เศรษฐกิจสุขภาพคืออะไร และทำไมจึงกลายเป็นสนามรบใหม่ของท่องเที่ยวพรีเมียม
เศรษฐกิจสุขภาพ wellness economy คือระบบกิจกรรมสินค้าและบริการที่มุ่งเสริมสร้างสุขภาวะกายใจแบบองค์รวม ตั้งแต่การดูแลส่วนบุคคล ความงาม โภชนาการ การออกกำลังกาย ที่อยู่อาศัยเพื่อสุขภาพ ไปจนถึงการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและสปา ที่ผูกโยงประสบการณ์เดินทางเข้ากับการพักผ่อน ฟื้นฟู และป้องกันโรคล่วงหน้า มากกว่ารอรักษาเมื่อเจ็บป่วย ในมิติการท่องเที่ยว นี่คือการเลื่อนระดับจากขายแพ็กเกจเที่ยวครบสถานที่ ไปสู่การขายคุณภาพชีวิตตามแนวคิด Value over Volume ที่เน้นรายได้ต่อหัวสูง มากกว่าจำนวนนักเดินทางจำนวนมาก เพราะผู้บริโภครุ่นใหม่มองว่า wellness คือความหรูหราแบบใหม่ พวกเขาโชว์ชั่วโมงการนอนที่มีคุณภาพ ใช้อุปกรณ์วัดสุขภาพ และสนใจประสบการณ์ฟื้นฟูร่างกายมากกว่าช้อปปิงเพียงอย่างเดียว

จากจุดหมายพักผ่อน สู่ศูนย์กลางท่องเที่ยวสุขภาพโลก
เมื่อภาครัฐกำหนด Tourism & Wellness Hub เป็นหนึ่งในเป้าหมายขับเคลื่อนเศรษฐกิจ นโยบายท่องเที่ยวจึงถูกรีเซ็ตให้สอดรับกับเศรษฐกิจสุขภาพโลก ภาคเอกชนเสนอภาพใหม่ว่า ประเทศควรก้าวจากการเป็นจุดหมายเพื่อการพักผ่อน ไปเป็น Sanctuary of the World หรือที่พักพิงเพื่อสุขภาวะองค์รวมของโลก นี่คือการตั้งเป้าให้ท่องเที่ยวสุขภาพโลก wellness hub กลายเป็นโครงสร้างหลัก ไม่ใช่แค่ตลาดเฉพาะกลุ่ม โครงสร้างเศรษฐกิจสุขภาพแบ่งเป็น 11 หมวด ตั้งแต่ personal care & beauty ไปจนถึงการออกกำลังกาย โภชนาการ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และอสังหาริมทรัพย์เพื่อสุขภาพที่ใช้แนวคิด biophilic design จัดพื้นที่สีเขียวและโซนโยคะเพื่อเติมเต็มสุขภาวะ ตัวอย่างเช่นโครงการ The Forestias และ WellEra ของเครือ BDMS ที่ลงทุนกว่า 29,000 ล้านบาทเพื่อสร้าง wellness complex ครบวงจรในย่านหลังสวนสารสิน แสดงให้เห็นว่าแนวคิดนี้ไม่ได้หยุดที่โรงแรมหรือสปา แต่กำลังเข้าไปอยู่ในเมืองและที่อยู่อาศัยระดับลักชัวรี
โมเดลท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่จับต้องได้จากเขาหลักถึงพังงา
การขยายตัวของท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ sustainable tourism ไม่ใช่คำสวยหรูอีกต่อไป ตัวอย่างชัดเจนคือรีสอร์ตในเขาหลักที่พัฒนา JW Garden สวนอินทรีย์ขนาดใหญ่ที่สุดนอกสหรัฐในเครือ JW มีทั้งแปลงเกษตรอินทรีย์ ฟาร์มไก่ เป็ด และแพะ นำผลผลิตเข้าสู่ห้องอาหารตามแนวคิด farm to table พร้อมปลูกต้นจากในป่าชายเลนเพื่อลดการกัดเซาะชายฝั่งและฟื้นฟูระบบนิเวศ นี่คือการผสานรีสอร์ตกับฐานทรัพยากรธรรมชาติอย่างรับผิดชอบ รีสอร์ตเดียวกันยังสร้างศูนย์อนุบาลและอนุรักษ์ปลาฉลามกบแห่งแรกของเครือในเอเชียแปซิฟิก ร่วมกับมูลนิธิด้านทะเลภายใต้โปรแกรม Good Travel with Marriott Bonvoy ชวนแขกเข้าร่วมกิจกรรมส่องนกกว่า 54 สายพันธุ์และเรียนรู้เกษตรอินทรีย์ รูปแบบนี้สะท้อนว่ารีสอร์ตจะอยู่ในตลาดท่องเที่ยวคุณภาพสูง premium tourism ต่อไปได้ก็ต่อเมื่อแสดงให้เห็นคุณค่าต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพจิตผู้เข้าพักไปพร้อมกัน

