ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ห้างสรรพสินค้าไทยเทขายยุโรป หันรุกอาเซียนสู่ศูนย์กลางค้าปลีกใหม่

ห้างสรรพสินค้าไทยเทขายยุโรป หันรุกอาเซียนสู่ศูนย์กลางค้าปลีกใหม่
ความสนใจ|เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

จากยุโรปสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้: นิยามใหม่ของพลังค้าปลีกไทย

การเคลื่อนย้ายทุนของห้างสรรพสินค้าไทยจากยุโรปกลับสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คือการปรับยุทธศาสตร์ครั้งใหญ่ที่มุ่งเปลี่ยนบทบาทจากผู้ตามในตลาดพัฒนาแล้ว ไปสู่การเป็นผู้นำในภูมิภาคที่ยังเติบโตได้อีกมาก โดยใช้การขายสินทรัพย์นอกภูมิภาคเป็นแหล่งเงินทุนเสริม เพื่อเร่งเครื่องขยายตลาดเวียดนามและตลาดอาเซียนอื่นๆ พร้อมยกระดับโมเดลค้าปลีกให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคฐานกลางถึงบนที่กำลังมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

หัวใจของเรื่องนี้คือการยอมรับความจริงว่า โอกาสเติบโตของค้าปลีกไม่ได้อยู่ในยุโรปที่อิ่มตัวอีกต่อไป แต่อยู่ในตลาดที่ชนชั้นกลางกำลังพุ่งขึ้นรวดเร็วอย่างเวียดนามและเพื่อนบ้านในอาเซียน การตัดสินใจของเซ็นทรัลรีเทลและกลุ่ม BJC จึงไม่ใช่แค่การจัดพอร์ตการลงทุนใหม่ แต่คือการเลือกสนามแข่งขันที่ตนเองได้เปรียบที่สุด และพร้อมใช้สินทรัพย์ทุกชิ้นเป็นกระสุนเพื่อยึดหัวหาดค้าปลีกเอเชียตะวันออก

ห้างสรรพสินค้าไทยเทขายยุโรป หันรุกอาเซียนสู่ศูนย์กลางค้าปลีกใหม่

เซ็นทรัลรีเทลขาย Rinascente: เงินสดยุโรปคือเชื้อเพลิงสู่เวียดนาม

ดีลที่สะท้อนชัดที่สุดว่าทุนค้าปลีกไทยกำลังหันหลังให้ยุโรป คือการที่คณะกรรมการของบริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ เซ็นทรัลรีเทล อนุมัติให้ขายห้างสรรพสินค้า Rinascente ในอิตาลีให้กับบริษัทในกลุ่มเดียวกัน โดยข้อเสนอถูกพิจารณาและเห็นชอบในการประชุมคณะกรรมการเมื่อวันที่ 17 กันยายน และมีมูลค่าธุรกรรมรวมประมาณ 14,700 ล้านบาท ซึ่งบริษัทคาดว่าจะมีกำไรหลังหักภาษีราว 6,000 ล้านบาทจากการขายครั้งนี้

ข้อความที่ควรถูกหยิบมาอ้างซ้ำคือ “เซ็นทรัลรีเทลได้รับราคาขายสูงกว่าต้นทุนที่เข้าลงทุนในปี 2018 อย่างมาก คิดเป็นกำไรหลังหักภาษีประมาณ 6 พันล้านบาท” เงินก้อนนี้ไม่ได้มีไว้เก็บ แต่ถูกกำหนดชัดว่าจะนำไปลดหนี้คืนสถาบันการเงิน เสริมฐานะการเงิน และกันส่วนหนึ่งไว้จ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้นประมาณ 7,700 ล้านบาท คิดเป็น 1.28 บาทต่อหุ้น ขณะเดียวกันบริษัทประกาศตรงไปตรงมาว่าจะเน้นลงทุนในตลาดหลักคือไทย เวียดนาม และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เชื่อว่ามีศักยภาพเติบโตสูงกว่าการฝืนขยายพอร์ตในยุโรป

ห้างสรรพสินค้าไทยเทขายยุโรป หันรุกอาเซียนสู่ศูนย์กลางค้าปลีกใหม่

BJC ทวงคืน Big C เวียดนาม: เกมสองขาบุกค้าปลีก–ค้าส่ง

ฝั่งกลุ่ม BJC เลือกเดินเกมต่างออกไป แต่มีเป้าหมายเดียวกันคือการขยายตลาดเวียดนามให้กลายเป็นฐานรายได้หลักของกลุ่ม เมื่อ Casino Group เคยขายกิจการ Big C ไปเมื่อปี 2016 กลุ่มเซ็นทรัลที่ได้สาขาในเวียดนามไป ได้เจรจาขอใช้ชื่อแบรนด์ต่ออีก 10 ปี และ BJC ก็อนุญาตสิทธิ์นั้นเพราะกำลังโฟกัสกับการสร้างแบรนด์ MM Mega Market ที่ซื้อมาในปี 2015

