ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ศึกโรงแรมไทยขยายตัว ระหว่างหรูริมน้ำกับบัджเจตทั่วประเทศ

ศึกโรงแรมไทยขยายตัว ระหว่างหรูริมน้ำกับบัджเจตทั่วประเทศ
ความสนใจ|เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ภาพใหญ่ของศึกโรงแรมไทยขยายตัวในยุคอีเวนต์ขับเคลื่อนดีมานด์

โรงแรมไทยขยายตัวหมายถึงกระบวนการที่ผู้ประกอบการรายใหญ่เร่งลงทุนและเปิดสาขาใหม่ทั้งในทำเลท่องเที่ยวระดับพรีเมียมและเมืองรอง เพื่อแย่งชิงนักเดินทางที่หลากหลาย ตั้งแต่กลุ่มหรูที่มองหาประสบการณ์เฉพาะตัวไปจนถึงกลุ่มบัджเจตที่ต้องการคุณภาพคุ้มค่า ดีมานด์เหล่านี้ถูกกระตุ้นด้วยอีเวนต์ขนาดใหญ่และการฟื้นตัวของการเดินทาง ทำให้เกมการแข่งขันไม่ใช่แค่เรื่องจำนวนห้องพัก แต่เป็นเรื่องการวางตำแหน่งแบรนด์ โลเคชัน และรูปแบบประสบการณ์ที่แตกต่างอย่างชัดเจน ภาพที่ชัดเจนที่สุดคือกลยุทธ์สวนทางของสองกลุ่มใหญ่ LHMH ที่ทุ่มทุนลงทุนเจ้าพระยาและย่านเยาวราชเพื่อสร้างแลนด์มาร์กหรู และฝั่ง CPN ที่ผลักดันแบรนด์ GO! Hotel ในฐานะโรงแรมบัджเจตคุณภาพ ตั้งเป้าขยายครอบคลุม 77 จังหวัดทั่วประเทศ การเคลื่อนหมากต่างขั้วนี้กำลังวาดอนาคตใหม่ให้ตลาดโรงแรม ซึ่งผู้บริโภคจะได้ประโยชน์หรือเสียเปรียบ ขึ้นกับว่ากลยุทธ์ไหนตอบโจทย์การเดินทางจริงมากกว่า

ศึกโรงแรมไทยขยายตัว ระหว่างหรูริมน้ำกับบัджเจตทั่วประเทศ

LHMH กับเกมหรูริมเจ้าพระยาและเยาวราช การขายประสบการณ์มากกว่าห้องพัก

ฝั่ง LHMH เลือกเดินเกมบนสนามพรีเมียมอย่างชัดเจน เริ่มจากการเปิดตัวโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ วอยาจ พัทยา โรงแรมลำดับที่ 10 ของกลุ่มด้วยมูลค่าการลงทุนกว่า 4,300 ล้านบาท มีห้องพัก 494 ห้องและพื้นที่ใช้สอยรวม 110,000 ตารางเมตร ถูกวางตำแหน่งเป็น Integrated Destination Hotel ที่รวมสวนน้ำขนาดใหญ่กว่า 20,000 ตารางเมตร โซนความบันเทิง ร้านอาหาร และพื้นที่ไมซ์ เพื่อดึงทั้งกลุ่มครอบครัวและนักธุรกิจในจุดหมายเดียว แนวคิดของผู้บริหารชัดเจนว่า “ตอนนี้เราจึงไม่ได้ขายแค่ห้องพัก แต่เราขายประสบการณ์” โดยมุ่งให้ลูกค้า “ใจฟู” จาก Facility ที่ใช้เวลาเพียงครั้งเดียวก็เก็บประสบการณ์กลับไปได้ไม่หมด จากพัทยา LHMH ขยับเข้าสู่เมืองเก่าด้วยโครงการแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ไชน่าทาวน์ กรุงเทพฯ มูลค่าลงทุน 3,600 ล้านบาท ตั้งอยู่บนที่ดินเกือบ 4 ไร่ มี 351 ห้องพักและดีไซน์จากสถาปนิกชื่อดังระดับโลก พร้อมออกแบบที่จอดรถใต้ดิน 4 ชั้นเพื่อแก้เพนพอยต์เรื่องที่จอดของย่านเยาวราช นอกจากเยาวราช บริษัทยังเล็งพัฒนาโรงแรมใหม่ริมแม่น้ำเจ้พระยา เพื่อสร้างโลเคชันที่ไม่ซ้ำเดิม และยึดนโยบายไม่รับจ้างบริหารโรงแรม เน้นสร้างตึกใหม่ด้วยรูปแบบที่ว้าวกว่าการรีโนเวต สิ่งนี้สะท้อนว่ากลยุทธ์ LHMH คือการครองพื้นที่แลนด์มาร์กสำคัญ ใช้ทุนสูงแลกกับแบรนด์อิมแพกต์และประสบการณ์ที่ยากจะเลียนแบบ ซึ่งทำให้ตลาดระดับหรูแข่งขันกันเรื่องความต่างไม่ใช่แค่ดาวหรือสิ่งอำนวยความสะดวกมาตรฐาน

