ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

เทศกาลภาพยนตร์กรุงเทพฯ กลับสู่ศูนย์กลางหนังอิสระและภาพยนตร์เอเชีย

เทศกาลภาพยนตร์กรุงเทพฯ กลับสู่ศูนย์กลางหนังอิสระและภาพยนตร์เอเชีย
ความสนใจ|เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

การกลับมาของเทศกาลภาพยนตร์กรุงเทพฯ คือจุดเปลี่ยนของวัฒนธรรมการดูหนัง

เทศกาลภาพยนตร์กรุงเทพฯ คือเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติที่ใช้กรุงเทพมหานครเป็นเวทีรวมภาพยนตร์จากหลายประเทศ สร้างพื้นที่พบกันของคนทำหนัง ผู้ชม และธุรกิจภาพยนตร์ ผ่านการฉายหนัง เวทีเสวนา ตลาดหนัง และกิจกรรมสร้างทักษะ เป้าหมายเพื่อยกระดับเมืองให้เป็นศูนย์กลางฟิล์มฮับของภูมิภาค ใช้ภาพยนตร์ผลักดันวัฒนธรรมร่วมสมัย และผลักหนังอิสระไทยเข้าสู่สายตาผู้ชมวงกว้าง

การกลับมาของเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯในปี 2026 หลังหยุดไป 17 ปีไม่ใช่แค่ข่าวดีของคนรักหนัง แต่คือสัญญาณว่าการเมืองวัฒนธรรมกำลังเลือกลงทุนกับจินตนาการอีกครั้ง เทศกาลนี้จัดครั้งแรกในปี 2546 และจัดครั้งสุดท้ายในปี 2551 ก่อนหยุดยาวถึง 17 ปีเต็ม การเปิดม่านใหม่ระหว่างวันที่ 13–27 กันยายน 2569 พร้อมทีมบริหารใหม่และวิสัยทัศน์ฟิล์มฮับ ทำให้เทศกาลภาพยนตร์กรุงเทพฯ กลายเป็นสนามทดสอบว่าเมืองนี้จะกล้ากลับมายืนแถวหน้าของภาพยนตร์เอเชียหรือไม่

เทศกาลภาพยนตร์กรุงเทพฯ กลับสู่ศูนย์กลางหนังอิสระและภาพยนตร์เอเชีย

จากฟิล์มฮับถึงตลาดหนัง: เมื่อเทศกาลไม่ใช่แค่การฉาย แต่คือโครงสร้างอุตสาหกรรม

สิ่งที่ทำให้เทศกาลภาพยนตร์กรุงเทพฯ น่าสนใจกว่าการกลับมาครั้งก่อน คือการประกาศชัดว่าต้องการยกระดับเมืองให้เป็นศูนย์กลางด้านภาพยนตร์ของภูมิภาคและใช้ภาพยนตร์เป็นเครื่องมือผลักดันพลังอำนาจละมุนสู่สายตาชาวโลก นี่คือการยอมรับว่าภาพยนตร์ไม่ใช่เพียงสินค้าบันเทิง แต่เป็นโครงสร้างเศรษฐกิจและวัฒนธรรมที่รัฐเลือกจะวางเดิมพัน

หัวใจของความเปลี่ยนแปลงคือการสร้าง “ตลาดหนัง” เพื่อเป็นศูนย์กลางซื้อขายผลงาน เจรจาทางการค้า และขายบริการถ่ายทำให้ต่างชาติ ที่สำคัญคือการเปิดพื้นที่นำเสนอโปรเจกต์และหาทุนให้คนทำหนังอิสระ ผู้กำกับ และครีเอเตอร์รุ่นใหม่ได้นำเสนอแนวคิดต่อผู้ลงทุนและผู้จัดจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ ประโยคที่ควรถูกจำคือ “ตลาดหนังที่ดีคือสะพานเชื่อมความฝันของคนทำหนังกับความเสี่ยงของนักลงทุน” เพราะถ้าสะพานนี้แข็งแรง หนังอิสระไทยก็มีโอกาสยืนในแผนที่โลกได้จริง

เทศกาลภาพยนตร์กรุงเทพฯ กลับสู่ศูนย์กลางหนังอิสระและภาพยนตร์เอเชีย

VIFF 2026 และโปรแกรม FIRST: เมื่อเทศกาลกลายเป็นพื้นที่ทดลองของหนังอิสระไทย

ขณะที่เทศกาลภาพยนตร์กรุงเทพฯ ขยับบทบาทสู่ฟิล์มฮับ VIFF 2026 กำลังพิสูจน์ว่าเทศกาลภาพยนตร์สามารถเป็นที่พำนักของหนังอิสระไทยได้อย่างแท้จริง เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ VIPA International Film Festival 2026 หรือ VIFF 2026 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 11–25 กันยายน 2569 ณ พื้นที่สื่อสาธารณะและแพลตฟอร์มออนไลน์ในรูปแบบ Hybrid Festival เปิดให้ประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมและรับชมภาพยนตร์ฟรี แนวคิด “FIRST” เน้นเรื่องเล่าใหม่ ผู้สร้างรุ่นใหม่ และความกล้าทดลองภาษาภาพยนตร์

