ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ท่องเที่ยวสงขลา–หาดใหญ่ พลิกวิกฤตน้ำท่วมสู่เป้ารายได้ 5.5 หมื่นล้าน

ท่องเที่ยวสงขลา–หาดใหญ่ พลิกวิกฤตน้ำท่วมสู่เป้ารายได้ 5.5 หมื่นล้าน
ความสนใจ|เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

จากน้ำท่วมครั้งใหญ่สู่ตัวเลขรายได้ที่กลับมาสูงกว่าเดิม

การฟื้นตัวท่องเที่ยวสงขลาและท่องเที่ยวหาดใหญ่ คือกระบวนการที่ภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนร่วมกันพลิกพื้นที่ที่เคยได้รับผลกระทบหนักจากอุทกภัยให้กลับมาเป็นจุดหมายปลายทางหลักอีกครั้ง โดยใช้ทั้งกิจกรรมการตลาด การยกระดับสินค้าและบริการ รวมถึงการสร้างภาพลักษณ์ใหม่ที่เน้นความปลอดภัย ความสร้างสรรค์ และรายได้ท่องเที่ยวที่กระจายสู่คนในพื้นที่อย่างทั่วถึง เพื่อให้เศรษฐกิจฐานรากเติบโตไปพร้อมกับตัวเลขนักท่องเที่ยว ประเด็นสำคัญที่คนมักมองข้ามคือ สงขลา–หาดใหญ่ไม่ได้แค่ “กลับมาเท่าเดิม” แต่กำลังวิ่งบนเส้นทางเติบโตใหม่ที่ชัดเจน ช่วงเดือนมกราคมถึงกรกฎาคมมีผู้เยี่ยมเยือน 4.44 ล้านคนครั้ง สร้างรายได้ท่องเที่ยว 32,227 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าช่วงเดียวกันก่อนอุทกภัยอย่างมีนัยสำคัญ เป้าหมายรายได้รวมทั้งปีที่ 55,000 ล้านบาทจึงไม่ใช่ตัวเลขเพ้อฝัน แต่เป็นเป้าหมายที่ตั้งอยู่บนฐานข้อมูลและการฟื้นตัวที่เกิดขึ้นแล้วในพื้นที่

ท่องเที่ยวสงขลา–หาดใหญ่ พลิกวิกฤตน้ำท่วมสู่เป้ารายได้ 5.5 หมื่นล้าน

นักท่องเที่ยวมาเลเซียคือหัวใจ แต่ต้องคิดไกลกว่าเมืองหน้าด่าน

ถ้าอยากเข้าใจการฟื้นตัวท่องเที่ยวสงขลา ต้องเริ่มจากการยอมรับว่า นักท่องเที่ยวมาเลเซียคือเส้นเลือดใหญ่ของระบบนี้ สถิติผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองและท่าอากาศยานหาดใหญ่ช่วงมกราคมถึงกรกฎาคมมีนักท่องเที่ยวมาเลเซีย 948,802 คนครั้ง แซงหน้าหลายเมืองหลักและยืนยันว่าความผูกพันกับพื้นที่นี้ยังแข็งแรง ช่วงเทศกาลมิดไนท์สงกรานต์ นักท่องเที่ยวมาเลเซียและสิงคโปร์ทะลักเข้าด่านสะเดาวันละ 13,000–15,000 คน สร้างเงินสะพัดกว่าร้อยล้านบาทในไม่กี่วัน คำถามเชิงยุทธศาสตร์คือ จะปล่อยให้สงขลา–หาดใหญ่ติดอยู่กับภาพ “เมืองหน้าด่าน” ไปอีกกี่ปี หรือจะใช้จังหวะการฟื้นตัวครั้งนี้ยกระดับเป็นเมืองท่องเที่ยวคุณภาพสูง การพึ่งตลาดเพื่อนบ้านเป็นข้อได้เปรียบ แต่หากไม่ต่อยอดสู่กลุ่มนักเดินทางที่มีกำลังใช้จ่ายสูงจากภูมิภาคอื่น เมืองก็จะติดเพดานรายได้ อยู่กับปริมาณคนมากแต่ค่าใช้จ่ายต่อหัวต่ำ