ศึกโรงแรมไทยขยายตัว ระหว่างหรูริมน้ำกับบัджเจตทั่วประเทศ

Tomorrowland กับบทเรียนด้านราคาห้องพัทยา เมื่ออีเวนต์ใหญ่กลายเป็นตัวปั่นดีมานด์

หากมองดีมานด์เชิงเหตุการณ์ พัทยากลายเป็นกรณีศึกษาสำคัญของตลาดโรงแรมไทยขยายตัว เมื่อเทศกาลดนตรีระดับโลกอย่าง Tomorrowland จัดขึ้นที่วิสดอม วัลเลย์ ชลบุรี ระหว่างวันที่ 11-13 ธันวาคม ส่งผลให้ภาพรวมราคาห้องพัทยากระโดดขึ้นอย่างน้อย 3 เท่าในทุกโรงแรม นี่ไม่ใช่แค่กำไรระยะสั้น แต่เป็นสัญญาณชัดว่าอีเวนต์ระดับโลกสามารถยกระดับภาพลักษณ์ปลายทางให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวพรีเมียมชั่วคราวได้ทันที สำหรับผู้บริโภค ด้านหนึ่งคือโอกาสเข้าถึงประสบการณ์ระดับโลกพร้อมที่พักที่ออกแบบมาเพื่อรองรับความสนุกตั้งแต่สวนน้ำธีม Lost World และ Tomorrow Land ไปจนถึงพื้นที่จัดประชุมและอีเวนต์ในโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ วอยาจ พัทยา แต่อีกด้านคือความท้าทายเรื่องราคาที่พุ่งขึ้นกะทันหัน ความเป็นธรรมจึงขึ้นกับความโปร่งใสในการตั้งราคาและทางเลือกอื่นใกล้เคียง ผู้เขียนมองว่า การที่งาน Tomorrowland สามารถดันราคาห้องพัทยาให้พุ่งสามเท่า แสดงว่าเมืองท่องเที่ยวไทยมีศักยภาพซ่อนอยู่มหาศาล หากรัฐและเอกชนร่วมกันดึงอีเวนต์คุณภาพมาอย่างสม่ำเสมอ ดีมานด์แบบนี้จะช่วยลดความผันผวนจากฤดูกาลและดันให้ผู้ประกอบการกล้าลงทุนในประสบการณ์เชิงคอนเซปต์มากขึ้น

ศึกโรงแรมไทยขยายตัว ระหว่างหรูริมน้ำกับบัджเจตทั่วประเทศ

GO! Hotel และยุทธศาสตร์โรงแรมบัджเจตคุณภาพ ขยายครอบคลุม 77 จังหวัด

ขณะที่ LHMH เล่นเกมหรู CPN เลือกเดินเกมสวนทางด้วยโรงแรมบัджเจตคุณภาพภายใต้แบรนด์ GO! Hotel โดยเปิดแฟล็กชิพ GO Hotel กรุงเทพ สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต บนทำเลใกล้สนามบินสุวรรณภูมิและโรบินสัน ไลฟ์สไตล์ ลาดกระบัง ใช้งบลงทุนกว่า 200 ล้านบาท ขนาด 179 ห้อง ซึ่งถือว่าใหญ่ที่สุดในเครือและถูกออกแบบให้เป็นต้นแบบใหม่ของแบรนด์ GO! Hotel วางตำแหน่งตัวเองเป็นทางเลือกตรงกลางระหว่างโรงแรมราคาสูงและโรงแรมโลคอลมาตรฐานไม่สม่ำเสมอ ด้วยแนวคิด “สุข สะดวก สบาย สุดคุ้ม” ที่เสนอราคาเริ่มต้นราว 1,000 บาทต่อคืน พร้อมคุณภาพมาตรฐานระดับสูงและโลเคชันที่เข้าถึงง่ายใกล้ศูนย์การค้าในเครือเซ็นทรัลและโรบินสัน จุดนี้ทำให้แขกไม่ต้องยึดติดกับบริการในโรงแรมอย่างเดียว สามารถใช้ชีวิต กิน เที่ยว ซื้อของในรัศมีเดินถึงได้ จากความสำเร็จของ 4 สาขาแรกในพื้นที่ EEC อย่างชลบุรีและระยอง ซึ่งมีทราฟฟิกสูงทั้งการทำงานและท่องเที่ยว และดีมานด์ชัดเจนสำหรับที่พักคุณภาพราคาจับต้องได้ ทำให้บริษัทตั้งเป้าขยายปีละ 5 สาขา และวางแผนกระจายสาขาให้ครอบคลุม 77 จังหวัดทั่วประเทศ หากดีมานด์และโลเคชันมีศักยภาพเพียงพอ โรงแรมบัджเจตแบบนี้ไม่ได้แข่งแค่กับ Hop Inn และ B2 แต่ใช้ความต่างด้านโลเคชันและการเชื่อมต่อศูนย์การค้าเพื่อสร้างฐานลูกค้าระยะยาว ซึ่งในมุมผู้เขียนถือเป็นการตอบโจทย์นักเดินทางสายประหยัดที่ยังต้องการความสะดวกครบวงจร

ศึกโรงแรมไทยขยายตัว ระหว่างหรูริมน้ำกับบัджเจตทั่วประเทศ

สองกลยุทธ์ต่างขั้ว ใครได้เปรียบในยุคอีเวนต์ดันดีมานด์และการเดินทางฟื้นตัว

เมื่อวางภาพรวมจะเห็นสองเส้นทางที่ต่างกันชัดเจน กลยุทธ์ลงทุนเจ้าพระยาริมน้ำและเยาวราชของ LHMH เน้นการสร้างโรงแรมหรูเป็นแลนด์มาร์กประสบการณ์ ใช้ทุนระดับพันล้านเพื่อสร้างความว้าวทั้งด้านดีไซน์ สิ่งอำนวยความสะดวก และคอนเซปต์โรงแรมแบบ Integrated Destination ข้อดีคือมูลค่าแบรนด์สูง สามารถเก็บราคาพรีเมียมและรับดีมานด์อีเวนต์ใหญ่เช่น Tomorrowland ที่ดันราคาห้องพัทยาขึ้นสามเท่า แต่ข้อจำกัดคือการกระจุกตัวในทำเลไม่กี่เมืองและกลุ่มลูกค้าระดับบน ในทางตรงกันข้าม โรงแรมบัджเจตคุณภาพแบบ GO! Hotel มองเกมยาวด้วยการกระจายสาขา 5 แห่งต่อปีเพื่อครอบคลุม 77 จังหวัด สร้างฐานลูกค้ากว้างผ่านราคาเข้าถึงได้และโลเคชันติดศูนย์การค้า ข้อดีคือเข้าถึงนักเดินทางทั่วประเทศทั้งสายงานและสายเที่ยว ลดความเสี่ยงจากการพึ่งดีมานด์อีเวนต์เฉพาะที่ แต่ก็ต้องแบกการแข่งขันดุเดือดในเซกเมนต์บัджเจตและแรงกดดันด้านอัตราเข้าพัก ผู้เขียนเห็นว่าผู้บริโภคได้ประโยชน์จากเกมต่างขั้วนี้อย่างชัดเจน หากต้องการประสบการณ์พรีเมียมริมน้ำเจ้พระยาหรือย่านเมืองเก่า ทางเลือกของ LHMH จะตอบโจทย์ ส่วนผู้ที่มองหาความคุ้มค่าใกล้ศูนย์การค้าและเส้นทางคมนาคม GO! Hotel และแบรนด์โรงแรมบัджเจตอื่นจะเป็นคำตอบ ในยุคที่อีเวนต์ใหญ่ตั้งแต่ IMF World Bank 2026 ไปจนถึงเฟสติวัลระดับโลกเริ่มหลั่งไหลเข้ามา ตลาดจะยิ่งแบ่งชัดระหว่างเมืองแลนด์มาร์กกับเมืองฐาน ถึงเวลาแล้วที่นักเดินทางต้องรู้เท่าทันกลยุทธ์เหล่านี้ เพื่อเลือกการพักที่คุ้มที่สุดทั้งเงินและประสบการณ์

ศึกโรงแรมไทยขยายตัว ระหว่างหรูริมน้ำกับบัджเจตทั่วประเทศ

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม บทความนี้สร้างขึ้นด้วย AI จากแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่และข้อมูลสินค้า

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!