ภาพยนตร์โรแมนติกคอมเมดี้ไทยยุคใหม่ ทำไมถึงกลับมาร้อนแรง
ภาพยนตร์โรแมนติกคอมเมดี้ไทยคือหนังรักที่ผสมความหวานและความตลกเข้าด้วยกัน เน้นเล่าเรื่องความสัมพันธ์ การเติบโตทางอารมณ์ และการเยียวยาหัวใจผ่านสถานการณ์ชวนยิ้ม หนังประเภทนี้มักใช้เคมีของนักแสดงนำและคาแรกเตอร์ตัวประกอบสุดป่วนในการพาคนดูคลี่คลายความเครียด พร้อมสะท้อนภาพครอบครัว เพื่อน และคนรักในแบบที่ใกล้กับชีวิตประจำวันของผู้ชมมากที่สุด คลื่นภาพยนตร์โรแมนติกคอมเมดี้ไทยชุดใหม่ไม่ได้มาแบบเนื้อๆ เน้นฟีลกู๊ดอย่างเดียว แต่พยายามยกระดับทั้งโปรดักชันและการเล่าเรื่องให้ทันยุค ทั้งการร่วมงานกับค่ายต่างชาติ และการดึงไอดอลต่างประเทศมาร่วมงาน สิ่งนี้บอกตรงๆ ว่าผู้สร้างเชื่อว่าคนดูพร้อมจ่ายเวลากลับเข้าโรงเพื่อเสพความรักและเสียงหัวเราะอีกครั้ง และซีซันนี้ก็มีสองภาพยนตร์ใหม่เข้าโรงที่น่าจับตาเป็นพิเศษสำหรับสายโรแมนติกคอมเมดี้ไทย
HENRY’s First Dates จีบซ้ำซ้ำ เฮนรี่จำไม่ได้: เมื่อเดทแรกต้องเกิดขึ้นทุกวัน
หัวใจของ HENRY’s First Dates จีบซ้ำซ้ำ เฮนรี่จำไม่ได้ คือการตั้งคำถามว่า ถ้าคนรักคุณตื่นมาแล้วลืมทุกอย่าง คุณจะยอมจีบเขาใหม่ทุกวันไหม ภาพยนตร์โรแมนติกคอมเมดี้ไทยเรื่องนี้ถูกดัดแปลงจากหนังฮอลลีวูดระดับตำนาน 50 First Dates แล้วสลับมุมมองให้ฝ่ายที่ความทรงจำถูกรีเซ็ตทุกเช้ากลายเป็นพระเอกชื่อ “เฮนรี่” แทน เฮนรี่ เจ้าของโฮลเทลเล็กๆ ทางภาคใต้ รูปหล่ออารมณ์ดี แต่สมองรีเซ็ตทุกคืน ตื่นมาแล้วจำเรื่องเมื่อวานไม่ได้ ส่วน “ลูซี่” กัปตันบอลลูนท่องเที่ยวที่เดินทางไปทั่วโลกกลับมาตกหลุมรักผู้ชายที่จำเธอไม่ได้ทุกเช้า ความรักของทั้งคู่จึงเป็นภารกิจจีบซ้ำซ้ำทุกวัน โดยมีแก๊งญาติอย่างป๋า ขนุน น้าสุ และหมามะพร้าวชื่อ “ซิมบ้า” มาคอยยุ่งกับความสัมพันธ์ให้ทั้งอบอุ่นและอลเวง โควตที่สะท้อนเจตนาของผู้สร้างคือคำพูดของโปรดิวเซอร์ วัน วรรณฤดีที่บอกว่าจุดเริ่มต้นของหนังเรื่องนี้เกิดจาก “ความรู้สึกคิดถึงการทำหนังโรแมนติกคอมเมดี้ที่ GDH ไม่ได้ทำมาพักใหญ่” ซึ่งทำให้พวกเขาอยากนำคอนเซ็ปต์ 50 First Dates มาตีความใหม่อีกครั้ง
เคมี ณเดชน์–มินนี่ และพลังโปรดักชันจากการร่วมมือ GDH x Sony
จุดขายชัดๆ ของ HENRY’s First Dates คือการดึงพระเอกแม่เหล็กอย่าง ณเดชน์ คูกิมิยะ มารับบทเฮนรี่ ประกบคู่กับมินนี่ ณิชา ยนตรรักษ์ ในบทลูซี่ ซึ่งภาพโปสเตอร์และภาพเซ็ตแรกที่ปล่อยออกมาบอกเราตรงๆ ว่า งานนี้ผู้สร้างเดิมพันกับเคมีโรแมนติกคอมเมดี้แบบเต็มสูบ ทั้งความละมุนและมุกจีบซ้ำที่พร้อมให้คนดูอินไปกับการเดทครั้งที่หนึ่งของเขาแต่เป็นครั้งที่ร้อยของเธอ เบื้องหลังทีมสร้างก็ไม่ธรรมดา เพราะนี่คือโปรเจกต์ร่วมกันระหว่าง GDH และ Sony Pictures International Productions ที่เริ่มสร้างกระแสตั้งแต่ปล่อยทีเซอร์และโปสเตอร์แรกออกมา ผู้กำกับคือเมษ ธราธร เจ้าของผลงานโรแมนติกคอมเมดี้ที่หลายคนจำได้อย่าง ไอฟาย..แต๊งกิ้ว..เลิฟยู้ และ อ้าย..คนหล่อลวง พร้อมโปรดิวเซอร์ วัน วรรณฤดี ที่เคยอยู่เบื้องหลัง Friend Zone ระวัง..สิ้นสุดทางเพื่อน เมื่อรวมกับทีมนักแสดงสายฮา เช่น ป๋ากิ๊ก เกียรติ กิจเจริญ เบิ้ล ปทุมราช และวิเวียน ทิพากร ที่มารับบทสมาชิกครอบครัวเฮนรี่ งานนี้คนดูจึงไม่ได้แค่รอความฟีลกู๊ดจากคู่รัก แต่ยังได้เสพความอบอุ่นของครอบครัวที่ต้องเรียนรู้จะรักคนที่จำพวกเขาไม่ได้ทุกวันด้วย