ท่องเที่ยวสงขลา–หาดใหญ่ พลิกวิกฤตน้ำท่วมสู่เป้ารายได้ 5.5 หมื่นล้าน

แผน Trusted Thailand และเทศกาลทั้งปีเปลี่ยนภาพจำเมืองน้ำท่วม

จุดพลิกเกมสำคัญของการฟื้นตัวท่องเที่ยวหาดใหญ่และสงขลาคือ การจัดการภาพลักษณ์หลังอุทกภัย ไม่ใช่แค่ซ่อมถนนหรือโครงสร้างพื้นฐาน แต่ต้องซ่อมความเชื่อมั่น ททท.เดินหน้าโครงการ Trusted Thailand สื่อสารผ่านอินฟลูเอนเซอร์ระดับโลก เพื่อลบภาพเมืองน้ำท่วมและแทนที่ด้วยภาพพื้นที่สวยงาม ปลอดภัย มีเสน่ห์ทางวัฒนธรรมและอาหาร แนวทางนี้สะท้อนความเข้าใจว่าบนโลกออนไลน์ ภาพจำสำคัญไม่แพ้โครงสร้างจริงในพื้นที่ ขณะเดียวกัน เมืองไม่ได้ปล่อยให้ถนนว่างเปล่าหลังน้ำลด มีการจัดกิจกรรมต่อเนื่องทั้งปี เช่น Amazing Hatyai Happy Bus รถโดยสารฟรีในเขตเมืองช่วงปลายปีถึงต้นปีถัดมา งานเทศกาลตรุษจีนขนาดใหญ่พร้อมพลุเฉลิมฉลองเปิดเมือง กิจกรรม Heart ใหญ่ ไม่พรือ ร่วมกับมูลนิธิก้าวคนละก้าว และเทศกาลหาดใหญ่ มิดไนท์สงกรานต์ที่เรียกนักท่องเที่ยวกลับเข้ามาในเมืองอย่างคึกคัก นี่ยังไม่นับชุดงานช่วงกรกฎาคม–สิงหาคมอย่าง Thai Fight สงขลา งาน Rimlay Beach Party สงขลามาราธอน งานเกษตรภาคใต้ครั้งที่ 42 งานตักบาตรพระ 10,000 รูป และ Lighting of Songkhla Lagoon ซึ่งช่วยอัดฉีดเศรษฐกิจยามค่ำคืนให้กลับมามีชีวิต

สงขลาเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหาร แท็กทีมเศรษฐกิจกลางคืนและชุมชน

การฟื้นตัวท่องเที่ยวสงขลาในระยะต่อไปจะชนะหรือแพ้ อยู่ที่ว่าจะใช้สถานะเมืองสร้างสรรค์ด้านวิทยาการอาหารของยูเนสโกได้คุ้มแค่ไหน เมืองเก่าสงขลาถนนคนเดินทุกศุกร์–เสาร์คือเวทีสำคัญที่รวมอาหารพื้นเมือง วิถีชีวิตดั้งเดิม และสินค้าชุมชนเข้าไว้ด้วยกัน สอดรับกับการขึ้นทะเบียนเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหารเมื่อปีที่ผ่านมา แนวคิดนี้ไม่ใช่เรื่องภาพลักษณ์สวยหรู แต่เป็นเครื่องมือดึงดูดนักท่องเที่ยวที่มองหา “ประสบการณ์” มากกว่าการเช็กอินริมหาด ททท.ประกาศชัดว่าจะขับเคลื่อนจากตลาดแมสมาสู่ Grand Moment Experience หรือการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพสูง เน้นมูลค่าเพิ่มและกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูงจากจีน ยุโรป และอเมริกา โดยใช้ฐานอาหารริมทางและร้านอาหารท้องถิ่นยกระดับสู่มาตรฐานสากล พื้นที่ย่านการค้าหาดใหญ่และเมืองเก่าสงขลายังถูกพัฒนาเป็น Sustainable Shopping & Lifestyle Hub เชื่อมโยงสินค้า GI และผลิตภัณฑ์ชุมชนกับเศรษฐกิจกลางคืน เพื่อให้รายได้ท่องเที่ยวไม่หยุดแค่หน้าร้านกลางเมือง แต่ไหลย้อนกลับไปถึงผู้ผลิตต้นน้ำ

The Year of Transformation เปลี่ยนการฟื้นตัวให้กลายเป็นการเติบโตยั่งยืน

การประกาศให้ปี 2570 เป็น The Year of Transformation ไม่ควรถูกมองว่าเป็นแค่สโลแกน แผนที่วางไว้มีตัวเลขและทิศทางชัดเจน ตั้งเป้าผู้เยี่ยมเยือนรวม 8 ล้านคนครั้ง รายได้รวม 55,900 ล้านบาท สะท้อนการเติบโตของจำนวนนักท่องเที่ยวร้อยละ 4.08 และรายได้ร้อยละ 1.18 จากปี 2569 เป้าหมายนี้ผูกเข้ากับปัจจัยหนุนทั้งงบป้องกันน้ำท่วมซ้ำ ไฮซีซันปลายปี และเทศกาลปลายปีอย่าง Hatyai Countdown เทศกาลกินเจ และตรุษจีนที่จะดึงคนเข้าพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ในภาพใหญ่ แผนผลักดันด่านสะเดาให้เป็นประตูท่องเที่ยวอาเซียนเต็มรูปแบบ เพื่อรองรับไม่เฉพาะตลาดมาเลเซียและสิงคโปร์ แต่รวมถึงกลุ่ม CLMV ในระยะยาว เป็นการย้ำว่าหาดใหญ่–สงขลาไม่ได้คิดแค่วันหยุดยาวใกล้บ้าน แต่กำลังวางตัวเองเป็น “เมืองของการเปลี่ยนแปลงเชิงสร้างสรรค์” ที่ดึงดูดนักเดินทางคุณภาพจากหลายภูมิภาคควบคู่ไปกับการดูแลความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือของเมืองผ่านโครงการ Trusted Thailand ในมุมคนสงขลา แปลว่าหากเมืองเดินตามแผนนี้ได้จริง รายได้ท่องเที่ยว 5.5 หมื่นล้านจะไม่ใช่แค่ตัวเลขบนสไลด์ แต่คือรายได้ในห้องครัว ในรถรับส่ง ในร้านค้า และในฟาร์มของคนตัวเล็กที่อยู่เบื้องหลังประสบการณ์ของนักท่องเที่ยวทุกคน

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม บทความนี้สร้างขึ้นด้วย AI จากแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่และข้อมูลสินค้า

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!