นิยามเกมรุกเวียดนามของเซ็นทรัลกรุป
ยุทธศาสตร์ลงทุนเวียดนามของเซ็นทรัลกรุปคือแผนระยะยาวในการปักหมุดศูนย์การค้าเวียดนาม ธุรกิจค้าปลีก และโรงแรม ภายใต้โมเดลโครงการมิกซ์ยูสที่ผสานการใช้ประโยชน์หลายรูปแบบในพื้นที่เดียวกัน ตั้งแต่ห้างสรรพสินค้า ไฮเปอร์มาร์เก็ต อาคารสำนักงาน ไปจนถึงโรงแรมและบริการไลฟ์สไตล์ เพื่อดึงกำลังซื้อคนเมือง เชื่อมซัพพลายเออร์ท้องถิ่น และกลายเป็นแพลตฟอร์มหลักของการขยายธุรกิจอาเซียนของกลุ่ม
หัวใจของแผนนี้คือการยอมรับอย่างชัดเจนว่าเวียดนามไม่ใช่แค่ตลาดต่างประเทศอีกแห่ง แต่คือ “เสาหลัก” ใหม่ของการขยายธุรกิจอาเซียน เซ็นทรัลกรุปประกาศแผนลงทุนมากกว่า 1.16 แสนล้านบาทในเวียดนาม แบ่งเป็นการลงทุนผ่านเซ็นทรัลรีเทลราว 50,000 ล้านบาทภายใน 3-5 ปี และผ่านเซ็นทรัลพัฒนาอีกประมาณ 66,700 ล้านบาทในช่วง 10-15 ปีข้างหน้า ตัวเลขนี้สะท้อนมุมมองเชิงรุกชัดเจนว่าใครครองเวียดนามก่อน ย่อมมีฐานแข็งในอาเซียนก่อน

ทำไมเวียดนามจึงกลายเป็นสนามหลักของการลงทุน
หากมองในมุมเศรษฐกิจ เวียดนามกำลังกลายเป็น “เครื่องยนต์โตเร็ว” ของภูมิภาค โดยมีการประเมินว่า GDP ปีล่าสุดอาจขยายตัวได้ถึง 7.2% สะท้อนกำลังซื้อและการเติบโตของชนชั้นกลางที่ยังไต่ระดับขึ้นอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญ ความเจริญไม่ได้กระจุกที่เมืองเดียว แต่ขยายจากฮานอย ดานัง โฮจิมินห์ ไปสู่เมืองรองทั่วประเทศ ทำให้โมเดลค้าปลีกและศูนย์การค้าสามารถปูพรมสาขาได้ลึกและกว้าง
วัลยา จิราธิวัฒน์ ระบุชัดว่าเวียดนามมีประชากรกว่า 100 ล้านคน เมืองกำลังขยาย และผู้บริโภคเปิดรับ Modern Retail อย่างกว้างขวาง ประโยคนี้คือคำอธิบายว่าทำไมเซ็นทรัลกรุปตั้งใจลงทุนแบบมาราธอน ไม่ใช่แค่รอบสั้น เวียดนามยังตั้งเป้ามูลค่าการค้าร่วมกับไทยที่ 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสร้างแรงจูงใจให้ทั้งภาครัฐและเอกชนเร่งเชื่อมเศรษฐกิจสองประเทศมากขึ้น ในแง่นี้ การลงทุนเวียดนามจึงไม่ใช่เพียงเรื่องผลตอบแทนบริษัท แต่คือการวางตัวเองให้กลายเป็นสะพานหลักของกระแสการค้าในภูมิภาค
ศูนย์การค้าเวียดนามและอีโคซิสเต็มค้าปลีกที่เซ็นทรัลกำลังสร้าง
เซ็นทรัลรีเทลคือ “แนวหน้า” ของเซ็นทรัลกรุปในเวียดนาม ตั้งแต่เริ่มลงทุนในปี 2012 กลุ่มได้ใช้เม็ดเงินรวมมากกว่า 49,000 ล้านบาทเพื่อสร้างเครือข่ายศูนย์การค้าเวียดนาม ไฮเปอร์มาร์เก็ต และโมเดิร์นเทรดครบวงจร ทั้ง Food Retail Non-food Retail และอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ ผลลัพธ์คือยอดขายรวมราว 330,000 ล้านบาทในช่วงปี 2018-2025 ซึ่งหมุนกลับสู่ระบบเศรษฐกิจเวียดนามผ่านการลงทุนซ้ำและซัพพลายเชนท้องถิ่นเดียวกัน
ในเชิงโครงสร้าง เซ็นทรัลรีเทลครองส่วนแบ่งตลาดกลุ่มไฮเปอร์มาร์เก็ตถึง 40% และให้บริการลูกค้ามากถึง 500,000 ครั้งต่อวัน พร้อมฐานสมาชิก The One Vietnam ที่ใช้เชื่อมบริการให้ไร้รอยต่อ กลยุทธ์ต่อจากนี้คือการลงทุนเพิ่มอีกประมาณ 49,000 ล้านบาท เพื่อขยาย GO Hypermarket และธุรกิจอื่นในเครือ กว่า 50 สาขาจากปัจจุบันราว 300 สาขา หากแผนนี้เดินตามเวลา เวียดนามจะกลายเป็นห้องทดลองขนาดใหญ่สำหรับโมเดลค้าปลีกยุคใหม่ของเซ็นทรัล ซึ่งอาจถูกนำกลับมาต่อยอดในตลาดอาเซียนอื่นได้

