เศรษฐกิจการวิ่งคืออะไร ทำไมมูลค่าถึงแตะ 3.2 หมื่นล้าน
เศรษฐกิจการวิ่ง คือระบบกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั้งหมดที่หมุนรอบการวิ่ง ตั้งแต่ค่าสมัครงานวิ่ง อุปกรณ์กีฬา การเดินทาง ที่พัก ร้านอาหาร ไปจนถึงบริการดูแลสุขภาพและเวชศาสตร์การกีฬา เชื่อมโยงผู้จัดงาน นักวิ่ง แบรนด์สินค้า และธุรกิจท่องเที่ยวเข้าด้วยกัน กลายเป็นห่วงโซ่มูลค่าที่เติบโตต่อเนื่องโดยมีงานวิ่งเป็นตัวจุดประกายสำคัญ ข้อมูลจากสำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่าอุตสาหกรรมกีฬาวิ่งสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมเกือบ 32,000 ล้านบาทต่อปี ตัวเลขนี้ไม่ได้มาจากรองเท้าวิ่งคู่เดียว แต่เกิดจากตลาดงานวิ่งราว 600-1,800 รายการต่อปี และนักวิ่งหมุนเวียนเข้าร่วมประมาณ 2-6 ล้านคน เมื่อการวิ่งขยับจากกิจกรรมออกกำลังกายเพื่อสุขภาพไปเป็นกิจกรรมไลฟ์สไตล์ เศรษฐกิจการวิ่งจึงไม่ใช่กระแสรอง แต่กลายเป็นเครื่องยนต์สำคัญที่ผู้ประกอบการมองข้ามไม่ได้

จากสนามแข่งขันสู่เวทีท่องเที่ยวและท่องเที่ยวเชิงกีฬา
จุดพลิกเกมของเศรษฐกิจการวิ่ง คือการที่งานวิ่งมาราธอนไม่ได้เป็นเพียงสนามแข่งขันอีกต่อไป แต่มันกลายเป็นเวทีที่เมืองหนึ่งเมืองสามารถเล่าเรื่องตัวเองได้ครบ ทั้งผู้คน วัฒนธรรม อาหาร และสถานที่ท่องเที่ยว นักวิ่งยุคใหม่ไม่ได้ซื้อแค่สิทธิ์ลงสนาม แต่ซื้อแพ็กเกจประสบการณ์ทั้งทริป ตั้งแต่การเดินทาง การเลือกที่พัก ร้านอาหารก่อนและหลังแข่ง ไปจนถึงการต่อยอดเป็นทริปท่องเที่ยวเชิงกีฬาแบบเต็มสัปดาห์ การใช้จ่ายของนักวิ่งจึงกระจายไปทั้งระบบ ตั้งแต่เสื้อผ้าและอุปกรณ์กีฬา อาหารและเครื่องดื่ม การท่องเที่ยว ที่พัก การเดินทาง สินค้าและบริการด้านสุขภาพ และ Wellness รวมถึงค่าสมัครร่วมกิจกรรมงานวิ่ง ผลลัพธ์คือธุรกิจท่องเที่ยวและท่องเที่ยวเชิงกีฬาได้อานิสงส์โดยตรง เมืองที่จัดงานวิ่งคุณภาพจึงมีแต้มต่อในการดึงนักท่องเที่ยวที่มีกำลังจ่ายและใส่ใจสุขภาพเข้ามาอย่างสม่ำเสมอ

กรุงเทพมาราธอนและงานวิ่งเฟสติวัล เมืองคือสนาม ประสบการณ์คือสินค้า
เมื่อผู้จัดไม่ได้ขายการแข่งขัน แต่ขายประสบการณ์ บทบาทของผู้จัดงานวิ่งจึงเปลี่ยนจาก Race Organizer เป็นนักสร้างสรรค์ประสบการณ์หรือ Experience Creator ต้องออกแบบเส้นทาง บรรยากาศ คอนเทนต์ ชุมชนนักวิ่ง และการเชื่อมโยงกับแบรนด์พันธมิตรให้กลายเป็นประสบการณ์เดียวกัน นักวิ่งยุคใหม่ “กำลังซื้อประสบการณ์ทั้งหมดของงานตั้งแต่ก่อนวันแข่งขัน ไปจนถึงความรู้สึกหลังเข้าเส้นชัย” แนวคิดนี้ถูกนำมาใช้ในกรุงเทพมาราธอน ครั้งที่ 37 ภายใต้แนวคิด RUN THE LEGACY OF BANGKOK ซึ่งมุ่งนำเสนอเมืองผ่านมุมมองของการวิ่ง เมืองประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม ให้เส้นทางกลายเป็นเรื่องเล่าเกี่ยวกับเมืองในตัว เป้าหมายไม่ใช่แค่จัดงานให้ได้มาตรฐาน แต่คือการยกระดับให้เป็นมหกรรมงานวิ่งเฟสติวัลเพื่อสุขภาพระดับโลก ที่นักวิ่งรู้สึกว่างานใส่ใจรายละเอียดและคุ้มค่าที่จะกลับมาอีกครั้ง
จากเส้นชัยสู่การกลับมาอีกครั้ง เศรษฐกิจการวิ่งจะโตต่ออย่างไร
หัวใจของเศรษฐกิจการวิ่ง ไม่ได้อยู่ที่จำนวนงานวิ่ง 600-1,800 รายการต่อปี หรือจำนวนนักวิ่ง 2-6 ล้านคนเท่านั้น แก่นแท้คือการเปลี่ยนเส้นชัยให้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการกลับมารอบต่อไป ถ้านักวิ่งกลับบ้านพร้อมเรื่องเล่าและความทรงจำที่อยากเล่าต่อ เมืองและผู้จัดก็ได้แบรนด์ฟรีที่ทรงพลังในระยะยาว สิ่งที่ต้องทำต่อไปคือการลงทุนในคุณภาพประสบการณ์ ไม่ใช่แค่ปริมาณงานวิ่ง ต้องมองงานวิ่งเป็นแพลตฟอร์มเชื่อมโยงเมือง ชุมชน แบรนด์ และธุรกิจบริการต่างๆ เข้าด้วยกัน การยกระดับกรุงเทพมาราธอนถูกมองว่า “ไม่ใช่เรื่องที่ทำเสร็จในปีเดียว แต่เป็นการเดินทางที่ต้องอาศัยความต่อเนื่องและความร่วมมือ” หากรักษามาตรฐานนี้ได้ เศรษฐกิจการวิ่งมูลค่าเกือบ 32,000 ล้านบาทต่อปี จะมีศักยภาพเติบโตต่อเนื่อง และกลายเป็นหนึ่งในเสาหลักของเศรษฐกิจไลฟ์สไตล์ยุคใหม่







