ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ชายแดนใต้ท่องเที่ยวกำลังเปลี่ยนโฉม สู่ประตูเศรษฐกิจอาเซียนใหม่

ชายแดนใต้ท่องเที่ยวกำลังเปลี่ยนโฉม สู่ประตูเศรษฐกิจอาเซียนใหม่
ความสนใจ|เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ชายแดนใต้ท่องเที่ยวไม่ใช่เพียงพื้นที่ปลายทาง แต่คือคอริดอร์เศรษฐกิจใหม่

ชายแดนใต้ท่องเที่ยวหมายถึงพื้นที่ชายแดนภาคใต้ที่เชื่อมการเดินทาง ท่องเที่ยว และการค้าสินค้าพรมแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยมีด่านชายแดน ระบบคมนาคม และเมืองหลักอย่างหาดใหญ่ สงขลา สตูล ยะลา และนราธิวาสเป็นจุดรองรับ ทั้งในมิติการเดินทางของนักท่องเที่ยว การเคลื่อนย้ายสินค้า และการลงทุนของเอกชน พื้นที่นี้จึงไม่ได้เป็นเพียงปลายทาง แต่คือคอริดอร์เศรษฐกิจที่สำคัญของภูมิภาค แรงขับเคลื่อนครั้งล่าสุดไม่ได้เกิดจากโครงการกระจัดกระจาย แต่จากการทำงานประสานกันของรัฐบาลและเอกชนในจังหวะเดียวกัน การลงพื้นที่ของรัฐมนตรีและการประชุม ครม.สัญจรในสงขลาถูกใช้เป็นจุดเปิดแผนใหญ่ ปรับทั้งโครงสร้างพื้นฐานสงขลาและจังหวัดรอบข้าง พร้อมยกเลิกแนวคิดมองชายแดนใต้เป็นพื้นที่ปัญหาอย่างเดียว แล้วหันมามองเป็นทางด่วนใหม่ของเศรษฐกิจพื้นที่ชายแดน

ชายแดนใต้ท่องเที่ยวกำลังเปลี่ยนโฉม สู่ประตูเศรษฐกิจอาเซียนใหม่

ด่านสะเดา–ด่านนอก คอขวดที่ต้องปลดล็อกก่อนจะพูดถึงการเติบโต

จุดชี้เป็นชี้ตายของเศรษฐกิจพื้นที่ชายแดนตอนนี้อยู่ที่ด่านสะเดา–ด่านนอก หากด่านยังติดขัดทุกแผนชายแดนใต้ท่องเที่ยวก็มีสิทธิ์สะดุด รัฐมนตรีการท่องเที่ยวและกีฬาเลือกลงพื้นที่สงขลา เปิดวงคุยผู้ประกอบการจากทั้ง 5 จังหวัดชายแดนเพื่อฟังปัญหาจากสนามจริง และประเด็นที่ดังที่สุดคือความล่าช้าและขาดคนทำงานบริเวณด่านสะเดา แม้ว่าด่านใหม่จะมีช่องทางเข้าออกถึง 22 ช่องแต่อุปกรณ์ที่พร้อมก็แพ้เรื่องบุคลากรและการจัดการ แนวคิดที่ถูกเสนอจึงไม่ใช่แค่เพิ่มคน แต่ต้องออกแบบใหม่ให้สอดรับยุคดิจิทัล เช่น ระบบลงทะเบียนออนไลน์ล่วงหน้า ตม.2 การเร่งสร้างถนนเชื่อมระยะ 1.2 กิโลเมตร และป้ายบอกทางขนาดใหญ่เพื่อลดความสับสน หากรัฐทำจริงจะกลายเป็นตัวอย่างการใช้เทคโนโลยีแก้ปัญหาด่านชายแดน เปลี่ยนภาพจากจุดติดเป็นจุดเชื่อมของการค้าสินค้าพรมแดน

ชายแดนใต้ท่องเที่ยวกำลังเปลี่ยนโฉม สู่ประตูเศรษฐกิจอาเซียนใหม่

รถไฟทางคู่ภาคใต้และสะพานสองแห่ง วางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานสงขลาและภูมิภาค

การประชุม ครม.สัญจรที่สงขลาไม่ได้หยุดอยู่แค่การพูดเรื่องด่าน แต่เดินหน้าเคาะโครงการโครงสร้างพื้นฐานชุดใหญ่ เริ่มจากรถไฟทางคู่ภาคใต้ระยะที่สอง 3 โครงการ ช่วงชุมพร–สุราษฎร์ธานี สุราษฎร์ธานี–ชุมทางหาดใหญ่ และชุมทางหาดใหญ่–ปาดังเบซาร์ ด้วยวงเงินรวม 106,798.32 ล้านบาท ซึ่งรัฐบาลรับภาระทั้งหมด และกำหนดเริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปีงบประมาณ 2569 ใช้เวลา 6–8 ปีแล้วแต่เส้นทาง โครงข่ายรางนี้จะเชื่อมการเดินทาง นักท่องเที่ยว และการค้าสินค้าพรมแดนให้เดินเร็วขึ้น คู่กันคือการลงนามสัญญาก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลาเชื่อมสงขลากับพัทลุง และสะพานเชื่อมเกาะลันตากับฝั่งแผ่นดินใหญ่ที่กระบี่ ซึ่งถูกออกแบบภายใต้แนวทาง Green Transport โดยนายกรัฐมนตรีย้ำชัดว่า "การพัฒนาเศรษฐกิจและการคมนาคมต้องไม่แลกมาด้วยการสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติ" จุดนี้สะท้อนว่าการผลักดันโครงสร้างพื้นฐานสงขลาและภาคใต้ไม่ได้มองแค่ความเร็ว แต่มองความยั่งยืนไปพร้อมกัน