Wind Up ไวนด์อัพ: จากซีรีส์ชอร์ตฟอร์มสู่หนังมิตรภาพเต็มจอ
อีกด้านหนึ่งของภาพยนตร์ใหม่เข้าโรงที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือ Wind Up ไวนด์อัพ งานมิตรภาพชวนอบอุ่นหัวใจที่ดึงสองหนุ่มไอดอลชื่อดัง เจโน่ และ แจมิน จากวง NCT มารับบทเด็กมัธยมปลายสองคนที่ต้องใช้กีฬาเบสบอลเป็นสะพานเชื่อมระหว่างความฝันและความกลัว เดิมที Wind Up เป็นซีรีส์ชอร์ตฟอร์มที่ร่วมโปรเจกต์กับค่าย SM Entertainment และประสบความสำเร็จจนถูกพัฒนาต่อยอดมาเป็นเวอร์ชันภาพยนตร์เต็มจอในวันนี้ ซึ่งถือเป็นกรณีตัวอย่างของซีรีส์ชอร์ตฟอร์มที่ถูกขยายสเกลขึ้นสู่โรงในรูปแบบจริงจัง ในหนัง เจโน่รับบท “อูจิน” นักกีฬาเบสบอลตำแหน่งพิตเชอร์ที่จู่ๆ เกิดปมในใจจนไม่สามารถขว้างลูกได้ ขณะที่แจมินรับบท “แทฮี” เด็กสดใสที่เข้ามาพาอูจินกลับคืนสนามอีกครั้ง ความน่าสนใจคือ ผู้กำกับคิมซองโฮที่เคยฝากผลงานสุดซึ้งอย่าง Move to Heaven ในปี 2021 ใช้วิธีสังเกตนิสัยจริงของเจโน่และแจมินก่อนมอบบท สุดท้ายเขาพบว่าเจโน่มีเคมีบางอย่างที่เหมือนอูจิน ส่วนแจมินมีพลังเดียวกับแทฮี ทำให้การแสดงดูเป็นธรรมชาติราวกับเป็นตัวตนของทั้งคู่จริงๆ
เคมีเพื่อนสนิทและเบื้องหลังการทำงานที่ทำให้ Wind Up อบอุ่นขึ้น
สิ่งที่ทำให้ Wind Up ไวนด์อัพ น่าสนใจในเชิงข่าววิเคราะห์คือเบื้องหลังการทำงานที่ผู้กำกับคิมซองโฮออกมาเล่าอย่างตรงไปตรงมา เขายอมรับว่าเดิมทีไม่คิดว่ากระแสจากแฟนคลับ NCT จะมหาศาลถึงขั้นยอดวิวในแพลตฟอร์ม KITZ พุ่งวันละ 1 ล้านวิวทุกวันจนเขาต้องตื่นมาเช็กยอดวิวทุกเช้า นี่คือโควตหนึ่งที่สะท้อนพลังของฐานแฟนและชี้ให้เห็นว่าคอนเทนต์ชอร์ตฟอร์มคุณภาพสามารถต่อยอดกลายเป็นภาพยนตร์เต็มจอได้ในเชิงธุรกิจและสร้างสรรค์พร้อมกัน เบื้องหลังการถ่ายทำก็เต็มไปด้วยโมเมนต์มิตรภาพ ผู้กำกับเล่าว่าเจโน่ไม่เคยผ่านงานแสดงมาก่อน ทำให้กดดันตัวเองสูงจนต้องคอยให้กำลังใจว่า “ไม่เป็นไร นายทำดีแล้ว ไม่ต้องเครียด” ขณะที่แจมินซึ่งมีประสบการณ์มากกว่าก็ช่วยเจโน่อย่างเต็มที่ ทั้งในการซ้อมบทและต่อบทเวลาลืมระหว่างถ่าย ยิ่งไปกว่านั้น ทั้งคู่ยังต้องแบ่งเวลาออกจากการเตรียมอัลบั้มและทัวร์คอนเสิร์ต เพื่อฝึกท่าทางเบสบอลให้เหมือนนักกีฬาจริง ใช้ช่วงวันชูซ็อกซึ่งมีเวลาจำกัดในการถ่ายทำอย่างเข้มข้น แต่กลับทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยการเติมพลังให้กันและกันตลอด ทั้งหมดนี้ทำให้ Wind Up ไม่ได้เป็นแค่ภาพยนตร์มิตรภาพบนจอ แต่เป็นงานที่ถูกหล่อด้วยมิตรภาพจริงของนักแสดงและทีมงานหลังจอด้วย