VIFF 2026 ประกาศตัวชัดว่าเป้าหมายไม่ใช่แค่ฉายหนัง แต่คือการสร้างพื้นที่พบกันระหว่างคนทำหนัง ผู้ชม และผู้เชี่ยวชาญ ผ่าน Film Talks Workshops Masterclasses และกิจกรรม Networking ตลอดเทศกาล การเปิดเทศกาลด้วย One Cut Monk วันคัต ดีเนาะ ที่ใช้การถ่ายทำแบบเทคเดียวตลอดเรื่อง และโปรแกรม “ONE SHOT, MANY VOICES - หนึ่งช็อต หลายเสียงของหนังอิสระ” ซึ่งคัดหนังคลาสสิกและร่วมสมัยที่ใช้ Long Take มาฉาย 5 เรื่อง แสดงให้เห็นชัดว่า VIFF 2026 เลือกยืนข้างความกล้าทางรูปแบบ มากกว่าความปลอดภัยทางตลาด

เทศกาลภาพยนตร์กรุงเทพฯ กลับสู่ศูนย์กลางหนังอิสระและภาพยนตร์เอเชีย

วงเสวนาและพื้นที่พูดคุย: หนังอิสระไทยกำลังเขียนบทใหม่ร่วมกับผู้ชม

เสน่ห์สำคัญของ VIFF 2026 คือการวางเวทีให้คนทำหนังและผู้ชมได้ถอดรหัสกันต่อหน้า เทศกาลเดินหน้าสร้างพื้นที่ให้คนทำหนัง ผู้ชม และคนในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ได้พบปะและแลกเปลี่ยนมุมมอง ผ่านวงเสวนาในโปรแกรม Festival Weekend วงแรกอย่าง “Long Take ความกล้า ความจริง และงานฝีมือของหนังอิสระ” พูดชัดว่าการถ่ายยาวไม่ได้มีความหมายเพียงเพราะ “ถ่ายยาว” แต่ต้องพาเรื่องและอารมณ์เดินหน้าคู่กับผู้ชม

อีกด้าน วงเสวนาที่ว่าด้วยโอกาสและพื้นที่ของหนังอิสระไทยดึงคนทำงานทั้งผู้กำกับ นักแสดง และผู้อำนวยการสร้างมาพูดตรงว่าหนังอิสระต้องหาทางก้าวพ้นคนดูเฉพาะกลุ่มไปสู่ผู้ชมวงกว้าง โปรแกรม “ONE SHOT, MANY VOICES - หนึ่งช็อต หลายเสียงของหนังอิสระ” คือหลักฐานว่าหนังอิสระไทยกำลังหาทางสร้างภาษาใหม่ เพื่อเจรจากับทั้งผู้ชมในประเทศและต่างประเทศไปพร้อมกัน ถ้าเทศกาลภาพยนตร์กรุงเทพฯ คือโครงสร้าง หนังอิสระไทยใน VIFF 2026 ก็คือหัวใจที่ทำให้โครงสร้างนั้นมีชีวิต

เทศกาลภาพยนตร์กรุงเทพฯ กลับสู่ศูนย์กลางหนังอิสระและภาพยนตร์เอเชีย

จากเทศกาลสู่เวทีนานาชาติ: ทำไมตอนนี้คือจังหวะทองของภาพยนตร์เอเชียและหนังอิสระไทย

สิ่งที่เชื่อมเทศกาลภาพยนตร์กรุงเทพฯ กับ VIFF 2026 เข้าด้วยกันคือเป้าหมายเดียวกัน นั่นคือการดันภาพยนตร์เอเชียและหนังอิสระไทยออกสู่เวทีนานาชาติ เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯ ตั้งเป้าชัดว่าจะใช้ภาพยนตร์เป็นเครื่องมือหลักในการผลักดัน Soft Power ของเมืองสู่สายตาชาวโลก ขณะที่ VIFF 2026 ใช้แพลตฟอร์มสื่อสาธารณะและออนไลน์เปิดให้คนดูรับชมฟรี พร้อมเชิญผู้เชี่ยวชาญและเครือข่ายระดับสากลเข้ามาพูดคุย

เมื่อมีทั้งเทศกาลภาพยนตร์กรุงเทพฯ ที่มุ่งสร้างฟิล์มฮับ และ VIFF 2026 ที่เน้นสร้างพื้นที่ให้หนังอิสระไทยและเรื่องเล่าใหม่ เรากำลังเห็นโครงสร้างที่อาจทำให้หนังในภูมิภาคนี้มีทางเดินต่อเนื่อง ตั้งแต่โปรเจกต์ที่ยังอยู่ในกระดาษ ไปจนถึงการฉายในเทศกาลและการพบผู้ชมวงกว้าง หากมีสิ่งหนึ่งที่ควรถูกจำจากปีนี้ นั่นคือประโยคที่ว่า “เทศกาลที่ดีไม่ได้วัดจากจำนวนหนัง แต่จากจำนวนสะพานที่มันสร้างให้หนังเดินไปหาคนดู” และตอนนี้สะพานเหล่านั้นกำลังถูกวางทีละช่วงในภูมิภาคภาพยนตร์เอเชีย

เทศกาลภาพยนตร์กรุงเทพฯ กลับสู่ศูนย์กลางหนังอิสระและภาพยนตร์เอเชีย

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!