แต่เมื่อสัญญาใช้ชื่อกำลังจะหมดลงช่วงปี 2026–2027 ทุกอย่างก็เปลี่ยน BJC เตรียมดึงชื่อ “Big C” กลับมาทำตลาดด้วยตัวเองเต็มรูปแบบ โดยวางกลยุทธ์สองขาชัดเจน ขาหนึ่งดัน Big C เข้าตีตลาดค้าปลีก (B2C) ในรูปแบบห้างสรรพสินค้า อีกขาปล่อยให้ MM Mega Market เดินหน้าธุรกิจค้าส่ง (B2B) ต่อไป พร้อมดีลมูลค่า 22,500 ล้านบาทที่ปิดไปแล้ว และเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่กลางตุลาคม 2025 การบุกครั้งนี้ยืนยันเป้าหมายที่ประกาศไว้ใน Vision 2030 ว่าเวียดนามจะเป็นหัวหอกดันรายได้ต่างประเทศให้แตะ 30% ของพอร์ตทั้งกลุ่ม

เวียดนาม–อาเซียน: ทำไมทุนค้าปลีกเลือกอยู่ฝั่งนี้ของโลก

หากมองเฉพาะเวียดนาม เหตุผลที่ทุนค้าปลีกเอเชียตะวันออกหันหัวเรือเข้าหาแทบไม่ต้องตีความมากนัก ข้อมูลจากฝั่ง BJC ชี้ว่า เวียดนามมีประชากรแตะ 100 ล้านคน ชนชั้นกลางขยายตัวเร็ว และตัวเลข GDP โต 8–10% ต่อปี ซึ่งถือเป็นอัตราที่ห้างสรรพสินค้าไทยในตลาดอิ่มตัวอย่างยุโรปไม่อาจฝันถึง การมุ่งขยายตลาดเวียดนามจึงไม่ใช่การเสี่ยง แต่คือการย้ายไปอยู่ในสนามที่เติบโตสอดคล้องกับโครงสร้างประชากรใหม่

อีกด้านหนึ่ง ทั้งเซ็นทรัลรีเทลและ BJC ต่างมองอาเซียนเป็นคลัสเตอร์เดียวกัน มากกว่าจะมองแยกประเทศ Vision 2030 ของ BJC วางชัดว่าจะดันสัดส่วนยอดขายต่างประเทศให้ถึง 30% โดยใช้เวียดนามเป็นหัวหอก เสริมด้วยมาเลเซีย กัมพูชา ลาว และฮ่องกง นี่คือการประกาศกลายๆ ว่าเป้าหมายไม่ใช่แค่ขยายสาขา แต่คือการยึดฐานผู้บริโภคชนชั้นกลาง–บนทั่วภูมิภาคให้ได้ก่อนที่ทุนจากภูมิภาคอื่นจะเข้ามาชิงพื้นที่

ห้างสรรพสินค้าไทยเทขายยุโรป หันรุกอาเซียนสู่ศูนย์กลางค้าปลีกใหม่

ทุนใหม่ โมเดลใหม่: ทางรอดและทางรุกของค้าปลีกเอเชียตะวันออก

การจะครองตลาดอาเซียนไม่ใช่แค่เรื่องเงินก้อนใหญ่ แต่ต้องพร้อมยกเครื่องโมเดลค้าปลีกให้เข้ากับพฤติกรรมผู้บริโภคในแต่ละประเทศ เซ็นทรัลรีเทลเลือกขายสินทรัพย์ยุโรปเพื่อลดหนี้ประมาณ 3,000 ล้านบาท เสริมฐานะการเงิน และเปิดทางทำดีลควบรวมและซื้อกิจการ (M&A) ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในอนาคต ขณะเดียวกันก็ยังเปิดช่องไว้ร่วมมือกับ Rinascente ต่อไปแม้ขายกิจการแล้ว ซึ่งสะท้อนแนวคิดใหม่ที่คล่องตัวกว่าการถือสินทรัพย์เองทุกชิ้น

ฝั่ง BJC เดินหน้าปรับภาพลักษณ์และโครงสร้างร้านค้าพร้อมกัน ทั้งการปูพรมขยายร้าน Mini Big C ที่มีเครือข่ายกว่า 33,000 สาขา และตั้งเป้าเปิดเพิ่มอีก 200 สาขาพร้อมรีโนเวทกว่า 300 สาขา พร้อมเตรียมงบลงทุนกว่า 1,800 ล้านบาทภายใน 5 ปีเพื่อทำ Digital Transformation ยกเครื่องระบบหลังบ้าน ตั้งแต่คลังสินค้าไปจนถึงการวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า เมื่อทุนใหม่ ผสานโมเดลใหม่ และการขยายตลาดเวียดนามเข้าด้วยกัน ภูมิทัศน์ค้าปลีกเอเชียตะวันออกกำลังเดินหน้าเข้าสู่ยุคที่ห้างสรรพสินค้าไทยมีโอกาสขึ้นเป็นผู้เล่นศูนย์กลางของภูมิภาคอย่างแท้จริง

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!