ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ปิดโฆษณา Android ด้วย Private DNS แบบไม่ต้องลงแอป

ปิดโฆษณา Android ด้วย Private DNS แบบไม่ต้องลงแอป
ความสนใจ|ทริกใช้งานมือถือ

Private DNS คืออะไร และทำไมช่วยปิดโฆษณาได้

การปิดโฆษณา Android แบบใช้ Private DNS คือการเปลี่ยนเซิร์ฟเวอร์ DNS ในเครื่องให้ใช้ผู้ให้บริการที่มีฟังก์ชันบล็อกโดเมนโฆษณาและบล็อกแทรกเกอร์ ทำให้คำขอไปยังเซิร์ฟเวอร์โฆษณาไม่ถูกส่งออกจากมือถือ ส่งผลให้โฆษณาในแอปและเว็บไซต์จำนวนมากหายไปโดยไม่ต้องลงแอปบล็อกโฆษณาเพิ่ม เหมาะกับคนที่อยากลดโฆษณาและเพิ่มตั้งค่าความเป็นส่วนตัวด้วยวิธีที่ตั้งค่าครั้งเดียวแล้วใช้งานได้ทั้งเครื่อง โฆษณาในแอปและบนเว็บทุกวันนี้ตามเราไปทุกที่บน Android เพราะแทรกเกอร์จดจำพฤติกรรมการใช้งานของเรา การเปิด Private DNS แล้วเลือกผู้ให้บริการที่กรองโดเมนโฆษณา จะช่วยให้มือถือกรองทราฟฟิกส่วนนี้ตั้งแต่ต้นทาง ผู้ให้บริการบางเจ้าออกแบบมาเพื่อกรองโฆษณาและโดเมนติดตามข้อมูลโดยเฉพาะ จึงเพิ่มชั้นป้องกันให้เรามากกว่าการใช้ตั้งค่าความเป็นส่วนตัวทั่วไประดับระบบปฏิบัติการ

เข้าใจกลไก DNS ก่อนเริ่มปิดโฆษณาทั้งเครื่อง

DNS เปรียบเหมือนสมุดโทรศัพท์ของอินเทอร์เน็ต เวลาพิมพ์ชื่อเว็บไซต์หรือแอปต้องเชื่อมต่อเซิร์ฟเวอร์ มือถือจะส่งคำขอไปถาม DNS เพื่อแปลงชื่อโดเมนให้เป็น IP ที่ใช้เชื่อมต่อ ผู้เขียนในแหล่งข้อมูลหนึ่งอธิบายว่า Private DNS ทำให้การดูข้อมูลโดเมนของมือถือถูกส่งแบบเข้ารหัสผ่าน DNS over TLS แทนการส่งแบบไม่เข้ารหัส แม้จะไม่ได้เข้ารหัสทราฟฟิกทุกอย่างเหมือน VPN แต่ก็ป้องกันการส่องดูว่าเราเรียกดูโดเมนไหนจากผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตได้ระดับหนึ่ง จุดสำคัญคือ ผู้ให้บริการ DNS ไม่ได้มีหน้าที่แค่แปลงโดเมนให้เป็น IP เท่านั้น บางรายเพิ่มฟีเจอร์กรองโดเมนที่เป็นโฆษณา แทรกเกอร์ หรือโดเมนอันตรายให้เลยในตัว เมื่อเราเปลี่ยนไปใช้ผู้ให้บริการแบบนี้ การปิดโฆษณา Android จะเกิดขึ้นตั้งแต่ระดับ DNS ไม่ต้องให้ระบบหรือเบราว์เซอร์โหลดทรัพยากรโฆษณาเข้ามาบนเครื่อง ช่วยลดรบกวนสายตาและเสริมตั้งค่าความเป็นส่วนตัวด้วยการบล็อกแทรกเกอร์อีกชั้น

