ทุนพลังงานไทยกำลังเขียนเกมใหม่ของพลังงานสะอาดอาเซียน
พลังงานสะอาด อาเซียน คือภาพรวมการพัฒนาและใช้พลังงานจากแหล่งที่ปล่อยคาร์บอนต่ำหรือหมุนเวียนได้ เช่น แสงอาทิตย์ ลม หรือก๊าซธรรมชาติประสิทธิภาพสูง ภายใต้กรอบความร่วมมือพลังงาน ภูมิภาค ที่มุ่งสร้างระบบไฟฟ้ามั่นคง ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และผลักดันให้ภูมิภาคกลายเป็นศูนย์กลางพลังงาน ไทยและประเทศเพื่อนบ้านกำลังเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและโครงการไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน เพื่อรองรับดีมานด์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แนวโน้มที่เห็นชัดคือบริษัทไทยรายใหญ่ไม่ได้เล่นบทผู้ตามอีกต่อไป แต่กำลังเดินเกมรุกทั้งในตลาดในประเทศและต่างแดน ผ่านดีลลงทุนโรงไฟฟ้าใหม่ การทดลองโมเดลซื้อขายไฟฟ้ารูปแบบใหม่ และการจับมือกับทุนต่างชาติ การขยับครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องธุรกิจ แต่เป็นการวางตำแหน่งให้ทุนไทยอยู่ใจกลางแผนเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดของทั้งภูมิภาคอาเซียน
BGRIM รุกโรงไฟฟ้าก๊าซมาเลเซียและทดลอง TPA หนุนศูนย์กลางพลังงาน ไทย
กรณีของ BGRIM สะท้อนชัดว่าทุนไทยกำลังคิดระดับภูมิภาค มากกว่ามองแค่ตลาดภายในประเทศ BGRIM จับมือ GE Vernova ลงนามข้อตกลงสองฉบับ หนึ่งในนั้นคือการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าเอกชนระบบกังหันก๊าซพลังงานความร้อนร่วมขนาด 750 เมกะวัตต์ในมาเลเซีย โดย GE Vernova จะจัดหากังหันก๊าซรุ่น 9HA.02 และเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ส่วน BGRIM รับบทเจ้าของและผู้พัฒนาโครงการ ดีลนี้วางตำแหน่งให้บริษัทไทยเข้าไปเป็นผู้เล่นหลักในโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้าของประเทศเพื่อนบ้าน และตอกย้ำบทบาทศูนย์กลางพลังงาน ไทยในเวทีอาเซียน ที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือข้อตกลงบริการระยะเวลา 14 ปีสำหรับชุดกังหัน LM6000 จำนวน 5 ชุดในโรงไฟฟ้า B.Grimm BIP 1 และ 2 เพื่อยกระดับประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือของสินทรัพย์ด้านพลังงานในระบบไฟฟ้าไทย นี่คือกลยุทธ์สองขา ทั้งขยายกำลังผลิตใหม่ในต่างประเทศและดูแลฐานกำลังผลิตเดิมให้มีเสถียรภาพ รองรับดีมานด์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น โดยไม่ทิ้งเป้าหมายด้านประสิทธิภาพและความมั่นคงของระบบ
TPA และโซลาร์รูฟท็อปสยามพารากอน เปิดยุคใหม่ตลาดไฟฟ้าสะอาดไทย
อีกขาของ BGRIM ที่สะท้อนวิธีคิดใหม่เรื่องตลาดไฟฟ้าคือความร่วมมือกับกลุ่มสยามพิวรรธน์ ในการตั้งเป้าพัฒนาโครงการซื้อขายไฟฟ้าพลังงานสะอาดผ่านระบบโครงข่ายให้บุคคลที่สาม หรือ Third Party Access รวมกว่า 300 เมกะวัตต์ พร้อมเดินเครื่องโซลาร์รูฟท็อปสยามพารากอนกำลังผลิต 800 กิโลวัตต์ โมเดล TPA หมายถึงการเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตไฟฟ้าสะอาดรายใหม่สามารถใช้โครงข่ายเดิมส่งไฟฟ้าไปถึงลูกค้าปลายทาง สั่นคลอนภาพเดิมที่ตลาดไฟฟ้ามีผู้เล่นจำกัด “การตั้งเป้ากำลังการผลิตตามสัญญารวมสูงสุดถึง 300 เมกะวัตต์ เป็นการตอบรับยุคที่ความต้องการพลังงานสะอาดและการแข่งขันในตลาดไฟฟ้าทวีความสำคัญขึ้น” คำอธิบายนี้ชี้ชัดว่าพันธมิตรทั้งสองฝ่ายเห็นโอกาสในโครงสร้างตลาดที่เปลี่ยนไป นอกจากโซลาร์รูฟท็อปพื้นที่กว่า 4,600 ตารางเมตรที่ COD แล้ว ยังมีแผนขยายความร่วมมือไปสู่โครงการเพื่อสังคมและความยั่งยืน สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมที่เชื่อมโยงกับศูนย์การค้าและอสังหาริมทรัพย์เมืองใหญ่

GULF และ SSP เร่งปิดดีลพอร์ตโครงการไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนในภูมิภาค
ขณะที่ BGRIM เดินเกมโครงสร้างพื้นฐานและตลาดไฟฟ้า GULF เลือกขยายพอร์ตโครงการไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนผ่านดีลลงทุนกับ GUNKUL โดยเข้าถือหุ้น 50% ใน 7 บริษัท ครอบคลุมโครงการโซลาร์และลมรวม 12 โครงการในไทย กำลังการผลิตตามสัญญารวม 673.4 เมกะวัตต์ หรือคิดตามสัดส่วนถือหุ้นของ GULF ประมาณ 336.7 เมกะวัตต์ และมีกำหนดทยอย COD ระหว่างปี 2570–2573 จุดเด่นคือทุกโครงการมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับ EGAT อายุ 25 ปี ทำให้บริษัทเห็นภาพรายได้ระยะยาวค่อนข้างชัดเจนและสร้างเส้นทางเติบโตต่อเนื่อง ด้าน SSP ก็เลือกเดินเกมข้ามพรมแดน เดินหน้าโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม “บาโก” ในฟิลิปปินส์ ขนาด 150 เมกะวัตต์ ภายใต้ Green Energy Auction Program 2 ของรัฐบาลฟิลิปปินส์ งานก่อสร้างทั้งการปรับพื้นที่ ทำถนน และฐานรากเดินหน้าไปตามแผน โดยกังหันลม 23 ต้นอยู่ระหว่างการผลิตและเตรียมติดตั้ง โครงการนี้มีสัญญา PPA ระยะยาว 20 ปี และตั้งเป้า COD ในไตรมาส 4 ปี 2570 การลงทุนเช่นนี้สะท้อนว่าทุนไทยพร้อมรับเงื่อนไขนโยบายพลังงานสะอาดของประเทศเพื่อนบ้านเพื่อเข้าถึงดีมานด์ใหม่ในภูมิภาค
ทุนไทยกำลังปักธงศูนย์กลางพลังงานสะอาด แต่กติกาใหม่ต้องตามให้ทัน
เมื่อเชื่อมภาพ BGRIM GULF และ SSP เข้าด้วยกัน จะเห็นทิศทางเดียวกันคือการใช้ทั้งดีมานด์ในอาเซียนและนโยบายพลังงานสะอาดของแต่ละประเทศเป็นคันโยกขยายธุรกิจ ตั้งแต่การร่วมมือกับผู้เล่นระดับโลกอย่าง GE Vernova เพื่อเสริมเทคโนโลยีกังหันก๊าซขั้นสูงและโซลูชันการบริการระยะยาว ไปจนถึงการใช้กรอบนโยบายเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดและมาตรการส่งเสริมการลงทุนของรัฐเป็นโอกาสในการเติมพอร์ตโครงการใหม่ ทุนไทยจึงไม่ได้แค่ตอบสนองนโยบาย แต่กำลังแปลงนโยบายเป็นกำไรและอำนาจต่อรองในตลาดไฟฟ้าอาเซียน อย่างไรก็ดี หากไทยต้องการยืนเป็นศูนย์กลางพลังงาน ไทยอย่างแท้จริง กติกาตลาดไฟฟ้าและโครงสร้างโครงข่ายต้องเปิดกว้างรับโมเดลใหม่ เช่น TPA และการซื้อขายไฟฟ้าข้ามแดนที่คล่องตัวกว่านี้ ความร่วมมือพลังงาน ภูมิภาคที่กำลังเกิดขึ้นแสดงให้เห็นศักยภาพของทุนไทย แต่คำถามคือกฎหมายและหน่วยงานกำกับจะทันกับความเร็วของธุรกิจหรือไม่ ถ้าไม่ทัน โอกาสครองบทผู้นำอาเซียนด้านพลังงานสะอาดอาจถูกแบ่งปันไปให้ผู้เล่นจากประเทศอื่นก่อนที่เราจะปักธงได้เต็มที่






