ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

สายการบินแห่งชาติสะเทือน ซีอีโอปลดกลางวิกฤตเที่ยวบินและสัมภาระ

สายการบินแห่งชาติสะเทือน ซีอีโอปลดกลางวิกฤตเที่ยวบินและสัมภาระ
ความสนใจ|เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

การบินไทย วิกฤต จุดเปลี่ยนจากเคาน์เตอร์สู่ห้องบอร์ด

การบินไทย วิกฤต ครั้งนี้คือภาวะล้มเหลวเชิงระบบของสายการบินแห่งชาติ ที่บริการภาคพื้น เที่ยวบินล่าช้า สัมภาระตกค้าง และการจัดการคลังสินค้าขัดข้องพร้อมกัน นำไปสู่การตั้งคำถามต่อความสามารถของฝ่ายบริหาร ความโปร่งใสของกระบวนการจัดซื้อ และการกำกับดูแลกิจการของบอร์ด จนถึงขั้นต้องปลดประธานเจ้าหน้าที่บริหารอย่างฉับพลันเพื่อหยุดความเสียหายและกู้ความเชื่อมั่นของผู้โดยสารและนักลงทุน จุดเปลี่ยนเริ่มชัดเมื่อปัญหาการให้บริการที่ลากยาวทั้งเที่ยวบินล่าช้า การจัดการสัมภาระ และการดำเนินงานภาคพื้นขยายวงจากหน้าเคาน์เตอร์สู่การตรวจสอบความรับผิดชอบของฝ่ายบริหารระดับสูง การประชุมบอร์ดนัดด่วนเมื่อวันที่ 2 ตุลาคมมีมติให้ชาย เอี่ยมศิริ พ้นจากตำแหน่งซีอีโอทันที พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบสวนการล่าช้าในการแก้ไขปัญหา การตัดสินใจฟ้าผ่าครั้งนี้สะท้อนว่าเมื่อการปฏิบัติการล้ม บอร์ดไม่สามารถนิ่งดูดายได้อีกต่อไป

สายการบินแห่งชาติสะเทือน ซีอีโอปลดกลางวิกฤตเที่ยวบินและสัมภาระ

ซีอีโอ ปลด กลางสนาม บอร์ดเลือกผู้นำใหม่กู้ปฏิบัติการ

การปลดชาย เอี่ยมศิริไม่ใช่แค่การเปลี่ยนคนบนเก้าอี้ แต่คือสัญญาณว่าบอร์ดยอมรับแล้วว่าระดับซีอีโอมีส่วนต่อวิกฤต การบินไทย วิกฤต จึงถูกตอบด้วยมาตรการแรงสุดในมือบอร์ดคือการปลดฟ้าผ่าและตั้งคนใหม่เข้ามาแก้สถานการณ์แบบวันต่อวัน บอร์ดมีมติให้ชายพ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ซีอีโอทันทีและแต่งตั้งสัมฤทธิ์ สำเนียง กรรมการบริษัท เข้ารักษาการซีอีโอเต็มเวลา เพื่อเร่งแก้ไขสถานการณ์และกู้ระบบปฏิบัติการให้กลับมาเสถียร ภารกิจของสัมฤทธิ์จึงไม่ใช่การบริหารตามปกติ แต่ต้องเคลียร์งานค้าง สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้โดยสาร และถือธงการสอบสวนภายในที่กำลังเริ่มขึ้น บอร์ดเองก็ยกระดับการสอบ โดยมอบหมายให้พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตรทำหน้าที่ประธานคณะกรรมการตรวจสอบ เพื่อให้การแสวงหาข้อเท็จจริงละเอียดและเป็นธรรม ทั้งหมดนี้ชี้ว่าฝ่ายกำกับดูแลเริ่มตื่นแล้ว ต่อไปจึงอยู่ที่ว่าผู้นำใหม่จะกล้ารื้อโครงสร้างที่เป็นต้นตอของปัญหาหรือไม่

