และแข่งขันได้
“นักจ่าย”: เสริมภูมิคุ้มกันทางการเงิน สอนใช้ดิจิทัลเพย์เมนต์อย่างปลอดภัยและมีวินัย
เป้าหมายใหญ่คือการสร้างทักษะที่ “ใช้ได้จริง” ในโลกการทำงาน พร้อมเชื่อมผู้เล่นในระบบนิเวศต่าง ๆ เข้าด้วยกันให้เกิด Snowball Effect คือยิ่งร่วมมือกัน ยิ่งสร้างการเรียนรู้ตลอดชีวิต และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในระยะยาว

‘นักเล่น’: จากเกมเมอร์หน้าเครื่อง สู่วัยรุ่นแรงงานดิจิทัลรุ่นใหม่
โลกทุกวันนี้ เกมและอีสปอร์ตไม่ใช่แค่ความบันเทิงอีกต่อไป แต่กลายเป็น สนามฝึกทักษะดิจิทัลและประตูสู่อาชีพใหม่ อย่างชัดเจน โดยเฉพาะสำหรับคนรุ่นใหม่ที่ใช้เวลาอยู่กับเกมเป็นประจำ
Sea (ประเทศไทย) ซึ่งเติบโตมาจากธุรกิจเกมและอีสปอร์ตผ่านแบรนด์ Garena จึงมองเห็นศักยภาพของวงการนี้ และต่อยอดออกมาเป็นโครงการด้านการศึกษาอย่างจริงจัง
หนึ่งในหัวใจสำคัญคือ Garena Academy โครงการที่ใช้เกมเป็นเครื่องมือสร้างทักษะดิจิทัลให้เยาวชน ผ่านความร่วมมือกับโรงเรียนและสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ ในรูปแบบหลักสูตร “ห้องเรียนอีสปอร์ต” ที่โรงเรียนและครูสามารถนำไปประยุกต์ใช้ตามบริบทของตัวเองได้อย่างยืดหยุ่น
เป้าหมายไม่ใช่แค่ปั้น “เกมเมอร์” ให้เล่นเก่งขึ้น แต่คือการอัปเกรดให้เป็น “แรงงานดิจิทัลรุ่นใหม่” ที่มีศักยภาพ และมองเห็นโลกอาชีพใหม่ ๆ ในอุตสาหกรรมเกมและเทคโนโลยี เช่น
นักพัฒนาเกม
นักออกแบบเกม
ผู้จัดการแข่งขันอีสปอร์ต และงานเบื้องหลังทัวร์นาเมนต์
ปัจจุบัน โครงการห้องเรียนอีสปอร์ตของการีนาเข้าถึงนักเรียนและครูแล้วกว่า 70,000 คน แสดงให้เห็นว่าเกมสามารถเป็นเครื่องมือการเรียนรู้ได้จริง หากออกแบบบริบทให้เหมาะสม
จาก “นักเล่นเวลาเรียน” สู่ “นักเรียนเวลาเล่น”
แนวคิดที่ Garena ใช้ชูคือการเปลี่ยนมุมมองต่อเกมจากฝั่งผู้ใหญ่และโรงเรียน
แทนที่จะมองว่าเด็ก “เล่นเกมตอนเรียน” เป็นเรื่องลบ Sea พยายามพลิกเป็นการทำให้เด็กกลายเป็น “นักเรียนเวลาเล่น” คือใช้พื้นที่ที่เด็กสบายใจและเปิดใจอย่างโลกของเกม มาเป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้
เพื่อให้ภาพนี้เกิดขึ้นจริง Sea โฟกัสแก้โจทย์ใหญ่ของคอมมูนิตี้เกมใน 3 มิติหลัก คือ
สร้างตัวตนและการยอมรับทางสังคม
ผลักดันให้วงการเกมมีภาพลักษณ์เชิงบวก สร้างคอมมูนิตี้ที่ได้รับการยอมรับมากขึ้นจากครอบครัว โรงเรียน และเพื่อนเปิดมุมมองสู่โอกาสอาชีพ
ทำให้เยาวชนเห็นว่าอุตสาหกรรมเกมและอีสปอร์ตไม่ใช่แค่เรื่องเล่นสนุก แต่คือช่องทางสร้างรายได้ และเป็นอาชีพจริงได้พัฒนาทักษะเพื่ออนาคต
