IP x Venture Rise: เวทีที่นิยามใหม่ของการพาณิชย์ทางวิจัย
IP x Venture Rise คือเวทีมหกรรมทรัพย์สินทางปัญญาและพาณิชย์ทางวิจัยที่ผสานงานวิจัย สตาร์ทอัปนวัตกรรม นักลงทุน และภาคอุตสาหกรรมเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อเร่งให้ผลงานจากห้องทดลองพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์และบริการเชิงพาณิชย์ที่พร้อมสkalable สู่ตลาดในและต่างประเทศ โดยวางทรัพย์สินทางปัญญาไทยเป็นศูนย์กลางของระบบนิเวศนวัตกรรมและการลงทุนเทคโนโลยีเชิงลึก
การจัดงาน “มหกรรมทรัพย์สินทางปัญญา ขับเคลื่อนธุรกิจไทยสู่อนาคต IP x Venture Rise Thailand 2026” ระหว่างวันที่ 27–29 สิงหาคม 2569 เป็นความร่วมมือระหว่างกองทุน ววน. ผ่าน สกสว. และกรมทรัพย์สินทางปัญญา งานนี้ถูกออกแบบให้เป็นแพลตฟอร์มแห่งโอกาสที่เชื่อมโยงนักวิจัย ผู้ประกอบการ นักลงทุน และภาคอุตสาหกรรมอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การสร้างองค์ความรู้ การคุ้มครองสิทธิ ไปจนถึงการเข้าถึงแหล่งทุนและตลาด โดยตั้งเป้าจับคู่ธุรกิจไม่ต่ำกว่า 100 คู่ และมีผู้เข้าร่วมกว่า 5,000 คน ซึ่งสะท้อนวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนว่าทรัพย์สินทางปัญญาไม่ใช่แค่เอกสารจดทะเบียน แต่คือเครื่องยนต์เศรษฐกิจยุคใหม่

TRIUP Act และบทบาทใหม่ของทรัพย์สินทางปัญญาไทยในเศรษฐกิจนวัตกรรม
การยกระดับทรัพย์สินทางปัญญาไทยให้กลายเป็นฐานเศรษฐกิจเชิงนวัตกรรมไม่ได้เกิดขึ้นแบบไร้บริบท แต่เดินคู่มากับการประกาศใช้พระราชบัญญัติส่งเสริมการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2564 หรือ TRIUP Act ซึ่งปลดล็อกสถานะความเป็นเจ้าของผลงานวิจัย เปิดทางให้สามารถพัฒนาเชิงพาณิชย์หรือใช้ประโยชน์สาธารณะในวงกว้างได้จริง กฎหมายนี้จึงไม่ใช่แค่กรอบกติกา แต่คือสัญญาณว่ารัฐต้องการให้ผลงานวิจัยกลายเป็นสินทรัพย์แท้ ไม่ใช่รายงานที่เก็บบนชั้น
อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญาย้ำว่า “โลกยุคใหม่กำลังขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี นวัตกรรม และความคิดสร้างสรรค์ โดยทรัพย์สินทางปัญญาเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน” เมื่อกรอบกฎหมายเปิด และหน่วยงานรัฐหันมาเน้นการสร้างมูลค่า มากกว่าการคุ้มครองสิทธิอย่างเดียว สนามใหม่ของพาณิชย์ทางวิจัยจึงเริ่มชัดเจนขึ้น นักวิจัยมีแรงจูงใจจดสิทธิบัตรและต่อยอด สตาร์ทอัปนวัตกรรมมีสินทรัพย์จับต้องได้เป็นฐานการเจรจาร่วมทุน และนักลงทุนเทคโนโลยีเริ่มมองเห็นเส้นทางออก (exit) ที่อยู่บนฐานของสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาแท้จริง

เชื่อมมหาวิทยาลัยกับทุนเอกชน: ระบบนิเวศที่ลดช่องว่างจากแล็บสู่ตลาด
หัวใจของ IP x Venture Rise คือการสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่เชื่อมตั้งแต่การสร้างองค์ความรู้ การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา การพัฒนาต้นแบบ การจับคู่ธุรกิจ ไปจนถึงการเข้าถึงแหล่งทุนและการขยายตลาด นี่คือคำตอบต่อข้อวิจารณ์เดิมๆ ว่างานวิจัยไทยติดอยู่ในวารสาร ไม่ลงสู่ตลาด เพราะขาดทั้งภาษาธุรกิจและโครงสร้างรองรับการลงทุนเทคโนโลยี
สกสว.บูรณาการเครือข่ายกองทุน ววน. หน่วยบริหารและจัดการทุน (PMU) อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคธุรกิจ และนักลงทุน เข้ากับกลไกการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา ขณะที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาเตรียมโซน IP Services ให้คำปรึกษาการจดทะเบียน การประเมินมูลค่า การบริหารจัดการสิทธิ และการเชื่อมโยงแหล่งทุนอย่างครบวงจร โซน Business Matching เปิดให้สตาร์ทอัปนวัตกรรมและนักวิจัยนำผลงานเสนอแก่ผู้ประกอบการและกองทุน เพื่อสร้างโอกาสในการร่วมลงทุนและถ่ายทอดเทคโนโลยี หากกลไกเหล่านี้เดินต่อเนื่อง เวลาจากต้นแบบในมหาวิทยาลัยสู่ตลาดจะสั้นลงอย่างมีนัยสำคัญ