Surf Therapy พังงา และการทดลองเชื่อมเวลเนสเข้ากับประสบการณ์เดินทาง
ในระดับภูมิภาค การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพกำลังถูกโรลเอาต์ผ่านโครงการเฉพาะพื้นที่ การท่องเที่ยวแห่งชาติจัดกิจกรรม Amazing Surf & Wellness Journey ดึงอินฟลูเอนเซอร์จากสหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย และญี่ปุ่น รวม 11 ราย ลงพื้นที่พังงาเพื่อสัมผัสเซิร์ฟบำบัด ธรรมชาติ อาหาร และวิถีชุมชน พร้อมปักหมุดจังหวัดนี้เป็น Surf & Wellness ปลายทางใหม่ของเอเชีย กิจกรรมภาคสนามครอบคลุม Surf Therapy เยี่ยมชมโรงงานเซิร์ฟบอร์ด ร่วม wellness & cooking class และ forest bathing ที่น้ำตกโตนช่องฟ้า ในอีกภาคเหนือ เชียงใหม่เตรียมจัด Chiang Mai Longevity Summit 2026 เพื่อวางตัวเองเป็น world class wellness destination และตั้งเป้ารายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ 1.5 แสนล้านบาทภายในปี 2574 ขณะเดียวกันยังมีโครงการฟื้นเมืองอื่นอย่างในสงขลาที่เน้นท่องเที่ยวมูลค่าสูงและการเยียวยาเศรษฐกิจผ่านเวลเนส สัญญาณทั้งหมดบอกชัดว่าประเทศกำลังทดลองโมเดลเมืองเวลเนสหลายรูปแบบไปพร้อมกัน

จากเที่ยวครั้งเดียวสู่ระบบนิเวศ Wellness Travel ที่อยู่กับผู้เดินทางทั้งเส้นทาง
จุดเปลี่ยนสำคัญของท่องเที่ยวคุณภาพสูง premium tourism คือการทำให้เวลเนสไม่ใช่แค่บริการปลายทาง แต่เป็นเพื่อนร่วมทางทั้ง journey ความร่วมมือระหว่างแบรนด์เวลเนส divana กับสายการบิน China Airlines ภายใต้แนวคิด Luxury Wellness Journey จึงน่าสนใจเป็นพิเศษ โครงการนี้เริ่มตั้งแต่ 1 กันยายน 2569 ถึง 31 มีนาคม 2570 เชื่อมบริการตั้งแต่ก่อนบิน ระหว่างบิน จนถึงเวลาพักผ่อนที่จุดหมาย ผ่านผลิตภัณฑ์ สิทธิประโยชน์ และบริการสปาแบบครบวงจร ลูกค้า VIP ของสายการบินจะได้รับผลิตภัณฑ์ divana เพื่อสัมผัส Thai wellness ล่วงหน้า ผู้โดยสารตามเงื่อนไขได้สิทธิส่วนลดสปาสูงสุด 20 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่สมาชิก divana เข้าถึงสิทธิจากสายการบินตามเงื่อนไข เป้าระยะยาวคือการสร้าง Wellness Travel Ecosystem ที่เชื่อมการเดินทางกับ well being อย่างแนบเนียน สะท้อนภาพที่ภาครัฐมุ่งผลักดันให้ประเทศเป็นศูนย์กลาง wellness hub ของภูมิภาคในอนาคต