ผ่านโครงการ Garena Academy ที่เชื่อมผู้เล่น ครู และสถาบันการศึกษา ให้เติบโตพร้อมกับอุตสาหกรรมดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นทักษะดิจิทัล การทำงานเป็นทีม การแก้ปัญหา หรือความคิดสร้างสรรค์

‘นักขาย’: ดันอีคอมเมิร์ซไทย สร้างเจ้าของร้านออนไลน์หน้าใหม่ทั่วประเทศ
จังหวะที่อีคอมเมิร์ซไทยโตต่อเนื่อง แพลตฟอร์ม Shopee ในฐานะหนึ่งในเสาหลักด้านอีคอมเมิร์ซของ Sea ก็ไม่ได้มองตัวเองเป็นแค่เว็บไซต์หรือแอปขายของ
Shopee กลายเป็น จุดเริ่มต้นของการทำธุรกิจออนไลน์ ให้กับผู้คนหลากหลายกลุ่ม ตั้งแต่นักเรียน นักศึกษา พนักงานประจำ ไปจนถึงแม่บ้านที่มองหาโอกาสสร้างรายได้เสริมผ่านโลกดิจิทัล
ตั้งแต่ปี 2559 Shopee จึงเปิดตัว “Shopee University” หลักสูตรสอนอีคอมเมิร์ซสำหรับผู้ค้าออนไลน์แบบครบวงจร เพื่อให้ใคร ๆ ก็เริ่มต้นขายของบนแพลตฟอร์มได้จริง โดยเนื้อหาครอบคลุมทั้ง
วิธีเริ่มต้นเปิดร้านบน Shopee
การใช้เครื่องมือและฟีเจอร์บนแพลตฟอร์มให้เกิดประโยชน์สูงสุด
การสร้างแบรนด์ให้เป็นที่จดจำ
การทำการตลาดดิจิทัล
การบริหารการเงินในธุรกิจออนไลน์
ทั้งหมดนี้มีเป้าหมายเดียวคือ ทำให้การเป็น “นักขายออนไลน์” ไม่ได้จำกัดแค่คนที่มีทุนหรือมีความรู้มาก่อน แต่เปิดให้คนทั่วไปเข้าได้ถึงโอกาสอย่างเท่าเทียมมากขึ้น
อีคอมเมิร์ซช่วยให้รายย่อยโตแบบ Inclusive Growth
หลังจากดำเนินธุรกิจในไทยราว 5 ปี Shopee ได้สำรวจผลกระทบของอีคอมเมิร์ซต่อผู้ประกอบการรายย่อย และพบตัวเลขที่น่าสนใจมาก
ผู้ค้าไทยสามารถส่งสินค้า ข้ามจังหวัด เพิ่มขึ้นจาก 45% เป็น 81%
หมายความว่าร้านเล็ก ๆ ก็มีโอกาสขายของให้ลูกค้าต่างจังหวัดได้ ไม่ต้องจำกัดอยู่แค่หน้าร้านใกล้บ้านเปิดทางให้กลุ่ม “Hidden Entrepreneurs” หรือคนที่ไม่ได้ทำธุรกิจเป็นอาชีพหลัก แต่ใช้การขายของออนไลน์เป็นรายได้เสริมได้จริง
ในกลุ่มผู้ประกอบการแบบ Hidden นี้
75% เป็นผู้หญิง
58% ไม่ใช่ผู้หารายได้หลักของครอบครัว
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าอีคอมเมิร์ซไม่ได้แค่ทำให้คนซื้อของสะดวกขึ้น แต่ยังช่วย เปิดโอกาสทางเศรษฐกิจให้กลุ่มที่มักถูกมองข้าม ได้ลุกขึ้นมายืนด้วยรายได้ของตัวเอง
สร้างเครือข่ายพันธมิตร เสริมทักษะนักขายทุกภูมิภาค
Shopee ไม่ได้เดินคนเดียว แต่จับมือกับพันธมิตรหลายภาคส่วนเพื่อผลักดันผู้ประกอบการและชุมชนให้ใช้ดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น
โครงการฝึกอบรมวิสาหกิจชุมชน ร่วมกับกรมการค้าภายใน
โครงการพัฒนาผู้ประกอบการหญิง Women Made ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์
โครงการพัฒนาทักษะเยาวชน ผ่าน Equity Partnership’s School Network ของ กสศ.