ขั้นตอนตั้งค่า Private DNS เพื่อบล็อกโฆษณาและแทรกเกอร์

ส่วนนี้เป็นหัวใจของบทความ ลองคิดว่ากำลังนั่งอยู่กับเพื่อนแล้วช่วยกันตั้งค่าทีละจุด ข้อดีคือทุกอย่างทำบน Android ได้เลย ไม่ต้องรูทเครื่อง ไม่ต้องสมัครสมาชิกบริการเพิ่ม และยังใช้ร่วมกับตั้งค่าความเป็นส่วนตัวอื่นๆ ในระบบเพื่อกันแทรกเกอร์ได้ครอบคลุมมากขึ้น ผู้ให้บริการ DNS บางรายอย่าง AdGuard มีเซิร์ฟเวอร์ที่ออกแบบมาเพื่อบล็อกโดเมนโฆษณาและโดเมนติดตามข้อมูลให้โดยอัตโนมัติ การเปลี่ยน Private DNS จะมีผลทั้งกับเบราว์เซอร์และโฆษณาในแอป รวมถึงบริการวิดีโอที่โหลดโฆษณาผ่านโดเมนภายนอก ทำให้การปิดโฆษณา Android ได้ผลกว้างกว่าการลงส่วนขยายบล็อกโฆษณาในเบราว์เซอร์ตัวใดตัวหนึ่ง จุดที่ต้องระวังคือเมนูในมือถือแต่ละยี่ห้ออาจจัดตำแหน่งต่างกันเล็กน้อย แต่หลักการเหมือนกัน คือเราต้องหาเมนู Private DNS แล้วเปลี่ยนจากอัตโนมัติเป็นใช้ผู้ให้บริการที่กำหนดเอง

  1. เปิดแอปการตั้งค่าบน Android แล้วไปที่หัวข้อเครือข่ายและอินเทอร์เน็ต จากนั้นมองหาตัวเลือก Private DNS หากหาไม่เจอให้ใช้ช่องค้นหาในหน้าตั้งค่าพิมพ์คำว่า Private DNS เพื่อค้นหาเมนูนี้
  2. เมื่อเข้าหน้า Private DNS แล้ว เปลี่ยนจากโหมดอัตโนมัติเป็นตัวเลือกใช้ชื่อโฮสต์ของผู้ให้บริการ Private DNS หรือคำใกล้เคียงเช่น Private DNS provider hostname แล้วแต่ว่าเมนูของเครื่องคุณใช้คำไหน
  3. เลือกผู้ให้บริการที่เน้นบล็อกโฆษณาและบล็อกแทรกเกอร์ ตัวอย่างที่คนจำนวนมากใช้คือ AdGuard DNS ซึ่งมีเซิร์ฟเวอร์ที่ออกแบบมาเพื่อบล็อกโดเมนโฆษณาและโดเมนติดตามข้อมูลเป็นค่าเริ่มต้น หรือจะเลือกผู้ให้บริการอื่นที่มีโปรไฟล์กรองโฆษณาและมัลแวร์ฟรีก็ได้
  4. กรอกชื่อโฮสต์เซิร์ฟเวอร์ DNS ตามที่ผู้ให้บริการแต่ละรายระบุไว้ในหน้าอธิบายการใช้งาน ตัวอย่างเช่นเซิร์ฟเวอร์ AdGuard DNS กำหนดชื่อโฮสต์ให้เรานำไปกรอกในช่อง Private DNS แล้วกดบันทึก เมื่อบันทึกแล้วระบบจะใช้เซิร์ฟเวอร์นี้เป็นตัวกรองทราฟฟิก DNS ทั้งเครื่อง
  5. ลองใช้งานเบราว์เซอร์และแอปที่เคยมีโฆษณาเยอะๆ เพื่อดูผลลัพธ์ หากเห็นว่าโฆษณาในแอปและบนเว็บจำนวนมากหายไป รวมถึงโดเมนติดตามข้อมูลถูกบล็อก นั่นแปลว่าระบบใช้ Private DNS ใหม่เรียบร้อยแล้ว วิธีนี้บล็อกโดเมนโฆษณาที่รู้จัก ทำให้โฆษณาส่วนใหญ่บนเว็บไม่แสดงให้เราเห็น

การกรองด้วย DNS เป็นระดับโดเมน จึงไม่การันตีว่าจะตัดโฆษณาหมดทุกชิ้น โดยเฉพาะโฆษณาที่ถูกเสิร์ฟมาจากโดเมนเดียวกับเนื้อหาหลัก แต่ประสบการณ์ใช้งานจะสะอาดขึ้นอย่างชัดเจน และเมื่อใช้ร่วมกับเบราว์เซอร์ที่มีส่วนขยายบล็อกโฆษณาเช่น uBlock Origin จะยิ่งได้ผลคล้ายระดับเดสก์ท็อปมากขึ้นในเว็บทั่วไป

