ภูเก็ตในสายตาออริจิ้น: จากเมืองท่องเที่ยวสู่ฐานรายได้ตลอดชีพ
แผนการลงทุนของ Origin Group เพื่อพัฒนาตลาดที่อยู่อาศัยภูเก็ตและสินทรัพย์มิกซ์ยูสภายใต้แนวคิด Origin Infinity คือยุทธศาสตร์การสร้างฐานรายได้ระยะยาวจากคอนโดมิเนียม วิลล่า และโรงแรมที่เชื่อมโยงกันเป็นพอร์ตเดียว โดยใช้ศักยภาพของภูเก็ตในฐานะจุดหมายปลายทางระดับโลกมารองรับทั้งดีมานด์อยู่อาศัย การลงทุน และการท่องเที่ยวในคราวเดียว.
การตัดสินใจบุกภูเก็ตไม่ใช่แค่การตามกระแสเมืองฮอต แต่คือการอ่านเกมเศรษฐกิจเมืองท่องเที่ยวที่กำลังเปลี่ยนเป็นเมืองอยู่อาศัยถาวรของทั้งคนไทยและต่างชาติ ออริจิ้นเริ่มลงทุนตั้งแต่ปี 2566 ภายใต้แนวคิด Origin Infinity และ ณ สิ้นไตรมาส 2 มีมูลค่าเงินลงทุนรวม 18,350 ล้านบาท พร้อมแผนต่อเนื่องอีก 3 ปีเพื่อขยายพอร์ตลงทุนให้แตะ 30,000 ล้านบาท. นี่คือการประกาศชัดว่าภูเก็ตจะไม่ใช่แค่ฐานรายได้ชั่วคราวจากการขายโครงการ แต่จะกลายเป็น “เครื่องจักรรายได้ตลอดชีพ” ของบริษัท

คอนโด วิลล่า และมิกซ์ยูส: กลยุทธ์ยึดทุกเซกเมนต์ของที่อยู่อาศัยภูเก็ต
หัวใจของ Origin Infinity คือการไม่ผูกชีวิตบริษัทกับสินทรัพย์ชิ้นเดียว แต่สร้างพอร์ตที่อยู่อาศัยภูเก็ตหลายระดับราคา หลายทำเล และหลายฟังก์ชัน ตั้งแต่โครงการคอนโดผ่าน ORIGIN VERTICAL ไปจนถึงบ้านแนวราบและวิลล่าผ่านบริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน) และการเปิดตลาดซูเปอร์ลักชัวรีแบรนด์ “บัลโค” ที่เริ่มจากโครงการ บัลโค บางเทา บีช เพื่อตอบกลุ่มลูกค้าต่างชาติและตลาดบนในทำเลท่องเที่ยวสำคัญ.
ข้อมูลจากบริษัทระบุว่าตั้งแต่เริ่มลงทุนภูเก็ต บริษัทมีโครงการเพื่อขายทั้งคอนโดและวิลล่า 8 โครงการ รวม 3,937 ยูนิต มูลค่าการลงทุน 15,650 ล้านบาท และมียอดขายเฉลี่ยมากกว่า 60% ซึ่งโครงการเหล่านี้ตั้งอยู่ในโซนที่มีดีมานด์ครอบคลุมทุกตลาด ตั้งแต่เซ็นเตอร์ภูเก็ต กะทู้-ป่าตอง กะตะ เชิงทะเล ไปจนถึงบางเทา เพื่อตอบทั้งความต้องการอยู่อาศัยและการลงทุนของผู้ซื้อ. แนวทางนี้ทำให้ภูเก็ตกลายเป็นสนามทดลองของโมเดลมิกซ์ยูสเต็มรูปแบบที่ผูกทั้งที่อยู่อาศัยและไลฟ์สไตล์เข้าด้วยกัน
โรงแรมและรีสอร์ท: จากรายได้ก้อนเดียวสู่กระแสรายได้ประจำ
ถ้าโครงการคอนโดและวิลล่าคือรายได้ก้อนใหญ่ในช่วงสั้น ธุรกิจโรงแรมในภูเก็ตคือรายได้ประจำที่เติมเข้ามาอย่างต่อเนื่อง Origin Group วางแผนกลุ่มธุรกิจ Hospitality & Tourism ผ่าน 3 โรงแรมใน pipeline รวม 601 keys มูลค่า 2,700 ล้านบาท เช่น Motto Phuket Kata แบรนด์ไลฟ์สไตล์จากเครือ Hilton และ Moxy Cherngtalay กับ Moxy Phuket Chaofah แบรนด์โรงแรมไลฟ์สไตล์ในเครือ Marriott Bonvoy.
