ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

เมื่อความงามเกาหลีใช้โมเดลไทยปักธงตลาดมาส์กหน้าเอเชีย

เมื่อความงามเกาหลีใช้โมเดลไทยปักธงตลาดมาส์กหน้าเอเชีย
ความสนใจ|เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

Banobagi กับภาพใหญ่ของความงามเกาหลีในตลาดมาส์กหน้า

บทความนี้วิเคราะห์ปรากฏการณ์แบรนด์ Banobagi ในตลาดมาส์กหน้า ว่าแบรนด์ความงามเกาหลีที่เริ่มจากมาส์กในโรงพยาบาลศัลยกรรมสามารถเติบโตเป็นธุรกิจสินค้าเสริมสวยระดับภูมิภาคได้อย่างไร ผ่านการร่วมมือกับพาร์ตเนอร์ท้องถิ่น การใช้โมเดลธุรกิจที่อาศัยอินไซต์ผู้บริโภค และการยกระดับความเชื่อมั่นด้วยภาพลักษณ์จากสายการแพทย์ เพื่อให้เห็นว่าความงามเกาหลีไม่ได้โตเพราะกระแสเคป๊อปเท่านั้น แต่เพราะการออกแบบยุทธศาสตร์แบบลงลึกในแต่ละตลาด

หัวใจของเรื่องนี้คือการที่บริษัทผู้นำเข้าได้บรรลุข้อตกลงเข้าถือหุ้น 10% ใน Banobagi Cosmetic ซึ่งเป็นธุรกิจในเครือโรงพยาบาลศัลยกรรมชั้นนำ Top 5 ของเกาหลี ส่งผลให้กลายเป็นพาร์ทเนอร์ต่างชาติเพียงรายเดียวที่ร่วมเป็นเจ้าของแบรนด์ การเปลี่ยนสถานะจากตัวแทนจำหน่ายสู่ผู้ถือหุ้นทำให้โมเดลธุรกิจเปลี่ยนจากการขายสินค้าไปเป็นการร่วมออกแบบการเติบโต และนี่คือจุดเริ่มต้นของสิ่งที่ถูกเรียกว่า Thailand Model ที่ถูกนำไปใช้ต่อในประเทศอื่นทั่วโลก

เมื่อความงามเกาหลีใช้โมเดลไทยปักธงตลาดมาส์กหน้าเอเชีย

Thailand Model: เมื่อแบรนด์เกาหลีไทยออกแบบจากฐานราก

Banobagi ไม่ได้เข้าสู่ตลาดเพียงด้วยฉลากความงามเกาหลี แต่เข้ามาพร้อมวิธีคิดที่ใช้ข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภคเป็นตัวตั้ง ผู้บริหารฝั่งไทยย้ำชัดว่าไม่ได้มองตัวเองเป็นแค่คนขายสินค้า แต่ต้องเข้าใจว่าผู้บริโภคต้องการสินค้าคุณภาพสูงในราคาที่จับต้องได้ แล้วนำข้อมูลเหล่านี้ทำงานร่วมกับทีม R&D ของ Banobagi เพื่อพัฒนาสูตรให้ตอบโจทย์ นี่คือแก่นของแบรนด์เกาหลีไทยในความหมายใหม่ คือแบรนด์เกาหลีที่ยอมให้คนท้องถิ่นเข้าไปจับต้องตั้งแต่ขั้นวิจัยพัฒนา

จุดเปลี่ยนชัดเจนเกิดขึ้นในปี 2018 เมื่อ Banobagi เริ่มทำตลาดมาส์กหน้าในไทยอย่างเป็นทางการและปรับสูตรให้เข้ากับผิวมันและอากาศร้อนเกือบทั้งปีของผู้บริโภคในประเทศนี้ ผลคือยอดขายเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะช่วงโควิดที่ยอดขายพุ่งขึ้นถึง 100% จากแคมเปญมาส์กหน้า 7 วัน พร้อมคว้ารางวัลสินค้าขายดีอันดับหนึ่งหมวดมาส์กหน้าต่อเนื่อง 7 ปี การเติบโตสะสมกว่า 500% จากยอดขายปีแรกประมาณ 80-90 ล้านบาทขึ้นมาอยู่ราว 450 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา คือหลักฐานว่าการออกแบบจากอินไซต์ท้องถิ่นสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้มากกว่าการนำสูตรเดิมมาวางขายเฉยๆ

ตลาดมาส์กหน้า 6 พันล้าน กับการแข่งขันของธุรกิจสินค้าเสริมสวย

ตลาดมาส์กหน้าไม่ใช่สนามเล่นเล็กที่แบรนด์ไหนก็เข้ามาทดลองได้แบบไม่คิดมาก ข้อมูลจาก Euromonitor ระบุว่ามูลค่าตลาดมาส์กหน้าเพิ่มจาก 3,487.6 ล้านบาทในปี 2019 เป็นมากกว่า 6,052.9 ล้านบาทในปี 2024 หรือเติบโตกว่า 73% ภายใน 5 ปี เมื่อขนาดตลาดขยับไประดับกว่า 6 พันล้านบาท เกมนี้จึงกลายเป็นสมรภูมิหลักของธุรกิจสินค้าเสริมสวย ทั้งแบรนด์เกาหลีจีนญี่ปุ่นและผู้เล่นสากลต่างมองว่ากลุ่มมาส์กหน้าเป็นช่องทางเข้าถึงผู้บริโภคได้รวดเร็วด้วยราคาต่อชิ้นที่ไม่สูงและผลลัพธ์ที่เห็นได้ไว