โครงการให้ความรู้ด้านการเงินสำหรับธุรกิจออนไลน์ ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ผลจากความร่วมมือนี้ ทำให้คนไทยทั้งในชุมชนท้องถิ่นและกลุ่มผู้หญิงสามารถใช้อีคอมเมิร์ซเป็น เครื่องมือสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน
ล่าสุด โครงการต่าง ๆ ของ Shopee สามารถส่งต่อทักษะการเป็นผู้ประกอบการให้กับนักเรียนและชุมชน ผ่านเครือข่าย
โรงเรียน 15 แห่ง
เครือข่ายชุมชน 10 เครือข่าย
ครอบคลุม 10 จังหวัด จากภาคเหนือ อีสาน ตะวันออก และใต้
แปลว่าความรู้ด้านอีคอมเมิร์ซไม่ได้กระจุกตัวอยู่แค่ในเมืองใหญ่ แต่กระจายสู่ภูมิภาคต่าง ๆ อย่างเป็นรูปธรรม

‘นักจ่าย’: ปลูกภูมิคุ้มกันการเงินให้คนไทยยุคเพย์เมนต์ดิจิทัล
โลกการเงินดิจิทัลทำให้การโอน จ่าย ซื้อ ลงทุน ง่ายขึ้นกว่าที่เคย แต่ความง่ายก็มาพร้อมความเสี่ยง ทั้งหนี้สินที่บานปลาย และภัยไซเบอร์ที่ซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ
Sea (ประเทศไทย) จึงไม่มองดิจิทัลเพย์เมนต์แค่ในมิติของความสะดวก แต่ให้ความสำคัญกับการสร้าง “ภูมิคุ้มกันทางการเงิน” ให้ผู้ใช้งาน โดยเฉพาะเยาวชนและคนรุ่นใหม่ที่เติบโตมากับมือถือและแอปการเงิน
เป้าหมายคือให้ผู้ใช้เข้าใจหลักการการเงินพื้นฐาน ใช้บริการดิจิทัลเพย์เมนต์อย่างปลอดภัย และมีวินัย ไม่หลงไปกับกระแสใช้จ่ายเกินตัว
บอร์ดเกมการเงิน: เรียนวางแผนเงินผ่านการเล่น
เพื่อทำให้เรื่องการเงินที่ฟังดูยากและน่าเบื่อ กลายเป็นเรื่องเข้าใจง่ายและสนุก Sea ร่วมมือกับพันธมิตรด้านการเรียนรู้ ได้แก่
สถาบันบอร์ดเกมเพื่อการเรียนรู้ (IBGL)
Wizard of Learning
โค้ชด้านการเงินชื่อดัง โค้ชหนุ่ม Money Coach
ร่วมกันพัฒนา บอร์ดเกมการเงิน “Wishlist จัดสรรเงิน เติมความฝัน” ที่ใช้สถานการณ์จำลองในเกมมาช่วยสอนแนวคิดการวางแผนการเงินให้เยาวชนแบบเป็นขั้นเป็นตอน
จุดเด่นไม่ใช่แค่ตัวเกม แต่คือการขยายผลผ่านเครือข่ายคุณครู โรงเรียน และพันธมิตรทั่วประเทศ พร้อมจัดอบรม Learning Facilitator เพื่อให้ครูสามารถ
เล่นเกมไปกับเด็ก ๆ อย่างเข้าใจ
เชื่อมโจทย์ในเกมเข้ากับชีวิตจริงของนักเรียน