มิกซ์ยูสและโรงแรม: การยึดพื้นที่เมืองด้วยประสบการณ์ครบวงจร
สิ่งที่ทำให้ยุทธศาสตร์ลงทุนเวียดนามของเซ็นทรัลกรุปแตกต่างจากนักลงทุนรายอื่น คือการไม่หยุดแค่ค้าปลีก แต่เดินหน้าเต็มตัวกับโครงการมิกซ์ยูสและโรงแรม เซ็นทรัลพัฒนาวางงบลงทุนราว 67,000 ล้านบาทในช่วง 10-15 ปี เพื่อพัฒนาโครงการศูนย์การค้ามิกซ์ยูสระดับเวิลด์คลาสในเมืองหลักอย่างฮานอย โฮจิมินห์ และดานัง โดยเน้นองค์ประกอบศูนย์การค้า อาคารสำนักงาน และที่อยู่อาศัยในพื้นที่เดียวกัน
ในฝั่งโรงแรม เซ็นทารามี Centara Mirage Resort Mui Ne ที่รองรับได้ 984 ห้อง และเตรียมเปิดเพิ่มอีก 2 แห่ง รวมเกือบ 1,000 ห้องภายในสิ้นปีหนึ่ง นี่คือการปักธงว่าการลงทุนเวียดนามไม่ใช่แค่การขายสินค้า แต่คือการขายประสบการณ์ท่องเที่ยวและไลฟ์สไตล์ครบวงจร เมื่อเชื่อมโรงแรมเข้ากับศูนย์การค้าและไฮเปอร์มาร์เก็ต ภาพที่ได้คือแพลตฟอร์มบริการที่ตามลูกค้าได้ตั้งแต่เวลาซื้อของจนถึงเวลาพักผ่อน เป็นโมเดลที่เกาะกระแสเมืองเติบโตและการท่องเที่ยวในเวียดนามแบบเต็มรูปแบบ
Vietnamese Week และผลกระทบต่อผู้บริโภคในชีวิตจริง
อีกมิติสำคัญของการลงทุนเวียดนามคือการสร้างความเชื่อมโยงเชิงวัฒนธรรมและซัพพลายเชนมากกว่าการถือครองทรัพย์สิน กลุ่มเซ็นทรัลร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าเวียดนามจัดงาน Vietnamese Week in Thailand 2026 ภายใต้แนวคิด Discover the Charm of Vietnam นำสินค้า อาหาร วัฒนธรรม และการท่องเที่ยวจาก 5 เมืองและจังหวัดสำคัญมานำเสนอ พร้อมจัด Business Matching เชื่อมผู้ประกอบการกว่า 60 รายเข้าสู่ตลาด งานลักษณะนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2559 มีผู้ประกอบการเข้าร่วมแล้วกว่า 1,000 ราย และมีผู้เข้าชมมากกว่า 1 ล้านคน
สำหรับผู้บริโภค ผลกระทบคือประสบการณ์จับจ่ายและเดินห้างที่เปลี่ยนไป ระบบสมาชิก The One Vietnam ทำให้ลูกค้าได้รับบริการเชื่อมโยงข้ามช่องทางได้เนียนขึ้น ขณะที่เซ็นทรัลรีเทลขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ Better for Vietnam เพื่อสนับสนุนยุทธศาสตร์ปี 2050 ของรัฐบาลเวียดนาม และมีการให้บริการลูกค้ามากถึง 500,000 ครั้งต่อวัน เมื่อรวมกับงานจับคู่ธุรกิจและกิจกรรมเชื่อมซัพพลายเออร์ การลงทุนเวียดนามของเซ็นทรัลกรุปจึงไม่ได้หยุดที่ตัวเลขลงทุน แต่เริ่มแทรกซึมเข้าสู่สินค้าในมือผู้บริโภค แรงงานในท้องถิ่น และภาพลักษณ์ของแบรนด์ไทยในสายตาชาวเวียดนามไปพร้อมกัน

ข้อสรุป: ความเสี่ยงที่ยอมรับแลกกับฐานอำนาจใหม่ในอาเซียน
เมื่อมองภาพรวม แผนลงทุนเวียดนามของเซ็นทรัลกรุปคือการประกาศว่าอนาคตของบริษัทไม่ได้ผูกอยู่กับตลาดใดตลาดหนึ่งอีกต่อไป แต่กำลังสร้างเสาหลักใหม่ในอาเซียนผ่านการลงทุนเชิงลึก ทั้งค้าปลีก ศูนย์การค้าเวียดนาม โครงการมิกซ์ยูส และโรงแรม การทุ่มงบมหาศาลในช่วง 10-15 ปีข้างหน้าคือการเดิมพันว่าการเติบโตของเวียดนามจะยังไปต่อ และเซ็นทรัลจะเข้าไปอยู่ในใจผู้บริโภคก่อนใคร
อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงก็ชัดเจน ทั้งเรื่องกฎระเบียบ คู่แข่งต่างชาติ และความผันผวนของเศรษฐกิจ แต่การที่เซ็นทรัลรีเทลครองส่วนแบ่งตลาดไฮเปอร์มาร์เก็ตระดับ 40% และมีเครือข่ายครอบคลุม 26 จังหวัดทั่วประเทศ แสดงให้เห็นว่าบริษัทไม่ได้เดินเกมนี้แบบทดลอง แต่เดินแบบลงหลักปักฐาน สำหรับผู้ประกอบการไทย การลงทุนเวียดนามของเซ็นทรัลกรุปคือสัญญาณชัดเจนว่าใครที่ยังมองอาเซียนเป็นตลาดรอง กำลังเสี่ยงตกขบวนคลื่นเติบโตครั้งใหม่ของภูมิภาค






