ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

อาหารสัตว์เลี้ยงไทยเร่งชิงเบอร์หนึ่ง เปิดเวทีเชื่อมผู้ซื้อทั่วโลก

อาหารสัตว์เลี้ยงไทยเร่งชิงเบอร์หนึ่ง เปิดเวทีเชื่อมผู้ซื้อทั่วโลก
ความสนใจ|อาหารสัตว์เลี้ยง

ยอดส่งออกโต แต่การชิงตำแหน่งผู้นำยังต้องพิสูจน์

อาหารสัตว์เลี้ยงคือผลิตภัณฑ์โภชนาการที่ผลิตขึ้นเพื่อดูแลสัตว์เลี้ยง โดยมีอาหารสุนัขและแมวเป็นกลุ่มสินค้าหลัก และเป็นสินค้าที่เชื่อมโยงภาคการผลิตเข้ากับตลาดผู้บริโภคทั่วโลก การเติบโตของการส่งออกจึงเป็นสัญญาณสำคัญ แต่ยังไม่ใช่หลักประกันว่าไทยจะขึ้นเป็นอันดับหนึ่งได้ในทันที ปี 2568 ไทยส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงมูลค่า 3,280 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 8.15% จากปีก่อน ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ตั้งเป้าผลักดันไทยสู่ผู้ส่งออกอาหารสุนัขและแมวอันดับหนึ่งของโลก ตัวเลขนี้สะท้อนความสามารถแข่งขันที่มีอยู่ แต่การเป็นผู้นำต้องอาศัยมากกว่าการเพิ่มยอดขาย คือการสร้างสินค้าและแบรนด์ที่มีมูลค่าสูงขึ้น ตลอดจนขยายฐานลูกค้าให้หลากหลาย เป้าหมายของรัฐจึงมีทิศทางชัดเจน ส่วนบทพิสูจน์อยู่ที่การเปลี่ยนศักยภาพการผลิตให้กลายเป็นความได้เปรียบระยะยาว

อาหารสัตว์เลี้ยงไทยเร่งชิงเบอร์หนึ่ง เปิดเวทีเชื่อมผู้ซื้อทั่วโลก

อุปสงค์ใหม่เปิดทางให้สินค้าคุณภาพสูง

แรงหนุนสำคัญมาจากพฤติกรรมที่ผู้บริโภคมองสัตว์เลี้ยงเป็นสมาชิกในครอบครัว ความต้องการอาหารคุณภาพสูง ผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพ และบริการเฉพาะทางจึงเพิ่มขึ้น ทำให้อุตสาหกรรมอาหารสัตว์มีช่องทางเติบโตมากกว่าการแข่งขันด้านปริมาณเพียงอย่างเดียว ข้อมูลการส่งออกช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 ยืนยันแนวโน้มดังกล่าว โดยอาหารสัตว์เลี้ยงมีมูลค่า 2,708.79 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 11.10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนอาหารสุนัขและแมวซึ่งเป็นสินค้าส่งออกหลักมีมูลค่า 2,437.06 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 13.03% ตัวเลขที่ขยายตัวเร็วกว่าในกลุ่มหลักเป็นโอกาสให้ผู้ผลิตไทยขยับจากการรับจ้างผลิตไปสู่การพัฒนาสินค้าที่แตกต่างและมีมูลค่าเพิ่ม หากยังพึ่งการผลิตอย่างเดียว ไทยอาจเติบโตได้ แต่ไม่จำเป็นต้องได้อำนาจต่อรองหรือความภักดีจากตลาด

อาหารสัตว์เลี้ยงไทยเร่งชิงเบอร์หนึ่ง เปิดเวทีเชื่อมผู้ซื้อทั่วโลก

เวทีจับคู่ธุรกิจต้องสร้างข้อตกลง ไม่ใช่แค่คนเข้างาน

เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2569 นายวราวุฒิ สมหวังประเสริฐ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เป็นประธานเปิดงาน Pet Fair South East Asia 2026 ซึ่งจัดเป็นครั้งที่ 5 ระหว่างวันที่ 28–30 ตุลาคม ณ ไบเทค กรุงเทพฯ งานนี้วางบทบาทเป็นเวทีเจรจาธุรกิจที่เชื่อมผู้ผลิต ผู้ส่งออก ผู้นำเข้า ผู้จัดจำหน่าย และผู้ซื้อจากหลายประเทศ มีผู้ประกอบการแสดงสินค้า 450 รายจาก 35 ประเทศ และคาดว่าจะมีผู้เข้าชมกว่า 12,500 คนจาก 80 ประเทศ โดยตั้งเป้ามูลค่าการซื้อขายภายในงานกว่า 1,400 ล้านบาท ขนาดและความหลากหลายนี้ทำให้ Pet Fair SEA เป็นช่องทางสำคัญในการพบผู้ซื้อโดยตรง แต่จำนวนผู้เข้าร่วมไม่ควรถูกใช้แทนผลลัพธ์ทางการค้า ความสำเร็จที่มีความหมายกว่าคือการเจรจาที่ต่อยอดเป็นคำสั่งซื้อ ความร่วมมือระยะยาว และการเข้าถึงตลาดที่ผู้ประกอบการไทยยังเข้าไม่ถึง

อาหารสัตว์เลี้ยงไทยเร่งชิงเบอร์หนึ่ง เปิดเวทีเชื่อมผู้ซื้อทั่วโลก

เป้าหมายโลกต้องตามด้วยการกระจายตลาดและยกระดับสินค้า

การตั้งเป้าเป็นผู้ส่งออกอาหารสุนัขและแมวอันดับหนึ่งมีความทะเยอทะยาน และควรเดินควบคู่กับการลดการพึ่งพาตลาดหลัก การสนับสนุนผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมให้ใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี รวมถึงการพัฒนาสินค้าและแบรนด์ของตนเอง หากทำได้ครบ การเติบโตจะไม่ได้ผูกอยู่กับกำลังผลิตหรือการรับจ้างผลิตเพียงด้านเดียว แผนปี 2570 ของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศเตรียมนำผู้ประกอบการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าในญี่ปุ่นและไต้หวัน พร้อมแสวงหาโอกาสในลาตินอเมริกา แคริบเบียน และแอฟริกา ทิศทางนี้เหมาะกับเป้าหมายระยะยาว เพราะเพิ่มทางเลือกทั้งด้านผู้ซื้อและตลาดส่งออก อย่างไรก็ตาม เวทีระดับโลกจะมีคุณค่าก็ต่อเมื่อธุรกิจไทยพร้อมตอบโจทย์คุณภาพ ความต้องการเฉพาะ และการแข่งขันด้านมูลค่า สรุปแล้ว ไทยมีทั้งตัวเลขเติบโตและโอกาสจากตลาดโลก แต่การขึ้นเป็นผู้นำไม่ได้เกิดจากงานแสดงสินค้าเพียงครั้งเดียว ต้องเปลี่ยนเครือข่ายให้เป็นการค้า และเปลี่ยนความเชี่ยวชาญการผลิตให้เป็นสินค้าไทยที่ตลาดเลือกซ้ำ

อาหารสัตว์เลี้ยงไทยเร่งชิงเบอร์หนึ่ง เปิดเวทีเชื่อมผู้ซื้อทั่วโลก

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!