6 ฟีเจอร์ฉุกเฉินไอโฟนที่ควรเปิดใช้ก่อนเกิดเหตุ

6 ฟีเจอร์ฉุกเฉินไอโฟนที่ควรเปิดใช้ก่อนเกิดเหตุ
ความสนใจ|ทริกใช้งานมือถือ

ทำไมฟีเจอร์ฉุกเฉินไอโฟนสำคัญกว่าที่คิด

ฟีเจอร์ฉุกเฉินไอโฟนคือชุดความสามารถที่ถูกฝังอยู่ใน iOS เพื่อช่วยให้ผู้ใช้สามารถขอความช่วยเหลือ ติดต่อบริการฉุกเฉิน และแสดงข้อมูลสุขภาพสำคัญต่อเจ้าหน้าที่ได้อย่างรวดเร็วเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน โดยใช้ส่วนผสมของปุ่ม SOS ไอโฟน การตั้งค่า Medical ID ไอโฟน และระบบตรวจจับเหตุรุนแรงต่างๆ เพื่อเพิ่มโอกาสรอดชีวิตและลดความสับสนในช่วงวินาทีวิกฤตของเหตุฉุกเฉิน.

ถ้าคุณพกไอโฟนติดตัวตลอดเวลา โทรศัพท์ของคุณเปรียบเหมือนสายชีวิตที่พร้อมส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือได้ทันทีเมื่อจำเป็น แต่ฟีเจอร์เหล่านี้จะช่วยคุณได้ก็ต่อเมื่อคุณเปิดใช้งานและรู้ว่าต้องกดตรงไหนตอนตื่นตระหนก นี่คือการตั้งค่าความปลอดภัยไอโฟนขั้นพื้นฐานที่ทุกคนควรทำก่อนเกิดเหตุจริง โดยเฉพาะคนที่ขับรถคนเดียว เดินทางบ่อย มีโรคประจำตัว หรืออยู่กับเด็กและผู้สูงอายุในบ้าน.

ข้อควรจำสำคัญคือฟีเจอร์ฉุกเฉินเหล่านี้ถูกติดตั้งมาให้แล้วในระบบ ไม่ต้องโหลดเพิ่ม เพียงใช้เวลาไม่กี่นาทีตั้งค่าให้เรียบร้อย จากนั้นลองทบทวนกับคนในครอบครัวให้รู้วิธีกดขอความช่วยเหลือจากเครื่องของคุณด้วย เพราะในหลายสถานการณ์ คนที่อยู่ใกล้คุณอาจเป็นคนที่ต้องหยิบโทรศัพท์และกดปุ่ม SOS ไอโฟนแทน.

ตั้งค่า Medical ID ไอโฟนและรายชื่อผู้ติดต่อฉุกเฉิน

Medical ID ไอโฟนคือข้อมูลสุขภาพที่เก็บอยู่ในแอป Health เพื่อให้เจ้าหน้าที่ฉุกเฉินเข้าถึงได้แม้เครื่องของคุณยังล็อกอยู่ จุดสำคัญคือมันช่วยอธิบายแทนคุณในวันที่คุณสื่อสารไม่ได้ เช่นแจ้งว่าแพ้ยาอะไร ใช้ยาตัวไหน หรือมีโรคหัวใจ เบาหวาน ฯลฯ สำหรับคนมีโรคประจำตัว การใส่ข้อมูลนี้ให้ละเอียดคือเรื่องที่ควรทำที่สุดเรื่องหนึ่ง.

  1. เปิดแอป Health แล้วแตะรูปโปรไฟล์ของคุณ จากนั้นเข้าเมนู Medical ID
  2. กรอกข้อมูลสำคัญ เช่น กรุ๊ปเลือด โรคประจำตัว ยาที่ใช้เป็นประจำ และหมายเหตุเพิ่มเติมถ้ามี
  3. เปิดสวิตช์ Show When Locked เพื่อให้เจ้าหน้าที่ดูข้อมูลจากหน้าจอรหัสผ่านได้ผ่านเมนู Emergency > Medical ID
  4. เปิดสวิตช์ Share During Emergency Call เพื่อให้ข้อมูล Medical ID ถูกส่งเมื่อคุณโทรหรือส่งข้อความถึงบริการฉุกเฉิน
  5. แตะ Edit > Add Emergency Contact เลือกรายชื่อจาก Contacts แล้วระบุความสัมพันธ์ เช่น คู่สมรส พ่อแม่ หรือผู้ดูแลอื่น

