รับแอปรับแอป

RedCap + 5G ส่วนบุคคล: เมื่อโรงงาน Hyundai กลายเป็นสนามทดลอง IoT อัจฉริยะ

กิตติคุณ รัตนโชติ01-30

ยุคใหม่ของโรงงานอัจฉริยะเริ่มต้นแล้ว

Samsung และ Hyundai จับมือกันยกระดับโรงงานผลิตรถยนต์ที่อุลซานให้กลายเป็นโรงงานอัจฉริยะเต็มรูปแบบ ด้วยการทดสอบเทคโนโลยี Reduced Capability (RedCap) บนเครือข่าย 5G ส่วนบุคคลแบบครบวงจรสำเร็จ

โรงงานอุลซานในเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นหนึ่งในฐานการผลิตรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดของโลก มีกำลังผลิตเฉลี่ยราว 6,000 คันต่อวัน กำลังถูกพลิกโฉมด้วยดิจิทัลและการเชื่อมต่ออัจฉริยะ เพื่อยกระดับการผลิตทั้งด้านประสิทธิภาพและความแม่นยำ

นี่ไม่ใช่แค่การอัปเกรดเครือข่าย แต่คือการวางรากฐานโรงงานยุคอุตสาหกรรม 4.0 ตัวจริง

ทำไม 5G ส่วนบุคคลถึงสำคัญกับโรงงาน

Samsung ได้ติดตั้งเครือข่าย 5G ส่วนบุคคลภายในโรงงานของ Hyundai เพื่อสร้างการเชื่อมต่อที่เสถียรและดีพอสำหรับระบบอัตโนมัติระดับอุตสาหกรรม

เครือข่ายนี้ช่วยให้การสื่อสารระหว่างอุปกรณ์และระบบต่างๆ เป็นไปอย่างลื่นไหล รองรับการทำงานแบบเรียลไทม์และการส่งข้อมูลจำนวนมากอย่างต่อเนื่อง

ในโรงงานอัจฉริยะ เครือข่าย 5G ส่วนบุคคลรองรับอุปกรณ์สำคัญมากมาย เช่น

  • อุปกรณ์ IoT ที่ใช้เก็บข้อมูลจากจุดต่างๆ ในสายการผลิต

  • ยานพาหนะนำทางอัตโนมัติ (AGV) สำหรับขนส่งชิ้นส่วนไปยังสายการผลิต

  • ระบบควบคุมและตรวจสอบแบบเรียลไทม์ที่ต้องการความหน่วงต่ำและความน่าเชื่อถือสูง

5G ส่วนบุคคล จึงเป็นเสมือนโครงข่ายประสาทของโรงงานอัจฉริยะทั้งโรงงาน

RedCap คืออะไร ทำไมถึงถูกเรียกว่า Game Changer

RedCap คือเวอร์ชัน 5G ที่ถูกออกแบบให้ “เบาและคุ้มค่า” สำหรับอุปกรณ์ IoT ขนาดเล็ก ไม่ได้เน้นสปีดสูงสุด แต่เน้นให้ใช้งานจริงในภาคอุตสาหกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

มันถูกออกแบบมาสำหรับอุปกรณ์อย่างเช่น

  • เซ็นเซอร์อุตสาหกรรมหลากหลายประเภท

  • อุปกรณ์สวมใส่สำหรับพนักงานหรือการตรวจสอบภาคสนาม

  • เครื่องมือไร้สายขนาดกะทัดรัดที่ต้องการเชื่อมต่อเครือข่ายตลอดเวลา

จุดเด่นของ RedCap คือ

  • ลดความซับซ้อนของตัวอุปกรณ์

  • ใช้พลังงานน้อยลง ทำให้แบตเตอรี่อยู่นานขึ้น

  • ยังคงความสามารถเชื่อมต่อบนโครงข่าย 5G ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้ RedCap กลายเป็นกุญแจสำคัญในการทำให้เครือข่าย 5G ส่วนบุคคลในภาคต่างๆ เช่น การผลิต การก่อสร้าง การดูแลสุขภาพ และการศึกษา สามารถใช้งานได้จริงในระดับต้นทุนที่จับต้องได้และปรับขนาดได้ง่าย

ทดสอบ RedCap บนเครือข่ายจริงในโรงงาน

การทดสอบครั้งสำคัญนี้จัดขึ้นที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาของ Samsung เมื่อเดือนมกราคม โดยเน้นให้เห็นภาพการใช้งาน RedCap แบบครบวงจรตั้งแต่ปลายทางจนถึงโครงข่าย

องค์ประกอบหลักที่ถูกนำมาใช้ประกอบด้วย:

  • อุปกรณ์ตรวจสอบยานยนต์ของ Hyundai

  • ระบบ 5G Core เสมือนจริงของ Samsung

  • อุปกรณ์วิทยุ (radios) บนย่านความถี่ 4.7 GHz

  • ระบบจัดการเครือข่ายของ Samsung

นอกจากนี้ ยังมีการผสานรวมระบบ Snapdragon X35 5G Modem-RF ของ Qualcomm เข้ากับอุปกรณ์ตรวจสอบการวินิจฉัย หรือ D Scan ของ Hyundai เพื่อใช้ตรวจสอบสภาพและความถูกต้องของยานยนต์ในสายการผลิต