โครงการพื้นที่เชื่อมบทบาทต่อคอริดอร์
รถไฟทางคู่ชุมพร–สุราษฎร์ธานีภาคใต้ตอนบนเพิ่มทางเลือกขนส่งและท่องเที่ยวเชื่อมสู่สงขลาและชายแดน
รถไฟทางคู่สุราษฎร์ธานี–ชุมทางหาดใหญ่ศูนย์กลางหาดใหญ่เสริมหาดใหญ่เป็นฮับการเดินทางและโลจิสติกส์ชายแดน
รถไฟทางคู่ชุมทางหาดใหญ่–ปาดังเบซาร์ชายแดนพรมแดนตรงสู่ด่านชายแดนหนุนการค้าสินค้าพรมแดนและท่องเที่ยวข้ามแดน
ชายแดนใต้ท่องเที่ยวกำลังเปลี่ยนโฉม สู่ประตูเศรษฐกิจอาเซียนใหม่

สะพานเชื่อมจังหวัดและเกาะท่องเที่ยว ยกระดับชายแดนใต้ท่องเที่ยวสู่ประตูอาเซียน

สองสะพานใหม่ในภาคใต้ไม่ใช่แค่สิ่งปลูกสร้าง แต่คือสัญลักษณ์ว่าพื้นที่ชายแดนกำลังถูกออกแบบให้เป็นคอริดอร์เศรษฐกิจเต็มรูปแบบ สะพานข้ามทะเลสาบสงขลาจะลดเวลาเดินทางระหว่างสงขลากับพัทลุงจากราวชั่วโมงครึ่งเหลือประมาณ 20 นาที กลายเป็นเส้นทางเศรษฐกิจที่ลดต้นทุนการขนส่งสินค้า การเดินทาง และการดำรงชีวิตของคนในพื้นที่ ขณะเดียวกันสะพานเชื่อมเกาะลันตาจะเปลี่ยนรูปแบบการเดินทางจากเรือเป็นรถยนต์หรือจักรยานในอนาคต ทำให้การท่องเที่ยวทางทะเลเชื่อมกับโครงข่ายถนนได้เนียนขึ้น ทั้งสองโครงการถูกผลักดันร่วมกันโดยฝ่ายนโยบายและหน่วยงานคมนาคม มีธนาคารพัฒนาเข้ามาเป็นคู่สัญญาในบางส่วน และถูกย้ำให้เป็น "สะพานแห่งโอกาส" ที่เดินคู่กับ "การอนุรักษ์ธรรมชาติอย่างยั่งยืน" นี่คือมุมใหม่ของชายแดนใต้ท่องเที่ยว ที่ไม่ได้ขายแค่ทะเลและภูเขา แต่ขายการเดินทางที่สะดวก ปลอดภัย และเคารพระบบนิเวศ

ชายแดนใต้ท่องเที่ยวกำลังเปลี่ยนโฉม สู่ประตูเศรษฐกิจอาเซียนใหม่

เงินทุนเยียวยาและบทสรุป ชายแดนใต้จะเป็นคอริดอร์เศรษฐกิจได้จริงหรือไม่

แม้โครงสร้างพื้นฐานจะถูกอัดฉีดครั้งใหญ่ แต่หากผู้ประกอบการในพื้นที่ไม่มีแรงทุน ชายแดนใต้ก็ยากจะทะยานเป็นคอริดอร์เศรษฐกิจ หอการค้าสงขลาจึงเสนอ Soft Loan สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำรวม 25,000 ล้านบาท เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังเหตุอุทกภัยปลายปี 2568 โดยชี้ว่าปัจจุบันธุรกิจกลับมาฟื้นตัวได้เพียงร้อยละ 80 พร้อมเสนอให้ยกเว้นตรวจเครดิตบูโรสำหรับผู้ประสบภัย ให้หน่วยงานค้ำประกันหนี้ และเปิดทางรีไฟแนนซ์หนี้เดิมในแนวราบ นี่คือข้อเสนอที่มุ่งจะให้ผู้เล่นในพื้นที่มีแรงเดินบนโครงสร้างพื้นฐานใหม่ ไม่ใช่ปล่อยให้กลายเป็นโครงสร้างสวยแต่ไร้ผู้ใช้ คำถามสำคัญคือรัฐจะมองชายแดนใต้เป็นเพียงพื้นที่ต้องเยียวยา หรือกล้าปรับบทบาทให้เป็นประตูเศรษฐกิจอาเซียนอย่างแท้จริง หากการปลดล็อกด่านสะเดา การเดินหน้ารถไฟทางคู่ภาคใต้ การสร้างสะพาน และการอัดฉีดทุนสามารถขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน เศรษฐกิจพื้นที่ชายแดนและชายแดนใต้ท่องเที่ยวมีโอกาสเปลี่ยนบทบาทจากพื้นที่เปราะบาง เป็นคอริดอร์ที่ทั้งคนและทุนอยากเดินทางผ่าน

ชายแดนใต้ท่องเที่ยวกำลังเปลี่ยนโฉม สู่ประตูเศรษฐกิจอาเซียนใหม่

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!