เมื่อคุณตั้งค่าเสร็จ ผู้ติดต่อฉุกเฉินเหล่านี้จะปรากฏพร้อมกับ Medical ID ให้เจ้าหน้าที่เห็น และยังเป็นกลุ่มที่ระบบจะส่งข้อความแจ้งเตือนเมื่อมีการทำงานของ Crash Detection หรือ Emergency SOS ด้วย คำแนะนำคือให้เพิ่มอย่างน้อยสองคน เผื่อมีคนหนึ่งไม่ว่างหรือปิดเครื่องอยู่ และหมั่นอัปเดตรายชื่อเมื่อมีการเปลี่ยนเบอร์หรือเปลี่ยนคู่ครอง เพื่อไม่ให้ข้อความสำคัญลอยไปหาคนที่ไม่ได้เกี่ยวข้องแล้ว.

ปรับปุ่ม SOS ไอโฟนและ Emergency Text ผ่านดาวเทียม

ปุ่ม SOS ไอโฟนหรือ Emergency SOS คือฟีเจอร์โทรและส่งข้อความหาบริการฉุกเฉินอย่างรวดเร็วจากตัวเครื่อง จุดที่หลายคนไม่รู้คือคุณสามารถเลือกได้ว่าจะให้เครื่องโทรออกด้วยการกดปุ่มแบบไหน เพื่อให้เข้ากับนิสัยการใช้งานของคุณ และลดโอกาสกดผิดโดยไม่ตั้งใจ นอกจากนี้ยังมีโหมด Emergency Text via Satellite ที่ช่วยเชื่อมคุณกับเจ้าหน้าที่เมื่อคุณอยู่ในพื้นที่ที่ไม่มีสัญญาณมือถือหรือ Wi‑Fi เลย.

เข้าไปที่ Settings > Emergency SOS แล้วเลือกรูปแบบการโทรฉุกเฉินที่คุณถนัด โดยเปิดสวิตช์ Call with Hold and Release เพื่อใช้การกดปุ่มด้านข้างค้างไว้จนขึ้นการนับถอยหลัง หรือเปิด Call with 5 Button Presses เพื่อใช้การกดปุ่มด้านข้างเร็วๆ ห้าครั้งติดกัน ทั้งสองแบบนี้ช่วยให้คุณไม่ต้องปลดล็อกเครื่องในสถานการณ์ตื่นตระหนก เช่นถูกตามข่มขู่หรือเกิดอุบัติเหตุ.

หากคุณอยู่ในพื้นที่ไม่มีสัญญาณ ระบบ Emergency SOS via satellite จะช่วยเชื่อมคุณกับเจ้าหน้าที่ใกล้ที่สุดเมื่อติดต่อผ่านข้อความแทนการโทร เมื่อการโทรไม่สำเร็จให้แตะ Emergency Text via Satellite > Report Emergency แล้วตอบคำถามตามขั้นตอน ข้อมูลที่เครื่องจะส่งไปมีทั้งตำแหน่งที่ตั้ง ระดับแบตเตอรี่ของไอโฟน และข้อมูล Medical ID ที่คุณตั้งไว้ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ประเมินสถานการณ์ได้ดีขึ้น อย่าลืมเปิดการใช้ตำแหน่งสำหรับ Emergency Calls & SOS ใน Settings > Privacy & Security > Location Services > System Services เพื่อให้ข้อมูลตำแหน่งทำงานได้สมบูรณ์.

Crash Detection และการตั้งค่าการแจ้งเตือนภัยรอบตัว

ฟีเจอร์ Crash Detection บนไอโฟนและ Apple Watch ถูกออกแบบมาเพื่อตรวจจับอุบัติเหตุรถชนรุนแรง เช่นการชนด้านหน้าอย่างแรงหรือรถพลิกคว่ำ เมื่อระบบคิดว่ามีการชนเกิดขึ้น เครื่องจะส่งเสียงเตือนดังและโชว์หน้าจอให้คุณเลือกว่าจะโทรหาบริการฉุกเฉินหรือยกเลิก หากคุณไม่ตอบสนองภายใน 10 วินาที ระบบจะเริ่มนับถอยหลังอีกประมาณ 30 วินาที แล้วโทรออกเองโดยอัตโนมัติ พร้อมส่งตำแหน่งที่ตั้งไปยังผู้ติดต่อฉุกเฉินที่คุณตั้งไว้ และแสดงสไลเดอร์ Medical ID บนหน้าจอเพื่อให้เจ้าหน้าที่ดูข้อมูลสุขภาพคุณได้.

