เปลี่ยนวันเหนื่อยล้า ให้กลายเป็นวันชาร์จพลัง
ช่วงที่ชีวิตวิ่งเร็วแบบไม่มีเบรก ทั้งงาน ทั้งเรื่องส่วนตัวถาโถมเข้ามาจนรู้สึกล้าไปหมด การได้หยุดพักเพื่อฮีลใจและชาร์จพลังให้ตัวเองจึงสำคัญมากๆ
บางคนอาจเลือกนอนอยู่บ้าน ดูซีรีส์แบบไม่ต้องคิดอะไร แต่ถ้าคุณเริ่มรู้สึกว่า “พักแบบเดิมๆ มันเริ่มน่าเบื่อ” และอยากลองทำอะไรใหม่ๆ ที่ทั้งสนุก ทั้งได้สกิลติดตัวไปด้วย ลองชวนตัวเองออกจากโหมดเฉา แล้วไปเข้าร่วมเวิร์กช็อปดีๆ สักคลาสดูสิคะ
เวิร์กช็อป = เวลาอยู่กับตัวเองแบบมีคุณภาพ
กิจกรรมที่คัดมาวันนี้คือสายฮีลใจตัวจริง ทั้งแบบใช้มือปั้น ใช้สมองสร้างสรรค์ และใช้หัวใจรู้สึกไปกับผลงานของตัวเอง
ไม่ว่าจะเป็น การทำเซรามิก ที่ค่อยๆ ปั้นดินทีละนิด ให้เราได้อยู่กับลมหายใจของตัวเองแบบช้าๆ
หรือ การวาดภาพ ที่ปล่อยให้สีและอารมณ์พาไป โดยไม่ต้องกดดันว่าผลงานต้องเป๊ะสวย
รวมถึง การจัดดอกไม้ ที่ได้ใช้เวลาอยู่กับความงามของดอกไม้ เติมทั้งความสดชื่นให้บรรยากาศ และความอบอุ่นให้หัวใจ
ทั้งหมดนี้ไม่ใช่แค่กิจกรรมเล่นๆ แต่คือช่วงเวลาที่เราจะได้หยุดจากความวุ่นวาย มานั่งฟังเสียงข้างในอย่างแท้จริงค่ะ
1. Fickle.lifestyle – สตูดิโอของคนหัวครีเอทีฟขี้เบื่อ
ถ้าคุณเป็นสายชอบลองอะไรใหม่ๆ อยู่เรื่อยๆ เบื่ออะไรเดิมๆ ง่ายมาก Fickle.lifestyle น่าจะตรงใจสุดๆ เพราะคอนเซ็ปต์ของที่นี่คือ “เปลี่ยนตลอดเวลา” กิจกรรมเวิร์กช็อปเลยไม่เคยหยุดนิ่ง
ที่นี่เป็นสตูดิโอสุดครีเอทีฟที่เปิดพื้นที่ให้เราได้ปลดปล่อยไอเดียอย่างเต็มที่ มาที่เดียวมีให้ลองเพียบ ทั้ง
การวาดภาพ
ทำพรมจากไหมพรม (Tufting)
ปั้นเซรามิก
และกิจกรรมสนุกๆ ที่สลับสับเปลี่ยนไปเรื่อยๆ
ความพิเศษคือ เวิร์กช็อปไม่ได้ให้แค่ “สกิลใหม่” แต่ให้เวลาคุณได้โฟกัสอยู่กับสิ่งตรงหน้าแบบเต็มๆ การได้ตั้งใจสร้างผลงานสักชิ้น ทำมือทุกขั้นตอน พอเสร็จแล้วมองดูงานของตัวเองทีไร จะรู้สึกทั้งภูมิใจ ทั้งมีกำลังใจกลับไปเต็มกระเป๋าเลยค่ะ
โทร: 098 173 3006
2. Café Goer Studio – เวิร์กช็อปสายธรรมชาติและกลิ่นหอม
ใครที่อยากฮีลใจแบบละมุนๆ ด้วยกลิ่นหอมและบรรยากาศอบอุ่น Café Goer Studio คือที่ที่ต้องลองมาสักครั้ง
ที่นี่เป็นสตูดิโอเวิร์กช็อปสไตล์ธรรมชาติ ที่ตั้งใจออกแบบให้เป็นพื้นที่พักใจและพักกายไปพร้อมกัน คุณจะได้ใช้ทั้งประสาทสัมผัสและสองมือลงมือทำจริงผ่านกิจกรรมหลากหลาย เช่น