ทิศทางนี้ชัดเจนว่าออริจิ้นเลือกยืนบนสองขา: รายได้จากการขายอสังหาฯ และรายได้ประจำจากโรงแรม โดยบริษัทระบุว่าในช่วงปี 2569–2571 จะเป็น “ช่วงเวลาเริ่มแห่งเก็บเกี่ยวรายได้” เมื่อโครงการที่ลงทุนไว้เสร็จและทยอยส่งมอบ ทำให้สร้างคลื่นรายได้รอบใหม่จากทั้งอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายและกลุ่ม Recurring Income จากโรงแรมอย่างต่อเนื่อง. การมี Timeline ชัดเจน เช่น Moxy Phuket Chaofah เปิดไตรมาส 4/2569 Motto Phuket Kata เปิดไตรมาส 3/2571 และ Moxy Cherngtalay เปิดไตรมาส 4/2571 ทำให้นักลงทุนเห็นภาพกระแสเงินสดอนาคตได้ชัดเจนขึ้น.
ดีมานด์ใหม่และ Longevity Economy: ทำไมภูเก็ตจึงเหมาะกับวิสัยทัศน์ Lifetime Company
เมื่อซีอีโอฝ่ายตลาดต่างประเทศของออริจิ้นชี้ว่าภูเก็ตเป็น World Class Destination และ “Global Safe Zone” สำหรับต่างชาติ บริษัทจึงไม่ได้มองภูเก็ตแค่เมืองท่องเที่ยว แต่เป็นบ้านหลังที่สองและเมืองแห่งการใช้ชีวิตระยะยาว. โครงสร้างดีมานด์ที่ผสมทั้งนักท่องเที่ยว ผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัย และผู้ซื้อเพื่อการลงทุน สอดคล้องกับแนวคิด Longevity Economy ที่ผู้คนให้ความสำคัญกับสุขภาพ คุณภาพชีวิต และการบริหารความมั่งคั่งระยะยาวมากขึ้น.
บริษัทระบุว่า “ทุกสเต็ปการลงทุนของออริจิ้น ภูเก็ต เป็นการตอกย้ำวิสัยทัศน์ Lifetime Company เพื่อเติบโตในทุกช่วงชีวิตของผู้บริโภคแบบไม่สิ้นสุด” โดยพอร์ตในภูเก็ตไม่ได้จำกัดเฉพาะที่อยู่อาศัย แต่ยังเปิดทางต่อยอดสู่ด้านสุขภาพและไลฟ์สไตล์ในอนาคต. จุดแข็งสำคัญคือฐานลูกค้าที่หลากหลาย เช่น ชาวต่างชาติหลักสามกลุ่มอย่างรัสเซีย โปแลนด์ และจีน ที่เข้ามาซื้อที่อยู่อาศัยและลงทุนในโครงการของบริษัท สร้างความยืดหยุ่นให้พอร์ตไม่พึ่งพาเพียงตลาดเดียว.
บทเรียนจากงบ 3 หมื่นล้าน: พอร์ตเชื่อมโยงดีกว่าพึ่งสินทรัพย์เดียว
แผนขยายธุรกิจของ Origin Group ในภูเก็ตช่วง 3 ปีข้างหน้าด้วยงบลงทุนใหม่ 11,650 ล้านบาท เพื่อดันพอร์ตจาก 18,350 เป็น 30,000 ล้านบาท ไม่ใช่แค่ตัวเลขใหญ่ในข่าว แต่คือกรณีศึกษาเรื่อง “การสร้างพอร์ตเชื่อมโยง” มากกว่าพึ่งโครงการใดโครงการหนึ่ง. เพราะเมื่อคอนโดใหม่ 9 โครงการ และโรงแรมใหม่ 2 แห่งทยอยเปิด พอร์ตทั้งชุดจะสร้างรายได้ต่อเนื่องแทนที่จะเป็นรายได้แบบครั้งเดียวจบ.
ในขณะเดียวกัน ภูมิทัศน์โรงแรมราคาประหยัดก็เริ่มน่าสนใจ เมื่อเครือโรงแรมรายใหญ่จับมือกับบริษัทพลังงานรายสำคัญ เพื่อร่วมลงทุนพัฒนา Budget Hotel มูลค่าประมาณ 700 ล้านบาท และตั้งเป้าเปิดโรงแรม 6 แห่งในทำเลสำคัญรวมถึงภูเก็ต ระหว่างปี 2570–2571. ภาพรวมเหล่านี้บอกเราว่าเมืองเดียวกันกำลังรองรับทั้งซูเปอร์ลักชัวรีและบัดเจ็ตในเวลาเดียวกัน ใครที่คิดจะลงทุนหรือมองหาที่อยู่อาศัยภูเก็ต จึงต้องมองเกินกว่าโครงการเดี่ยว แต่ต้องดูทั้งโครงสร้างพอร์ตของผู้พัฒนาและทิศทางรายได้ประจำที่จะหล่อเลี้ยงโครงการระยะยาว