สายการบินแห่งชาติสะเทือน ซีอีโอปลดกลางวิกฤตเที่ยวบินและสัมภาระ

เที่ยวบินล่าช้า สัมภาระตกค้าง ประสบการณ์ผู้โดยสารพังลงต่อหน้า

หัวใจของวิกฤตนี้ไม่ได้อยู่แค่ในรายงานของบอร์ด แต่อยู่ที่ผู้โดยสารนับหมื่นคนที่ต้องเผชิญกับเที่ยวบินล่าช้าและสัมภาระตกค้างเป็นชั่วโมง ผู้โดยสารจำนวนมากต้องรอรับสัมภาระ 4 ถึง 6 ชั่วโมง ขณะที่กระเป๋าตกค้างสะสมสูงถึงหลายหมื่นใบ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประสบการณ์เดินทางและภาพลักษณ์องค์กร นี่คือวิกฤตบริการที่สั่นคลอนความเชื่อมั่นในสายการบินซึ่งเคยถูกมองว่าเป็นหน้าเป็นตาของประเทศ บริษัทพยายามตอบโต้ด้วยการระดมเจ้าหน้าที่ เปิดศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจ เพิ่มช่องทางคอลเซ็นเตอร์ และตั้งเป้าจัดการสัมภาระให้แล้วเสร็จ 98 ถึง 99 เปอร์เซ็นต์ใน 1 ถึง 2 วัน พร้อมยอมรับว่าต้องลดจำนวนเที่ยวบินเพื่อบริหารกำลังการผลิตและเร่งเคลียร์งานค้าง แต่คำถามสำคัญคือ เหตุใดแผนบริหารภาวะวิกฤตจึงไม่สามารถนำมาใช้ได้ทันท่วงที และโครงสร้างการจ้างช่วงบริการภาคพื้นผ่านบริษัทภายนอกหลายชั้นทำให้การสั่งการในยามฉุกเฉินสะดุดตรงจุดไหน หากคำถามเหล่านี้ไม่ถูกตอบอย่างตรงไปตรงมา การเยียวยาผู้โดยสารก็จะเหลือเพียงการดับไฟเฉพาะหน้า

สายการบินแห่งชาติสะเทือน ซีอีโอปลดกลางวิกฤตเที่ยวบินและสัมภาระ

ปมไวน์ 800 ล้านกับคำถามใหญ่เรื่องธรรมาภิบาล

ขณะที่บริการหน้าบ้านกำลังล้ม ภาพด้านหลังบ้านของการบินไทยก็ถูกเขย่าด้วยข้อกล่าวหาเรื่องการจัดซื้อไวน์บนเที่ยวบินราว 860000 ขวด มูลค่ากว่า 800 ล้านบาท จากผู้ขายเพียงรายเดียว นี่ไม่ใช่ตัวเลขเล็ก และไม่ใช่คำถามเฉพาะด้านรสชาติไวน์ แต่เป็นบททดสอบธรรมาภิบาลของบริษัทที่กำลังเตรียมกลับสู่การซื้อขายในตลาดทุน คณะกรรมการสอบสวนกำลังตรวจเอกสาร สัญญา กระบวนการอนุมัติ และผู้เกี่ยวข้องเพื่อดูว่าขั้นตอนจัดซื้อเป็นไปตามระเบียบและอำนาจอนุมัติหรือไม่ การจัดซื้อจากรายเดียวไม่เท่ากับผิดกฎหมายโดยอัตโนมัติ แต่ในบริบทที่บริษัทกำลังอยู่ในสายตาผู้ถือหุ้นและเจ้าหนี้ ความโปร่งใสจึงเป็นสิ่งที่ต่อรองไม่ได้ วิกฤตครั้งนี้ทำให้เห็นชัดว่า หากบอร์ดละเลยการตรวจสอบการใช้อำนาจของผู้บริหาร ปัญหาด้านปฏิบัติการและด้านจัดซื้อจะบรรจบกันเป็นระเบิดลูกใหญ่ที่พร้อมทำลายมูลค่าและความน่าเชื่อถือในเวลาเดียวกัน

ตลาดทุนสั่นสะเทือน บอร์ด สอบ 30 วันจะพอหยุดเลือดหรือไม่

แรงสะเทือนไม่จบที่สนามบิน แต่วิ่งไปถึงกระดานหุ้น เมื่อราคาหุ้นของสายการบินแห่งชาติปรับลดลง 8.06 เปอร์เซ็นต์ในช่วงวันที่ 25 กันยายนถึง 2 ตุลาคม จาก 6.15 บาทเหลือ 5.70 บาท นับตั้งแต่ต้นปีถึงต้นตุลาคม ราคาหุ้นร่วงรวม 17.99 เปอร์เซ็นต์ ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าตลาดทุนกำลังลงโทษความล้มเหลวในการบริหาร ไม่ต่างจากผู้โดยสารที่ลงโทษด้วยการสูญเสียความเชื่อมั่น บอร์ดตอบสนองด้วยการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงด้านการปฏิบัติการภาคพื้นและปัญหากระเป๋าตกค้าง โดยมอบหมายให้คณะทำงานรายงานความคืบหน้าภายใน 30 วัน เพื่อสรุปผลความเสียหายในเชิงปฏิบัติการและเชิงกฎหมายก่อนกำหนดบทลงโทษหรือมาตรการป้องกัน พร้อมเดินโจทย์ใหญ่สามด้านคือ ผลสอบที่ต้องตอบให้ชัด กู้ปฏิบัติการให้กลับสู่ภาวะปกติอย่างยั่งยืน และรื้อระบบเพื่อดูว่าปัญหาเกิดจากคนหรือโครงสร้าง หาก 30 วันข้างหน้าบอร์ดยังเลือกประคับประคองมากกว่าปรับโครงสร้าง วิกฤตครั้งนี้อาจกลายเป็นเพียงบทเรียนที่ถูกอ่าน แต่ไม่เคยถูกนำไปใช้

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!