ทำสบู่ออร์แกนิกจากส่วนผสมธรรมชาติ
เวิร์กช็อปปั้นเทียนโบราณจากขี้ผึ้งแท้ส่งตรงจากเชียงใหม่
ปรุงกลิ่นน้ำหอมจากน้ำมันหอมระเหยกว่า 30 กลิ่น
ปรุงกลิ่นก้านหอมและรูมสเปรย์จากหัวน้ำหอมกว่า 45 กลิ่น
ทุกคลาสถูกออกแบบมาเพื่อให้คุณได้ “หยุด” จากความวุ่นวาย แล้วกลับมาอยู่กับตัวเอง ผ่านการสร้างสรรค์อย่างตั้งใจ
แค่ได้โฟกัสกับกลิ่นและขั้นตอนทีละเล็กทีละน้อย ใจก็เริ่มเบาลงแบบไม่รู้ตัวแล้วค่ะ
โทร: 086 549 1540
3. Sunofabeadclub – สายลูกปัด สายคิวท์ ต้องหลงรัก
ใครเคยเผลอนั่งร้อยลูกปัดแล้วเพลินจนลืมเวลา บอกเลยว่าคุณต้องถูกใจ Sunofabeadclub แน่นอน
ที่นี่รวมลูกปัดหลากหลายสีสันและจี้ดีไซน์เก๋ๆ เอาไว้ให้เลือกแบบจุใจ จะทำเป็น
สร้อยคอ
สร้อยข้อมือ
พวงกุญแจ
เคสโทรศัพท์
ก็ออกแบบเองได้หมดทุกขั้นตอน สไตล์ไหน คาแรกเตอร์แบบไหน ขึ้นอยู่กับคุณล้วนๆ ผลงานแต่ละชิ้นเลยกลายเป็นของที่มีชิ้นเดียวในโลก และสะท้อนความเป็นตัวคุณแบบเต็มๆ
สิ่งที่ทำให้ที่นี่พิเศษมากคือบรรยากาศระหว่างที่กำลัง “ร้อยลูกปัด” นี่แหละ การได้ค่อยๆ เลือกสี เลือกรูปทรง แล้วเรียงทีละเม็ดอย่างตั้งใจ ทำให้เรากลับมาอยู่กับปัจจุบันมากขึ้นอย่างธรรมชาติ
เป็นการพักผ่อนที่ทั้งง่าย ทั้งเวิร์ก และฮีลใจกว่าที่คิดเยอะเลยค่ะ
อีกจุดเด่นคือ Sunofabeadclub ไม่ได้มีแค่หน้าร้านจุดเดียว แต่จะหมุนเวียนไปจัดเวิร์กช็อปตามโลเคชันต่างๆ ทั่วกรุงเทพฯ เพื่อให้เดินทางสะดวกขึ้น ใครสนใจแนะนำให้เช็กตารางรอบกิจกรรมก่อนล่วงหน้า
พิกัด: กรุงเทพฯ (จัดเวิร์กช็อปหมุนเวียนในหลายสถานที่)
ช่องทางการติดต่อ: DM Ig: https://www.instagram.com/sunofabeadclub/?hl=en#
4. LUXXE CRAFT – แฮนด์เมดน่ารักๆ สำหรับวันหยุดอุ่นใจ
ถ้าอยากใช้วันหยุดไปกับงานแฮนด์เมดน่ารักๆ ที่ทั้งสนุก ทั้งช่วยรีเซ็ตอารมณ์ LUXXE CRAFT คืออีกหนึ่งสตูดิโอที่ควรปักหมุดไว้เลยค่ะ
ที่นี่มีคลาสให้เลือกหลายแนว ตั้งแต่งานร้อยลูกปัดไปจนถึงงานศิลปะที่ต้องใช้ความตั้งใจและความละเอียดอ่อน เหมาะมากสำหรับคนที่อยากหนีจากความรีบเร่ง แล้วให้ตัวเองได้ใช้เวลาไปกับงานฝีมือแบบเพลินๆ
คลาสยอดนิยมของที่นี่คือ Bead Flowers Making ที่จะได้รังสรรค์ช่อดอกไม้จากลูกปัดสุดคิวท์ กลายเป็นชิ้นงานที่ทั้งสวย ทั้งมีเสน่ห์ในแบบของตัวเอง