จาก Innovation Showcase สู่เศรษฐกิจฐานทรัพย์สินทางปัญญา
งาน IP x Venture Rise ไม่ได้เป็นแค่เวทีประชุมเชิงวิชาการ แต่มี Innovation Showcase มากกว่า 250 ผลงาน ครอบคลุมเทคโนโลยีอนาคตตั้งแต่ Health Tech, Agri Tech, AI-Driven Technology, Food Tech จนถึง Clean Tech ควบคู่กับผลงานวิจัยและนวัตกรรมกว่า 200 ชิ้นจากทั่วประเทศ และการประกวด RISE+ Awards ภายใต้แนวคิด "Every Innovation Has a Story" ที่ผลักดันให้ผลงานแต่ละชิ้นแปลงองค์ความรู้เป็น Value Creation ที่ตอบโจทย์ตลาดทั้งเศรษฐกิจและสังคม
การเปิดโซน Partner Pavilion และ IP Champion พร้อมผลงานจากองค์กรชั้นนำและตลาดกลางทรัพย์สินทางปัญญา (IP Mart) เป็นการส่งสัญญาณให้ชัดว่าทรัพย์สินทางปัญญาไทยต้องเดินคู่กับภาคอุตสาหกรรมและทุนเอกชน เป้าหมายการจับคู่ธุรกิจไม่ต่ำกว่า 100 คู่ ไม่ใช่แค่ตัวเลขเชิงประชาสัมพันธ์ แต่เป็นตัวชี้วัดว่าระบบกำลังทดลองสร้าง “สายพาน” จากงานวิจัยสู่ธุรกิจใหม่บนฐานสิทธิอย่างเป็นรูปธรรม หากต่อเนื่องและขยายผล สังคมจะเริ่มเห็นสตาร์ทอัปนวัตกรรมที่ถือครอง IP ชัดเจน ดึงดูดนักลงทุนเทคโนโลยีจากทั้งในและต่างประเทศเข้ามาในระบบมากขึ้น
บทสรุป: สะพาน IP สู่เศรษฐกิจใหม่จะสำเร็จหรือไม่ ขึ้นกับการลงมือทำต่อเนื่อง
งาน IP x Venture Rise ทำให้เห็นภาพชัดว่ารัฐพยายามเปลี่ยนทรัพย์สินทางปัญญาไทยจาก “กระดาษสิทธิ” เป็น “สินทรัพย์เศรษฐกิจ” ผ่านการเชื่อมโยงนักวิจัย ผู้ประกอบการ นักลงทุน และภาคอุตสาหกรรมในเวทีเดียว TRIUP Act สร้างโครงกฎหมาย ระบบนิเวศนวัตกรรมลดช่องว่างจากแล็บสู่ตลาด และโซน Business Matching กับ IP Services เปิดประตูสู่การร่วมทุนและพาณิชย์ทางวิจัยในทางปฏิบัติ
อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของสะพานนี้จะไม่วัดจากงานมหกรรมสามวัน แต่จากจำนวนผลงานที่กลายเป็นธุรกิจจริง การลงทุนเทคโนโลยีที่เกิดขึ้น และจำนวนสตาร์ทอัปนวัตกรรมที่เติบโตบนฐาน IP ในระยะยาว กรมทรัพย์สินทางปัญญาเชื่อว่างานนี้จะเป็นกลไกสำคัญในการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจจากนวัตกรรมและทรัพย์สินทางปัญญาของคนไทย คำถามคือ ทุกภาคส่วนจะรักษาแรงส่งนี้ไว้อย่างไร ให้แพลตฟอร์ม IP x Venture Rise ไม่ใช่แค่เวทีแสดงผลงาน แต่เป็นจุดเริ่มต้นของเศรษฐกิจใหม่ที่วัดมูลค่าจากความคิดและความรู้มากกว่าทรัพยากรดิบ