Crash Detection เปิดใช้งานมาให้โดยอัตโนมัติแล้ว แต่ถ้าคุณไม่ต้องการให้เครื่องโทรเอง สามารถเข้าไปปิดได้ที่ Settings > Emergency SOS อย่างไรก็ตาม สำหรับคนที่ขับรถเป็นประจำ การปล่อยให้ฟีเจอร์นี้ทำงานต่อไปถือเป็นเกราะป้องกันที่ดี เผื่อเกิดเหตุในช่วงที่คุณหมดสติหรือไม่สามารถหยิบโทรศัพท์ได้ทัน.

นอกจากอุบัติเหตุส่วนตัว ไอโฟนยังช่วยแจ้งเตือนภัยต่างๆ รอบตัว เช่นภัยสาธารณะ พายุรุนแรง หรือเหตุวิกฤตในพื้นที่ที่คุณอยู่ การแจ้งเตือนจากภาครัฐ เช่น public safety, emergency และ AMBER alert จะเปิดเป็นค่าพื้นฐานอยู่แล้ว แต่คุณควรเลื่อนลงไปตรวจสอบที่ Settings > Notifications จนสุดหน้า เพื่อดูว่าการแจ้งเตือนยังเปิดอยู่ครบหรือไม่ จากนั้นเข้าเมนู Enhance Safety Alerts เพื่อจัดการการแจ้งเตือนเสริมสำหรับภัยเช่นแผ่นดินไหว น้ำท่วม หรือภัยธรรมชาติอื่นๆ ที่อาจส่งผลต่อการเดินทางและความปลอดภัยของคุณ.

จัดโหมดแจ้งเตือนฉุกเฉินจากคนสำคัญและมองภาพรวมความปลอดภัย

ในชีวิตประจำวัน หลายคนใช้โหมด Focus หรือปิดเสียงไอโฟนเพื่อโฟกัสงานหรือพักผ่อน แต่ในเหตุฉุกเฉิน เราไม่อยากพลาดสายโทรหรือข้อความจากคนสำคัญ ฟีเจอร์ Emergency Bypass ช่วยให้เสียงและการสั่นจากรายชื่อที่เลือกสามารถฝ่าโหมดเงียบและ Focus เข้ามาได้ โดยปกติผู้ติดต่อฉุกเฉินที่ตั้งไว้ใน Medical ID จะได้รับสิทธิแบบนี้โดยอัตโนมัติ แต่คุณสามารถเปิดให้รายชื่ออื่นเพิ่มได้เอง เช่นโรงเรียนลูก หรือผู้ดูแลผู้สูงอายุ.

วิธีตั้งค่าคือเปิดแอป Contacts เลือกชื่อที่ต้องการ แตะ Edit จากนั้นเข้าไปที่ Ringtone หรือ Text Tone แล้วเปิดสวิตช์ Emergency Bypass จากนี้ไป ไม่ว่าคุณจะเปิด Focus ไหน หรือปิดเสียงเครื่องอยู่ สายหรือข้อความจากคนเหล่านี้จะมีเสียงและการสั่นตามปกติ ช่วยลดโอกาสพลาดการติดต่อสำคัญในยามวิกฤต โดยเฉพาะคนที่ทำงานในพื้นที่เสียงดังหรือมักวางโทรศัพท์ห่างตัว.

เมื่อคุณตั้งค่าทุกอย่างเสร็จแล้ว—ตั้งแต่ Medical ID ปุ่ม SOS ไอโฟน Crash Detection ไปจนถึงแจ้งเตือนภัยและ Emergency Bypass—ไอโฟนของคุณก็จะกลายเป็นเครื่องมือความปลอดภัยที่พร้อมใช้งานตลอดเวลา สิ่งที่ควรทำเพิ่มคือบอกคนใกล้ตัวให้ลองเปิดฟีเจอร์ฉุกเฉินไอโฟนของเขาด้วย และซ้อมกดใช้เล็กน้อยให้คุ้นมือ เพื่อให้ในวันที่มีเหตุจริง คุณไม่ต้องเสียเวลานึกว่าปุ่มอยู่ตรงไหนหรือควรกดอะไร แค่จำไว้ว่าการเตรียมตัวล่วงหน้าไม่กี่นาทีอาจแปลว่าโอกาสรอดชีวิตที่มากขึ้นในวินาทีที่สำคัญที่สุด.

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!