เปลี่ยนประสบการณ์เล่นให้กลายเป็นทักษะการเงินที่ใช้ได้จริง
ในปีที่ผ่านมา บอร์ดเกมนี้สามารถเข้าถึงนักเรียนและครูมากกว่า 180,000 คนทั่วประเทศ ผ่านเครือข่ายต่าง ๆ เช่น
ครูเครือข่าย InsKru
ร้านบอร์ดเกม
TK Park
กรุงเทพมหานคร
โครงการของธนาคารแห่งประเทศไทย
ทั้งหมดนี้ช่วยให้เด็กไทยเติบโตขึ้นพร้อมความเข้าใจเรื่องเงิน ไม่ใช่แค่รู้วิธีใช้ แต่รู้วิธีวางแผนและป้องกันความเสี่ยงด้วย

สร้างเครือข่ายการเรียนรู้: จากวันนี้สู่อนาคตดิจิทัลของคนไทย
สิ่งที่ Sea ทำไม่ได้จำกัดอยู่ในกรุงเทพฯ หรือเฉพาะกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่คือการสร้าง เครือข่ายพันธมิตรเพื่อขยายโอกาสการเรียนรู้ให้ทั่วถึงและต่อเนื่อง
Sea ร่วมมือกับหลากหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็น
มหาวิทยาลัย
หน่วยงานรัฐ
กิจการเพื่อสังคม
ภาคเอกชน
เพื่อกระจายความรู้และทักษะดิจิทัลสู่กลุ่มเป้าหมายที่หลากหลาย ทั้งเด็ก เยาวชน ผู้ประกอบการชุมชน ไปจนถึงคนทำงานในระบบ
ในปีที่ผ่านมา Sea Academy และ Garena Academy สามารถส่งต่อองค์ความรู้ให้คนไทยกว่า 2.8 ล้านคน แล้ว และนี่ไม่ใช่เส้นชัย แต่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของเป้าหมายระยะยาว
เป้าหมายปี 2568: ปั้นคน 3 ทักษะให้พร้อมโตไปกับเศรษฐกิจดิจิทัล
สำหรับปี 2568 Sea ยังเดินหน้าต่อเนื่องใน 3 เสาหลักสำคัญ คือ
ทักษะดิจิทัลในอุตสาหกรรมเกมและอีสปอร์ต
ช่วยให้เกมเมอร์และคนรุ่นใหม่มองเห็นเส้นทางอาชีพใหม่ ๆ ในโลกเกมและเทคโนโลยีทักษะอีคอมเมิร์ซ
เปิดโอกาสให้คนทั่วไปกลายเป็นผู้ประกอบการออนไลน์ ใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลทำมาหากินได้จริงทักษะทางการเงิน
ปลูกฝังวินัยและความรู้ทางการเงิน เพื่อให้คนไทยรับมือกับเศรษฐกิจดิจิทัลได้อย่างมั่นใจและยั่งยืน
ทั้งหมดนี้สะท้อนว่าการเติบโตของ Sea ในไทย ไม่ได้วัดแค่ตัวเลขธุรกิจ แต่ผูกติดกับ การยกระดับทักษะคนไทย ให้พร้อมเดินไปกับโลกดิจิทัลในฐานะ “นักเล่น นักขาย และนักจ่าย” ที่มีศักยภาพครบเครื่อง พร้อมแข่งขันได้ทั้งวันนี้และในอนาคต