จาก Wi‑Fi สู่ 5G: ยกระดับการตรวจสอบยานยนต์

D Scan ทำหน้าที่เป็นอุปกรณ์ตรวจสอบยานยนต์แบบไร้สายในระหว่างขั้นตอนการผลิต เพื่อให้มั่นใจว่ารถทุกคันถูกประกอบอย่างถูกต้องก่อนออกจากโรงงาน

เดิมที Hyundai ใช้การเชื่อมต่อผ่าน Wi‑Fi แต่เมื่อเปลี่ยนมาใช้ 5G ส่วนบุคคล บริษัทพบว่า:

  • ความน่าเชื่อถือของการเชื่อมต่อดีขึ้นอย่างชัดเจน

  • ความเร็วในการรับส่งข้อมูลแบบเรียลไทม์เพิ่มขึ้น

  • กระบวนการตรวจสอบลื่นไหลขึ้น รองรับเป้าหมายการผลิตที่สูงได้ดีกว่าเดิม

เมื่อการเชื่อมต่อเสถียร การตรวจสอบก็เร็วและแม่นขึ้น และท้ายที่สุดคือรถคันหนึ่งออกสายการผลิตได้อย่างมั่นใจยิ่งกว่าเดิม

แผนต่อยอดสู่โรงงาน EV แห่งใหม่

Hyundai ไม่ได้หยุดอยู่แค่โรงงานอุลซานเท่านั้น บริษัทมีแผนจะขยายเครือข่าย 5G ส่วนบุคคลที่รองรับ RedCap ไปยังโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) แห่งใหม่ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเดินเครื่องได้ในช่วงครึ่งแรกของปี 2026

โรงงาน EV แห่งนี้จะกลายเป็นอีกหนึ่งสนามจริงของเทคโนโลยี RedCap และ 5G ส่วนบุคคล ที่รองรับอุปกรณ์ขนาดเล็กหลากหลายประเภท เช่น

  • เซ็นเซอร์ตรวจวัดในจุดสำคัญต่างๆ

  • กล้องสำหรับตรวจสอบภาพอัตโนมัติ

  • แท็บเล็ตพีซีสำหรับพนักงานในสายการผลิต

  • AGV ที่ใช้ขนส่งชิ้นส่วน EV

  • เครื่องมือช่างและอุปกรณ์อัจฉริยะอื่นๆ

ทั้งหมดนี้คือการปูทางสู่โรงงานที่เชื่อมต่อถึงกันทุกจุดแบบเรียลไทม์

สร้างต้นแบบให้ทั้งอุตสาหกรรมเดินตาม

ด้วยการโฟกัสที่ความสามารถในการปรับขนาดของระบบและประสิทธิภาพในการทำงาน ความร่วมมือระหว่าง Samsung และ Hyundai กำลังกลายเป็น ต้นแบบการใช้เครือข่าย 5G ส่วนบุคคลในภาคอุตสาหกรรม

นักวิเคราะห์มองว่าเทคโนโลยี RedCap จะมีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้เครือข่าย 5G ส่วนบุคคลถูกนำมาใช้ในวงกว้างมากขึ้น โดยเฉพาะเพราะ:

  • ลดต้นทุนอุปกรณ์ IoT ได้อย่างมีนัยสำคัญ

  • ลดการใช้พลังงาน แต่ยังรองรับการเชื่อมต่อจำนวนมาก

  • เปิดพื้นที่ให้เกิดเคสการใช้งานใหม่ๆ ในภาคอุตสาหกรรมที่หลากหลาย

RedCap + 5G ส่วนบุคคล = ฐานรากของอุตสาหกรรมอัตโนมัติยุคใหม่

เมื่อเทคโนโลยี RedCap ถูกจับคู่กับเครือข่าย 5G ส่วนบุคคล เรากำลังมองเห็นภาพของโรงงานที่เครื่องจักร อุปกรณ์ IoT และอุปกรณ์สวมใส่ต่างๆ เชื่อมต่อกันอย่างไร้รอยต่อ

สำหรับ Samsung และ Hyundai การทดลองในครั้งนี้ไม่ได้เป็นแค่โปรเจกต์ทดลอง แต่คือการวางรากฐานสำหรับยุคใหม่ของระบบอัตโนมัติทางอุตสาหกรรม ที่อาจเปลี่ยนวิธีการผลิตของโรงงานทั่วโลกไปอย่างสิ้นเชิง

ในโลกที่ทุกอย่างเชื่อมต่อกันได้ อุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ บนข้อมือ ชุดเซ็นเซอร์ หรือเครื่องมือไร้สายในมือช่าง อาจกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ทั้งโรงงานฉลาดขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน