นิยามใหม่ของแลนด์มาร์ก: จากศูนย์การค้าสู่ฮับความบันเทิงระดับโลก
การผสานแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งเข้ากับศูนย์การค้าเชิงท่องเที่ยวคือโมเดลธุรกิจที่นำคอนเทนต์บนหน้าจอและฐานแฟนคลับออนไลน์มาขยายเป็นประสบการณ์จริงในพื้นที่ทางกายภาพ ผสมผสานไลฟ์สไตล์ การจับจ่าย และกิจกรรมพบปะศิลปินให้เป็นระบบนิเวศเดียวกัน สร้างการท่องเที่ยวความบันเทิงที่ทำให้ผู้บริโภคเดินทางตามคอนเทนต์ที่รักแทนที่จะดูอยู่คนเดียวในบ้าน โมเดลนี้ยกระดับแลนด์มาร์กให้เป็นจุดหมายปลายทางที่เชื่อมโลกดิจิทัลเข้ากับโลกจริงอย่างไร้รอยต่อ สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่การจัดอีเวนต์เพิ่มสีสัน แต่เป็นการวางหมุดหมายให้สยามพารากอนและโครงการในเครือเดินหน้าสู่บทบาท Global Experiential Destination ผ่านความร่วมมือกับแพลตฟอร์มความบันเทิงออนไลน์ระดับโลกอย่าง iQIYI ที่ประกาศจับมือกันเพื่อสร้างประสบการณ์ความบันเทิงระดับโลกที่เชื่อมโลกหน้าจอและโลกแห่งความจริงเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ From Screen to Real-World Experience ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนชัดว่าคนดูยุคสตรีมมิ่งไม่ได้ต้องการคอนเทนต์ดีเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการพื้นที่ให้ตัวเองและชุมชนแฟนคลับได้ใช้ชีวิตร่วมกับเรื่องราวที่รักด้วย

เบื้องหลังดีลใหญ่: ทำไมต้องตอนนี้ และทำไมต้อง iQIYI
จุดตั้งต้นของดีลนี้มาจากการที่สยามพิวรรธน์อ่านเกมแฟนอีโคโนมีขาดว่ากลุ่มแฟนคลับคือตลาดที่เติบโตแรง ครอบคลุมหลายเซกเมนต์ และพร้อมจ่ายเพื่อประสบการณ์ที่มีความหมาย สยามพิวรรธน์จึงประกาศขับเคลื่อนธุรกิจในฐานะ Global Experiential Destination เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าและนักท่องเที่ยวทั่วโลก โดยเฉพาะกลุ่มแฟนคลับที่มีศักยภาพและเติบโตสูงมาก การเลือก iQIYI ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มวิดีโอออนไลน์ชั้นนำระดับโลกจึงไม่ใช่การจับมือแบบฉาบฉวย แต่เป็นการเชื่อมจุดแข็งสองฝั่งเข้าด้วยกันอย่างตั้งใจ ด้าน iQIYI เองก็ต้องการขยายระบบนิเวศความบันเทิงออฟไลน์ โดยนำคอนเทนต์และศิลปินระดับพรีเมียมจากหน้าจอมาสู่พื้นที่ศูนย์การค้าในเครือสยามพิวรรธน์ ผ่านอิมเมอร์ซีฟไลฟ์อีเวนต์ที่มอบประสบการณ์สมจริงและสร้างการมีส่วนร่วมกับแฟนคลับที่หลากหลายยิ่งขึ้น พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางธุรกิจ MOU ที่จัดขึ้นที่สำนักงานใหญ่ของ iQIYI ในกรุงปักกิ่งจึงเป็นสัญญาณชัดว่า ทั้งสองฝ่ายเดินหน้าสู่ความร่วมมือระยะยาว ไม่ใช่แค่โปรเจกต์ครั้งเดียวแล้วจบ

จากคอนเทนต์สู่อีเวนต์: โมเดลประสบการณ์ที่เปลี่ยนแฟนคลับให้เป็นนักท่องเที่ยว
หัวใจของโมเดลใหม่คือการเปลี่ยนภาพบนหน้าจอให้กลายเป็นสถานที่และกิจกรรมในชีวิตจริง สยามพิวรรธน์นำทรัพย์สินทางปัญญา IP และศิลปินของ iQIYI มาจัดกิจกรรมแฟนมีตติ้ง งานเปิดตัวภาพยนตร์ และอีเวนต์ระดับโลกในพื้นที่แลนด์มาร์ก เช่น สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ และไอคอนสยาม แนวคิดนี้ถูกยืนยันด้วยตัวอย่างจับต้องได้อย่างงาน iQIYI Starship Spring of The Blade Meet & Greet ที่ดึงนักแสดงชื่อดัง Xu Kai มาพบปะแฟนชาวไทยและต่างชาติที่สยามพารากอน และได้รับการตอบรับอย่างท่วมท้น สิ่งสำคัญคือเป้าหมายระยะถัดไปไม่ได้หยุดแค่แฟนมีตครั้งเดียว แต่ตั้งใจปักหมุดให้พื้นที่ของสยามพิวรรธน์กลายเป็นศูนย์กลางในภูมิภาคสำหรับงานเปิดตัวภาพยนตร์รอบปฐมทัศน์ Asia Premiere และกิจกรรมเอ็กซ์คลูซีฟมีตติ้งกับแฟนคลับ นี่คือการท่องเที่ยวความบันเทิงในแบบที่แฟนเดินทางตามซีรีส์และศิลปินที่รัก ไม่ใช่แค่ตามฤดูกาลท่องเที่ยวทั่วไป ผลที่ตามมาคือการเพิ่มเวลาที่ผู้บริโภคอยู่ในพื้นที่ ใช้จ่ายกับรีเทล ร้านอาหาร และบริการต่างๆ รอบตัว ซึ่งสะท้อนรายได้ท่องเที่ยวที่ต่อยอดจากความบันเทิงโดยตรง
การผสานสิทธิสมาชิกและประสบการณ์ดิจิทัล: ผลกระทบต่อผู้ใช้จริง
สำหรับคนใช้งานประจำ ผลกระทบชัดที่สุดคือการเชื่อมโลกสมาชิกออนไลน์กับสิทธิในพื้นที่จริง สยามพิวรรธน์เตรียมเชื่อมโยงสิทธิพิเศษระหว่างสมาชิก ONESIAM และฐานแฟนคลับ VIP ของ iQIYI เพื่อร่วมกันดีไซน์เอกสิทธิ์ขั้นสุดทั้งในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ รวมถึงประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟร่วมกับศิลปินชื่อดัง เพื่อยกระดับความพึงพอใจให้กับลูกค้าคนสำคัญของทั้งสองแพลตฟอร์ม โมเดล Seamless Loyalty นี้หมายความว่า การดูคอนเทนต์บนสตรีมมิ่งสามารถนำไปสู่การสะสมสิทธิในการเข้าร่วมงานแฟนมีตหรือกิจกรรมพิเศษในศูนย์การค้า และกลับกัน การมาช็อปหรือท่องเที่ยวที่โครงการในเครือก็อาจให้สิทธิย้อนกลับไปบนแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง ในมุมของผู้ใช้ นี่คือการรวมคะแนนและประสบการณ์ดิจิทัลให้มีมูลค่าในโลกจริง ไม่ใช่ระบบสมาชิกที่แยกส่วนกันอีกต่อไป ยิ่งร่วมกิจกรรม ยิ่งดูคอนเทนต์ ก็ยิ่งมีสิทธิได้ใกล้ชิดศิลปินที่รักมากขึ้น การออกแบบแบบนี้ช่วยเพิ่มความผูกพันกับแบรนด์ในระยะยาว เพราะผู้บริโภครู้สึกว่าการใช้ชีวิตประจำวันทั้งออนไลน์และออฟไลน์ถูกนับรวมเป็นเส้นทางเดียวกัน ไม่ใช่สองโลกที่ไม่เชื่อมต่อ
เกมยาวของรีเทลและฮอสพิทาลิตี้: แข่งในเศรษฐกิจความบันเทิง
หากมองกว้างออกไป ความร่วมมือครั้งนี้คือสัญญาณว่าผู้เล่นรีเทลและฮอสพิทาลิตี้กำลังขยับเข้าสู่เศรษฐกิจความบันเทิงเต็มตัว กลยุทธ์ Co-create & Collaboration to Win ที่สยามพิวรรธน์ใช้ไม่ใช่แค่การเปิดพื้นที่ให้จัดอีเวนต์แบบเช่าพื้นที่ แต่เป็นการสร้างพันธมิตรเชิงลึกเพื่อสร้างระบบนิเวศธุรกิจใหม่ Ecosystem of the Future ที่เชื่อมลักซ์ชัวรีรีเทล ไลฟ์สไตล์ การท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมความบันเทิงระดับโลกเข้าไว้ด้วยกัน ผลคือการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ผ่านการดึงดูดกลุ่มผู้บริโภคยุคดิจิทัลและแฟนอีโคโนมีที่มีกำลังซื้อสูง ในภาพใหญ่ โมเดลนี้กำลังสร้างโลกที่ความบันเทิงระดับโลกไม่หยุดแค่สตรีมมิ่ง แต่ต่อเนื่องไปถึงการเดินทาง การจับจ่าย และการใช้เวลาในแลนด์มาร์กหลักของเมือง สำหรับผู้เล่นรายอื่น ดีลนี้คือแรงกดดันให้คิดใหม่ว่าจะรวมประสบการณ์ดิจิทัลเข้ากับพื้นที่จริงอย่างไรให้มีเอกลักษณ์ ไม่เช่นนั้นอาจถูกมองเป็นแค่พื้นที่ค้าปลีกธรรมดาในยุคที่ประสบการณ์คือสินค้าหลัก สุดท้ายแล้วข้อได้เปรียบจะอยู่ที่ใครสามารถเปลี่ยนแฟนคลับให้กลายเป็นนักท่องเที่ยว และเปลี่ยนการท่องเที่ยวให้กลายเป็นวัฏจักรความผูกพันกับคอนเทนต์ได้อย่างแนบเนียนที่สุด