ยังมีเวิร์กช็อปสายอาร์ตอื่นๆ ที่น่าสนใจ เช่น
เพ้นต์ภาพด้วยเทคนิค Pointillism
ทำ Wax Diorama
เวิร์กช็อป Resin Orchid ที่ให้ผลงานออกมาสวยเหมือนดอกไม้จริง
การได้นั่งจดจ่ออยู่กับการสร้างชิ้นงานทีละขั้นแบบนี้ ช่วยให้ใจค่อยๆ สงบลง และเก็บความทรงจำเล็กๆ ที่แสนอบอุ่นกลับบ้านไปด้วยทุกครั้ง
ทุกคลาสออกแบบมาให้มือใหม่ก็เรียนได้สบาย ใครไม่ถนัดศิลปะก็ไม่ต้องกังวล และยังมีคุณครูที่พูดภาษาอังกฤษได้ ทำให้เพื่อนต่างชาติก็ร่วมคลาสได้แบบไม่เขิน
โทร: 095 569 4194
5. Veladi workshop & studio – ขนมสวยระดับงานศิลปะ
สายขนม สายความเป๊ะประณีต ต้องมาลอง Veladi workshop & studio สตูดิโอสอนทำขนมที่จริงจังเรื่องดีเทลและความงามในระดับงานศิลป์
ขนมแต่ละเมนูของที่นี่ไม่ได้แค่ “น่ากิน” แต่หน้าตาสวยจนอยากถ่ายเก็บทุกมุม โดยเฉพาะขนมไทยและขนมญี่ปุ่นที่ต้องใช้ความประณีตขั้นสุด เช่น
ขนม วากาชิ ที่ปั้นเป็นรูปดอกไม้หรือตัวการ์ตูนแบบน่ารักสุดๆ
ขนม สัมปันนี ที่ต้องใช้เทคนิคและความละเอียดสูง
ขนมเปี๊ยะรูปดอกพีชที่ทั้งสวยและดูพิเศษมาก
นอกจากขนม ยังมีเวิร์กช็อป หินหอม Salt Dough ให้ลองทำด้วย เป็นกิจกรรมที่ได้ทั้งความสนุกและความผ่อนคลาย ชิ้นงานที่ได้คือหินหอมทำมือ 2 ชุดเต็มๆ จะเอาไปวางในห้องตัวเอง หรือมอบเป็นของขวัญให้คนที่เรารักก็อบอุ่นมาก
การได้ใช้สมาธิอยู่กับการปั้นขนมทีละชิ้น หรือแต่งหินหอมทีละรายละเอียด เป็นอีกวิธีพักใจที่นุ่มนวลมากๆ และช่วยให้เราเงียบลงแบบไม่ต้องฝืนตัวเองเลยค่ะ
โทร: 095 470 7679
ปล่อยชีวิตให้ช้าลงสักนิด แล้วฮีลใจผ่านงานสร้างสรรค์
ทั้งหมดนี้คือพิกัด เวิร์กช็อปฮีลใจในกรุงเทพฯ ที่ทั้งบรรยากาศดี กิจกรรมน่ารัก และได้สกิลใหม่ๆ ติดตัวกลับบ้านไปด้วย
แต่ละที่มีสไตล์ต่างกันไป บางที่เน้นกลิ่นและความผ่อนคลาย บางที่เน้นสีสันและความครีเอทีฟ บางที่เน้นดีเทลสุดประณีตในงานฝีมือและของกินสวยๆ
ลองหาเวลาว่างในวันหยุด สลับจากการนอนเลื่อนมือถือทั้งวัน มาใช้เวลาอยู่กับงานศิลปะและงานทำมือที่คุณตั้งใจลงแรงเองดูนะคะ
บางทีความสุขแบบใหม่ๆ อาจรอคุณอยู่ระหว่างการปั้น ดัด ร้อย หรือแต่งสีบนผลงานชิ้นเล็กๆ ชิ้นหนึ่งนี่แหละ
และคุณอาจค้นพบว่า… การฮีลใจ ไม่จำเป็นต้องยิ่งใหญ่ แค่ให้ตัวเองได้ใช้ชีวิตช้าลง และได้สร้างอะไรสักอย่างด้วยสองมือ ก็เพียงพอแล้วค่ะ