Banobagi เลือกตอบโจทย์โดยไม่หยุดอยู่ที่สูตรมาส์กหน้าแบบเดิม แต่ยกระดับด้วยนวัตกรรม PDRN ที่ผสมสารสกัดจาก DNA ปลาแซลมอนร่วมกับโสมเกาหลี ผ่านเทคโนโลยีลดขนาดอนุภาคให้ซึมลึกสู่ชั้นผิว รองรับความต้องการฟื้นฟูผิวโทรมและชะลอริ้วรอย เปิดตัวพร้อมกันถึง 6 รายการ ทั้งโฟมล้างหน้า เซรั่ม ครีมรอบดวงตา มาส์กเนื้อฟิล์ม และไฮโดรเจลมาส์ก แนวทางนี้สะท้อนว่าถ้าอยากชนะในตลาดมาส์กหน้า 6 พันล้านบาท แบรนด์ต้องขยับจากสินค้าเดี่ยวไปสู่ระบบการดูแลผิวครบเซ็ต เพื่อรักษายอดใช้ซ้ำและเพิ่มมูลค่าต่อหัว

จากไทยสู่ 26 ประเทศ: เมื่อโมเดลการตลาดกลายเป็นประตูภูมิภาค

สิ่งที่ทำให้กรณี Banobagi น่าสนใจคือไทยไม่ได้ถูกใช้เป็นแค่ตลาดปลายทาง แต่ถูกใช้เป็นห้องทดลองกลยุทธ์ที่ถูกนำไปต่อยอดในภูมิภาคอื่น ความสำเร็จในไทยถูกยกระดับเป็น Thailand Model ที่บริษัทแม่ในเกาหลีนำไปใช้เป็นต้นแบบในการขยายธุรกิจคอสเมติกไปยังต่างประเทศ จนสามารถส่งออกสินค้าไปจำหน่ายแล้วกว่า 26 ประเทศทั่วโลก หลายตลาดในเอเชียเริ่มนำวิธีการทำตลาดที่ประสบความสำเร็จในไทยไปใช้ต่อ ตั้งแต่การปรับสูตรตามสภาพผิว การทำคอลแลบกับคาแรกเตอร์ยอดนิยม ไปจนถึงการใช้ช่องทางค้าปลีกเป็นสปริงบอร์ดสร้างการรับรู้

มุมนี้เผยให้เห็นบทบาทใหม่ของไทยในโลกความงามเกาหลีไทย คือการเป็นทั้งฮับการบริโภคและประตูการกระจายสินค้าสู่ภูมิภาค เมื่อแบรนด์หนึ่งสามารถใช้ประสบการณ์การเติบโตในตลาดนี้ไปอ้างอิงกับนักลงทุนและพาร์ตเนอร์ใน 26 ประเทศ ความเชื่อมั่นต่อศักยภาพตลาดก็สูงขึ้นตาม ผู้บริโภคในภูมิภาคอื่นจึงไม่ได้เห็นแค่แบรนด์จากเกาหลี แต่เห็นแบรนด์ที่ผ่านการพิสูจน์ในตลาดที่ขึ้นชื่อว่ามีการแข่งขันด้านสกินแคร์และมาส์กหน้าสูง มุมนี้ทำให้ไทยกลายเป็นจุดเชื่อมสำคัญของอุตสาหกรรมความงามเกาหลีในระดับภูมิภาค

บทเรียนสำหรับแบรนด์เกาหลีไทยรายอื่นในธุรกิจสินค้าเสริมสวย

การเติบโต 500% ใน 8 ปีของ Banobagi ไม่ได้มาจากการทุ่มโฆษณาอย่างเดียว แต่มาจากการยอมให้พาร์ตเนอร์ท้องถิ่นมีเสียงเท่ากับเจ้าของแบรนด์ ผลคือสินค้าไม่รู้สึกว่าถูกนำเข้ามาแบบหลุดบริบท แต่มีดีไซน์ที่ตอบพฤติกรรมผู้คนในตลาดจริง และเมื่อโมเดลนี้ถูกพิสูจน์แล้วก็สามารถขยายไปสู่ประเทศอื่นได้ไม่ยาก แบรนด์เกาหลีไทยรายอื่นที่อยากเข้ามาในตลาดมาส์กหน้าและสกินแคร์ควรถามตัวเองให้หนักว่าพร้อมจะให้คนท้องถิ่นเข้าไปมีส่วนร่วมในขั้น R&D และโครงสร้างการถือหุ้นหรือไม่ เพราะนี่คือเส้นแบ่งระหว่างการโตแบบกระแสกับการโตแบบยั่งยืน

อีกบทเรียนสำคัญคือการยอมรับว่าตลาดมาส์กหน้าในวันนี้คือพฤติกรรมถาวรไม่ใช่เทรนด์ชั่วคราว การเติบโต 73% ใน 5 ปีของตลาดมาส์กหน้าแสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคใช้มาส์กเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรดูแลผิวไปแล้ว ผู้เล่นใหม่ที่หวังใช้มาส์กเป็นสินค้าทดลองเข้าแบรนด์อาจต้องคิดใหม่ เพราะผู้บริโภคมองมาส์กหน้าอย่างจริงจังทั้งด้านผลลัพธ์และความน่าเชื่อถือ ใครที่กล้าฝากภาพลักษณ์ในสนามนี้จึงต้องตอบให้ได้ว่าแบรนด์จะเพิ่มคุณค่าให้ตลาดมากกว่าที่มีอยู่ ไม่ใช่แค่มาแย่งส่วนแบ่งเค้ก 6 พันล้านบาท

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!