5 เทคนิคบล็อกโฆษณาฟรีที่ใช้ร่วมกับ Private DNS

นอกจากการใช้ Private DNS เพื่อบล็อกแทรกเกอร์แล้ว ยังมีทริกฟรีอีกหลายแบบที่ช่วยเสริมการปิดโฆษณา Android ให้แน่นขึ้น แหล่งข้อมูลหนึ่งระบุว่า "All you need are free apps or extensions" เพื่อช่วยบล็อกโฆษณาส่วนใหญ่บน Android ต่อไปนี้คือ 5 เทคนิคที่นำมาใช้ร่วมกันได้ตามสไตล์ของแต่ละคน หนึ่ง ใช้แอปบล็อกโฆษณาผ่าน VPN ในเครื่อง เช่นแอปโอเพนซอร์สที่ทำงานเป็น VPN ภายในแล้วกรองทราฟฟิกโฆษณาและแทรกเกอร์ด้วย DNS filtering โดยไม่ต้องรูทเครื่อง สอง ตั้งค่า Private DNS ด้วยผู้ให้บริการที่กรองโฆษณาอย่าง AdGuard DNS หรือผู้ให้บริการอื่นที่มีโปรไฟล์ฟรีสำหรับกรองมัลแวร์และโฆษณา ทำให้ทุกแอปใช้ตัวกรองนี้ร่วมกัน

สาม ใช้เบราว์เซอร์ที่รองรับส่วนขยายบล็อกโฆษณาระดับเดสก์ท็อป เช่น uBlock Origin บนเบราว์เซอร์ที่เปิดให้ติดตั้งส่วนขยายได้เต็มรูปแบบ เพื่อให้กรองโฆษณาเว็บเพจละเอียดกว่าระดับ DNS สี่ ปรับตั้งค่าความเป็นส่วนตัวในระบบ Android ให้จำกัดการติดตามข้ามแอป ปิดการให้สิทธิ์แอปที่ไม่จำเป็นต่อการเข้าถึงข้อมูลตำแหน่ง รายชื่อ หรือข้อมูลกิจกรรมออนไลน์ เพื่อให้แทรกเกอร์ในแอปเก็บข้อมูลเราได้น้อยลง ห้า ใช้บริการ DNS ที่มีแดชบอร์ดปรับแต่งได้ เช่นบริการที่ให้เราสร้างโปรไฟล์กรองเอง เลือกบล็อกลิสต์ที่ต้องการ และเพิ่มโดเมนไว้ใน whitelist เพื่อกันกรณีเว็บหรือแอปที่จำเป็นต่อการใช้งานโดนบล็อกเกินไป บางบริการเปิดให้ใช้งานฟรีจำนวนคำถาม DNS ต่อเดือน ก่อนจะมีแผน Pro รายเดือนที่ไม่จำกัดจำนวนคำถามสำหรับคนที่ใช้งานหนัก

ข้อควรระวัง การใช้ VPN ร่วมกับ Private DNS และบทสรุป

แม้วิธีเหล่านี้จะค่อนข้างปลอดภัยและเหมาะกับผู้ใช้ทั่วไป แต่ก็มีจุดที่ต้องระวัง บางครั้งการตั้งค่า Private DNS เองอาจชนกับการใช้ VPN ภายนอกได้ แหล่งข้อมูลหนึ่งอธิบายว่าการตั้งค่า Private DNS แบบกำหนดเองอาจทำให้มีปัญหาเชื่อมต่อเมื่อใช้ VPN ขึ้นอยู่กับการจัดการ DNS ของ VPN นั้น ถ้าเปิด VPN แล้วแอปหรือเว็บไซต์บางตัวต่อไม่ติด ให้ลองตรวจดูการตั้งค่า DNS ในแอป VPN หรือชั่วคราวสลับ Private DNS กลับไปเป็นอัตโนมัติเพื่อทดสอบ อีกข้อคือ Android อนุญาตให้เปิดโปรไฟล์ VPN ได้ครั้งละหนึ่งอันเท่านั้น ดังนั้นถ้าใช้แอปบล็อกโฆษณาที่สร้าง VPN ในเครื่องอยู่ เราจะไม่สามารถเปิด VPN ภายนอกเพื่อป้องกันทราฟฟิกหรือเปลี่ยนตำแหน่งภูมิศาสตร์ไปพร้อมกันได้ วิธีที่ยืดหยุ่นคือใช้ Private DNS เป็นหลักเพื่อบล็อกแทรกเกอร์และโฆษณา แล้วเปิด VPN ภายนอกเฉพาะตอนที่ต้องการเพิ่มความเป็นส่วนตัวด้านทราฟฟิกเต็มรูปแบบ โดยรวม การใช้ Private DNS ที่กรองโฆษณาและการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวอื่นๆ ใน Android ร่วมกันจะช่วยให้คุณควบคุมโฆษณาในแอปและบนเว็บได้ดีขึ้น บล็อกแทรกเกอร์ที่ตามคุณข้ามบริการต่างๆ และทำให้ประสบการณ์ใช้งานมือถือเป็นมิตรต่อสายตามากกว่าเดิม ลงแรงตั้งค่าครั้งเดียว แต่ประโยชน์อยู่กับคุณทุกวัน

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม บทความนี้สร้างขึ้นด้วย AI จากแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่และข้อมูลสินค้า

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!